Archive for March, 2008

Storm make you stronG

คุณแม่จากไปจากครอบครัวเราเป็นเวลาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว
วันนี้จะครบรอบ 2 สัปดาห์พอดี พูดอย่างนี้คงจะเข้าใจง่ายกว่า
 
ครอบครัวเราที่เหลือกำลังอยู่ในช่วงปรับตัวอยู่
เราพยายามที่จะกลับเป็นปกติให้มากที่สุด
แต่มันก็คงต้องใช้เวลา …อีกมาก
 
วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันอีสเตอร์
ผมกับคุณพ่อไปฟังเทศน์ตามปกติ
ศาสนาจารย์ที่มาในวันนั้น เป็นศาสนาจารย์ชาวอเมริกัน
 
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการดลใจในคำเทศนาของวันนั้น
เรื่องราวคำเทศนาในวันนั้นก็คือเรื่องที่ผมใช้เป็นหัวข้อประจำวันนี้
 
Storm make you strong
ช่วงชีวิตหนึ่งๆของคนเรา
เราจะต้องเผชิญกับพายุหลายลูก
 
เหมือนดังเปโตรที่ได้รับการทรงเรียกจากพระเยซู
พระองค์เรียกเปโตรให้เดินไปหาพระองค์ซึ่งทรงดำเนินอยู่บนผิวน้ำ
ด้วยความเชื่อเปโตรลงจากเรือ และเดินบนน้ำไปหาพระองค์
ในตอนนั้นพระองค์ต้องการทดลองเปโตรในเรื่อของความเชื่อ
พระองค์จึงบันดาลให้เกิดลมพายุพัดกระหน่ำขึ้นมา
 
เปโตรเริ่มเกิดความหวั่นใจ และหวาดกลัว
จึงจมลงในทะเล…
 
เรื่องนี้ยกมาจากพระคำมัทธิว บทที่ 14 ข้อ 28-33

15 ครั้นเวลาเย็นแล้วพวกสาวกของพระองค์มาทูลพระองค์ว่า "ที่นี่กันดารอาหารนัก และบัดนี้ก็เย็นลงมากแล้ว ขอพระองค์ทรงให้ประชาชนไปเสียเถิด เพื่อเขาจะได้ไปซื้ออาหารตามหมู่บ้าน" 16 ฝ่ายพระเยซูตรัสกับพวกสาวกว่า "เขาไม่จำเป็นต้องไปจากที่นี่ พวกท่านจงเลี้ยงเขาเถิด" 17 พวกสาวกจึงทูลพระองค์ว่า "ที่นี่พวกข้าพระองค์มีแต่ขนมปังเพียงห้าก้อนกับปลาสองตัวเท่านั้น" 18 พระองค์จึงตรัสว่า "เอาอาหารนั้นมาให้เราเถิด" 19 แล้วพระองค์ทรงสั่งให้คนเหล่านั้นนั่งลงที่หญ้า เมื่อทรงรับขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวนั้นแล้ว ก็ทรงแหงนพระพักตร์ดูฟ้าสวรรค์ ทรงขอบพระคุณ และหักขนมปังส่งให้เหล่าสาวก เหล่าสาวกก็แจกให้คนทั้งปวง 20 เขาได้กินอิ่มทุกคน ส่วนเศษอาหารที่ยังเหลือนั้น เขาเก็บไว้ได้ถึงสิบสองกระบุงเต็ม 21 ฝ่ายคนที่ได้รับประทานอาหารนั้นมีผู้ชายประมาณห้าพันคน มิได้นับผู้หญิงและเด็ก

