Archive for October, 2007

พฤษภาคม 2542

ผมจำได้ดีถึงช่วงเวลานั้น
มันเป็นช่วงเวลาที่ผมเรียกว่า ช่วง "ลูกผีลูกคน"
เนื่องจากว่าในช่วงเวลานั้นเป้นช่วงเวลาที่ผมกำลังใจจดใจจ่อว่าผมจะได้ไปเข้าเรียนมหาวิทยาลับรัฐที่ไหนสักแห่งหรือไม่
แล้วถ้าไม่ …ชีวิตผมจะเป็นอย่างไรต่อ
 
ผมเป็นพวกที่ถูกเรียกว่ารุ่นแรกของการเอ็นท์ทรานซ์ระบบใหม่ ซึ่งแน่นอน
สำหรับประเทศเรา อะไรที่ใหม่ๆ มักจะเกิดขึ้นมาจากการวางแผนที่ไม่ค่อยดี แต่ต้องรีบเข็ญมันออกมาเพื่อเอาเป็นผลงาน
 
พวกผม ก็เลยเป็นกลุ่มเด็ก (วัยรุ่น) ตาดำๆที่ต้องมาเผชิญกับเกมส์ขำๆที่พวกผู้ใหญ่สร้างขึ้นมา
โดยเอาอนาคตของพวกผมเป็นเดิมพัน
 
ในปีนั้น การเอ็นท์ทรานซ์ระบบใหม่มีความตั้งใจที่จะเอาลำดับผลการเรียนของนักเรียนแต่ละคน เทียบกับเพื่อนๆในโรงเรียนเดียวกัน ระดับชั้นเดียวกัน เพื่อเป็นเกณฑ์วัดความสามารถของเด็กคนนั้นๆ สิ่งนี้เรียกว่า Percentile และแน่นอนมันล้มไม่เป็นท่า
 
ทบวงมหาวิทยาลัยออกมาแจ้งถึงความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นของการใช้ลำดับคะแนน
ให้ยกเลิกการใช้ Percentile เพราะทบวงฯไม่มั่นใจว่า… มาตรฐานของแต่ละโรงเรียน แตกต่างหรือเท่าเทียมกันหรือไม่
 
ที่สำคัญ การประกาศนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่เด็กยื่นคะแนนไปแล้ว Welcome to Thailand!!!
 
ดังนั้นอาการ ลูกผีลูกคน จึงเกิดกันโดยทั่วหน้าต่อผสกนิกรตาดำๆอย่างพวกผม
 
แน่นอนว่าตอนเลือกคณะ เราคิดกันถี่ถ้วนแล้ว โดยการนำทั้งคะแนนสอบ และ Percentile มาคำนวณ
พอมีการยกเลิกซะงั้น คะแนนของแต่ละคนก็ผันผวนกันใหญ่
 
บางคนอยากเรียนหมอ แต่คะแนนสูงแต่อาจจะไม่ได้สูงพีค แต่พอรวม Percentile เข้าไป มันก็กล้อมแกล้ม พอจะเข็ญตัวเองฝากความหวังไปลุ้นตอนยื่นคะแนนได้
พอมายกเลิกแบบนี้ ก็กลายเป็นวาอนาคตที่มีโอกาสได้ลุ้น กลับกลายเป็นสิ้นหวังกันไป… This is Thailand!!!
 
อย่างไรก็ตามความตึงเครียดของเหตุการณ์นี้ก็แผ่ตัว ขยายปกคลุมไปทั่วน่านฟ้าอารมณ์ของเด็กไทยในวันนั้น
 
ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆของผู้ใหญ่ที่จะทำให้เราสบายใจกันได้
แต่ละบ้านในวันนั้นก็บนบานสานกล่าวตามความเชื่อของครอบครัวไปกันต่างๆนาๆวิธี
 
เพื่อนผมคนหนึ่งถึงขั้นไปวิ่งบนพ่อขุนราม เพื่อให้ตัวเองเอ็นท์ติด
ผมยังสงสัยอยู่ตลอดมา ว่าในวันนั้นที่มันไปวิ่งนี่ มันคิดยังไงถึงไปบนพ่อขุนฯ
 
อย่างไรก็ตาม กระแสความมึนๆยุ่งเหยิงวุ่นวายก็คืบคลานตัวเองไปอย่างช้าๆ ช้าๆ
จนกระทั่งถึงวันที่ผลจะประกาศ
 
วันที่ผลจะประกาศนี่ก็เป็นวันที่เราสามารถไปส่องไฟที่เกษตรว่าเราติดแน่ๆรึเปล่า
แต่โดยส่วนมากเย็นๆของวันก่อนวันนั้น
เราจะสามารถโทรไปเช็คได้ก่อนตามบริการของหน่วยงานต่างๆที่เปิดเป็นช่องทาง
 
ประมาน 5 โมงได้เพื่อนผมก็โทรมาเล่าถึงความรู้สึกยินดี แบบมึนๆของมันให้ผมฟัง
 
เฮ้ย กูโทรได้แล้วเว้ย
เออๆๆ ผลมึงเป็นไงวะ กูตื่นเต้นฉิบ
กูเอ็นท์ติดว่ะ ได้อันดับ 4
เฮ้ย ดีใจด้วย ยินดีด้วยนะมึง
 
เออ กูก็ดีใจอยู่หรอก แต่อันดับ 4 ที่กูเลือกนี่ แม่งมันเป็น ม.เอกชน ว่ะ
 
 
ผมตื่นเต้นมากซะจนต้องขอตัววางสายจากมัน
 
ผมตัดสินใจโทรบ้าง
 
 
สายไม่ว่าง เริ่มตื่นเต้นล่ะซิ
ใจนึงก็ยากรู้ แต่ก็กลัวว่าถ้าเอ๊นท์ไม่ติด อนาคตจะเป็นอย่างไร
 
ลองคิดดูซิครับ ไอ้เวลาอยากรู้อะไรมากๆ แต่ไม่สามารถรู้ได้เนี่ย
 
 
เวลาล่วงเลยไปจนทุ่มว่าได้
 
ช่วงนั้นผมทั้งพยายามเปิดเน็ท โทรหาเพื่อนๆคนอื่นที่ได้รู้ผลกันแล้ว
ใจก็เต้นตึกตักๆไปตลอด 2 ชั่วโมง
ที่บ้านผมก็ตื่นเต้นพอๆกัน
 
ตึกตักๆ ๆๆ ๆๆ
 
ในที่สุดก่อนจะ 2 ทุ่มไม่นาน
ผมโทรติด
 
 
เสียงตามสายสั่งให้ผมก็รหัสประจำตัว
แล้วกดคำสั่งต่างๆตามขั้นตอน
ตอนนั้นสมาชิกทั้งครอบครัวของผมประกอบด้วย พ่อ และแม่ (น้องสาวไปค่ายที่ต่างจังหวัด)
ก็มานุ่งกลุ้มรุมรอฟังผลกันอย่างตื่นเต้น
 
ผมนั่งฟังจนเริ่มเหนื่อย
 
จนสายขาดไป
 
ที่บ้านผมก็ถามกันใหญ่ว่าผลเป็นอย่างไร
 
ผมก้มหน้าก้มตา แล้วก็บอกเขา
 
…ได้อันดับ 1 ครับ
 
บัญชี จุฬาฯ…
 
To be continue
 
 

จงขอแล้วจะได้…

ขอบคุณพระองค์สำหรับคำตอบของคำอธิษฐาน
ลูกรู้ว่าหลายครั้ง หลายๆครั้ง อาจจะนับครั้งไม่ได้ ที่ลูกเป็นลูกที่ไม่ดีของพระองค์
พระองค์ตีสอน ลูกจำบ้าง ไม่จำบ้าง แต่พระองค์ก็ยังคงดูแลลูกอยู่ห่างๆ
 
แต่ลูกรู้ว่า พระองค์มีอยู่จริง
พระองค์เป็นจริง
 
วันนี้ พระองค์ตอบคำอธิษฐานของลูก
คำอธิษฐานจากใจของลูก พระองค์ตอบมันเสมอ
 
 
"นอกจากพระองค์ ข้าพระองค์มิมีผู้ใดในฟ้าสวรรค์ นอกจากพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ไม่ปราถนาใดในโลก"
สดุดี บทที่ 73 ข้อ 25

Another Apple Tree Story

An e-mail has been open…
 
The topic was wrote about the Apple tree. I read it, it came from my Girlfriend…
 
……………………………………………………………………………………………………………………………..
 

Women are like apples on trees. The best ones are at the top of the tree.
The men don’t want to reach for the good ones because they are afraid of falling and getting hurt.

Instead, they just get the rotten apples from the ground that isn’t as good, but easy.
So the apples at the top think something is wrong with them, when in reality, THEY’RE amazing.

They just have to wait for the right man to come along, the one who’s brave enough to climb all the way to the top of the tree.