22 ในทันใดนั้นพระเยซูได้ตรัสให้เหล่าสาวกของพระองค์ลงเรือข้ามฟากไปก่อน ส่วนพระองค์ทรงรอส่งประชาชนกลับบ้าน 23 และเมื่อให้ประชาชนเหล่านั้นไปหมดแล้ว พระองค์เสด็จขึ้นไปบนภูเขาโดยลำพังเพื่อจะอธิษฐาน เวลาก็ดึกลง พระองค์ยังทรงอยู่ที่นั่นแต่ผู้เดียว 24 แต่ขณะนั้นเรืออยู่กลางทะเลแล้ว และถูกคลื่นโคลงเพราะทวนลมอยู่ 25 ครั้นเวลาสามยามเศษ พระเยซูจึงทรงดำเนินบนน้ำทะเลไปยังเหล่าสาวก 26 เมื่อเหล่าสาวกเห็นพระองค์ทรงดำเนินมาบนทะเล เขาก็ตกใจนัก พูดกันว่า "เป็นผี" เขาจึงร้องอึงไปเพราะกลัว 27 ในทันใดนั้นพระเยซูตรัสกับเขาว่า "จงชื่นใจเถิด คือเราเอง อย่ากลัวเลย"

28 ฝ่ายเปโตรจึงทูลตอบพระองค์ว่า "พระองค์เจ้าข้า ถ้าเป็นพระองค์แน่แล้ว ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์เดินบนน้ำไปหาพระองค์" 29 พระองค์ตรัสว่า "มาเถิด" เมื่อเปโตรลงจากเรือแล้ว เขาก็เดินบนน้ำไปหาพระเยซู 30 แต่เมื่อเขาเห็นลมพัดแรงก็กลัว และเมื่อกำลังจะจมก็ร้องว่า "พระองค์เจ้าข้า ช่วยข้าพระองค์ด้วย" 31 ในทันใดนั้นพระเยซูทรงเอื้อมพระหัตถ์จับเขาไว้ แล้วตรัสกับเขาว่า "โอ คนมีความเชื่อน้อย เจ้าสงสัยทำไม" 32 เมื่อพระองค์กับเปโตรขึ้นเรือแล้ว ลมก็เงียบลง 33 เขาทั้งหลายที่อยู่ในเรือจึงมานมัสการพระองค์ทูลว่า "พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าจริงแล้ว"

เราต้องเชื่อมั่นในพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจ
ขอกำลังจากพระองค์เพื่อจะฟันฝ่าพายุที่พัดเข้ามาได้
 
ศาสนาจารย์ยังกล่าวถึงเรื่องของผู้หญิงอีกหนึ่งคน
ซึ่งผมและพ่อฟังแล้วก็นึกถึงคุณแม่
 
ศาสนาจารย์เคยไปอธิษฐานให้กับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งป่วยหนักด้วยโรคร้ายอะไรสักอย่าง
ทุกๆคนต่างร้องขอการทรงนำจากพระองค์ให้เธอหายจากโรค
…ท้ายที่สุด เธอก็จากทุกคนไป
 
ทุกๆคนต่างต่อว่าพระเจ้า
ไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมต้องพรากเธอไปก่อนเวลาอันสมควร
 
จนในวันหนึ่งศาสนาจารย์ท่านนี้ก็คิดได้ว่า
จริงๆแล้ว
ผู้หญิงคนนี้ได้รับการรักษาต่างหาก
เพราะเธอได้รับการรักษาแล้ว
เธอได้เดินอยู่บนถนนทองคำในวันนี้กับพระเจ้า
เธอไม่ต้องเผชิญกับความทรมาณใดๆอีกแล้ว…
 
หม่าม้าก็เช่นกันใช่มั้ยครับ
ทุกวันนี้กี้ยังไม่รู้ว่ามันเป็นความฝันหรือความจริงที่สูญเสียหม่าม้าไป
 
รู้เพียงแต่ว่าอีกไม่นาน…
เราจะได้พบกันอีก…
 
บนนั้น…
 

คิดถึงม่าม้านะครับ

ว่างเว้นจากการอัพสเปซมานาน เพราะว่าหน้าที่การงานที่เพิ่มขึ้น และโอกาสดีๆในชีวิตที่เริ่มเข้ามา
ไม่คิดว่าเรื่องที่กลับมาอัพจะเป็นเรื่องนี้
 
เมื่อประมาณ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผมสูญเสียคุณแม่อันเป็นคนที่ผมรักที่สุดไป
ม่าม้า ผมเรียกแม่อย่างนี้
ผมรู้ว่าวัน เวลาแบบนี้มันจะต้องเกิดขึ้น ไม่เร็วก็ช้า
คุณแม่ป่วยหนักมานานกว่า 7-8 ปี
 
ช่วงหลังๆอาการดีขึ้นๆ
ผมคิดว่าม่าม้าจะมีโอกาสได้เห็นหลานก่อนซะอีก
ไม่คิดว่าวันนี้ พระองค์จะรับม่าม้าไปเร็วแบบนี้
 
ผมยังต้องทนกับความเว่ว้าแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน…
 
พ่อผมร้องไห้ น้องผมก็ร้อง ญาติๆที่ไปที่ รพ. วันนี้ก็ร้อง
วันนี้ผมยังคุมสติได้
ไม่แน่ พรุ่งนี้ ผมอาจจะร้องเป็นบ้าเป็นหลังก็ได้
 
อย่างน้อย
ผมดีใจที่ได้บอกรักม่ามา หลายครั้งก่อนที่ม่าม้าจะจากไป
ยังไม่ทัน 27 ปีดี
ผมก็ต้องขาดซึ่งม่าม้าแล้ว
 
รู้ว่าวันหนึ่งต้องมาถึง
แต่มันมาเร็วจัง
ตอนหัวค่ำ เรายังคุยกันอยู่เลย
 
ไม่รู้ว่าผ่านไปๆๆๆๆ ผมจะกลับมาอ่านบล็อกนี้ได้หรือไม่
ตอนนี้น้ำตาก็ซึมๆแล้ว
มันโหวงๆเนอะ
อาการอะไรแบบนี้
 
แต่ผมจะพยายามเข้มแข็ง
เข้มแข็งให้มากๆ เพื่อเป็นที่พักให้กับคุณพ่อ และน้องสาว
 
คืนนี้ ม่าม้าได้ไปอยู่กับพระเจ้าแล้วนะ ขอพระองค์ดูแลม่ามาด้วยนะครับ
อีกไม่นานๆ เราจะได้ไปพบกันแน่ๆนะ
 
ม่าม้า กี้รักม่ามา
แค่ 4 ชั่วโมงยังคิดถึงขนาดนี้เลย…
 
ทำไมๆนะ
มันถึงนอนไม่หลับ
 
ทำไมนะ
ตาถึงไม่ยอมปิดเลย
 
ม่าม้า บ๊ายบายนะครับ
 
……………………………………………………………..
 
เวลาผ่านมาได้ประมาณ 1 วันกว่าๆแล้ว
ผมไม่อยากขึ้นบล็อกใหม่ อยากใช้ที่เล็กตรงนี้ระลึกถึงคุณแม่
 
ขอบคุณสำหรับการปลอบประโลมใจของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ
โทรศัพท์และข้อความจากต่างประเทศที่โทรและส่งเข้ามา ทำให้ผมรู้ว่า
มีคนที่เป็นห่วงผมอยู่ขนาดไหน
 
กูดีใจที่ได้ยินเสียงพวกมึงนะ
ดีใจที่ได้เป็นเพื่อน(โบท ผิง) เป็นพี่ของมึงนะ (คิม)
 
กะว่าจะไม่ร้องไห้แล้ว
แต่มันก็ยังอดไม่ได้
 
เพื่อนเต้บอกว่า
ร้องไปเหอะมึง
อึดอัดไปแล้วระเบิดมีอะไรดีขึ้นมา
 
พี่กอล์ฟแอบไปร้องไห้เผื่อให้ก็ขอบใจมากๆนะครับ
 
เบบี๋ ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนมาตลอด ทั้งเมื่อวาน วันนี้ และจะอยู่แบบนี้ตลอดไป
 
ช่วงนี้ผมก็พยายามรวบรวมสติให้มั่งคงๆขึ้น เข้มแข็งขึ้นๆ
 
และเชื่อมั่นว่า เวลามันจะทำให้อะไรๆดีขึ้น
 
รู้นะครับ ว่าม่าม้าแอบยิ้มอยู่บนนั้น…
 
รักเธอที่สุด