YOU’RE A GOOD APPLE. SHARE THIS WITH OTHER WOMEN WHO
ARE GOOD APPLES, EVEN THOSE WHO HAVE ALREADY BEEN PICKED.

 
……………………………………………………………………………………………………………………………..
 
I replied…
 
Dear Honey
 
Luckily, I’m tall…
so I’ve never had to pick the ones which drop on the floor, I’ve always picked the best one on the top of the apple tree…
 
Pity for a short arm man…
 
Be peace…
 
Love you
 

Girl Gang

ตอนนี้มีน้องหมา 4 ตัวแล้ว
 
มีไซบีเรี่ยนเพิ่มอีก 2 ตัว
 
2 ขวบ 1 ตัว
 
1 เดือนครึ่งอีก 1 ตัว
 
ที่มีอยู่
 
มีโกลเด้น 3 ขวบ 1 ตัว
 
และ ไซบีเรี่ยน 2 ขวบอีก 1 ตัว
 
ทุกตัวเป็นตัวเมียหมดเลย
 
ก็เลยเป็น Girl Gang
 
 
น้องนีน่า
 

Paranormal Activity

เรื่องราวที่เขียนไม่เสร็จจำนวนมาก
ถูกเก็บไว้ในแฟ้ม Draft ของเขา
 
เป็นเวลากว่า 1 เดือนที่เขาไม่ได้เขียนอะไรอย่างเป็นชิ้นเป็นอันเลย
ด้วยภาระการงานที่มากขึ้น
ด้วยความเครียดเก็บกดกับเรื่องหลายๆเรื่อง
ด้วยปัจจัยต่างๆที่มากเกินกว่าจะเอามาจับ มาเดา
 
เป็นผลให้งานเขียนขาดหาย
 
มาถึงวันนี้
เขาพอจะเจียดเวลามานั่งกดๆแป้นพิมพ์ให้เส้นสายที่นิ้วได้ขยับขยาย
 
แต่พอลงมานั่งพิมพ์จริงๆก็ปรากฎว่า
 
เขาจำไม่ค่อยได้ว่าตัวเองเขียนอะไรไปแล้วบ้างในไฟล์ Draft!!
 
หรือว่านี่เป็นสัญญาณของความสูงวัย
 
อย่างไรก็ตาม
ด้วยความที่ยังอยากเขียนอยู่
เรื่องราวในปัจจุบันน่าจะเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงได้ง่ายเป็นที่สุด
 
เขาเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือเป็นอย่างหนัก
อ่านได้ทุกๆแนวตั้งแต่นิยายประโลมโลกที่มีตัวละครที่เอาแต่ทำ พ่อแงแม่งอน กันไปวันๆ
จนกระทั่งหนังสือกระเทาะเปือกลูกนัท เพื่อค้นหาจักรวาลที่อยู่ภายใน
 
เขาไม่สามารถขาดหนังสือได้เลย
 
เขาเคยคิดเล่นๆถึงอัตราการอ่านหนังสือของเขา
 
ตั้งแต่อายุ 13 ปี
ไม่นับนิตยสารและหนังสือนิยายภาพ (การ์ตูน)
 
โดยเฉลี่ยเขาอ่านหนังสือสัปดาห์ละหนึ่งเล่ม
1 ปี เขาอ่านหนังสือได้ 52 เล่ม
ผ่านมาเป็นเวลา 13 ปีเต็ม
 
เขาอ่านหนังสือไปแล้ว 672 เล่ม
ยังเป็นจำนวนที่ไม่เยอะเท่าไร
 
เขาได้แต่หวังใจว่า ก่อนตาย
อยากให้มันไปได้ถึงหลักหมื่น
 
นักเขียนในดวงในของเขาในช่วงนี้คือ Haruki Murakami และ โกวเล้ง
ทั้ง 2 คนมีวิธีเขียนตัวละครในหนังสือคล้ายๆกัน
ตัวละครทั้งคู่จะมีความป๊อปอยู่ในตัว ก็คือ
แต่ละตัวละครจะมีสไตล์การดำรงชีวิตที่แปลกแยกจากคนอื่นๆ
และตัวละครทุกๆตัวมักจะเหงาๆ
 
ไม่รู้ว่านักเขียนที่เขาจะชอบคนต่อไปคือใคร
 
เขาชอบดูหนังที่ใช้ CG เยอะๆ อาจเป็นเพราะเขาจบมาด้าน ไอที
จะมีกี่คนที่รู้เรื่องนี้
 
เขาไม่ชอบอาการที่มึนหัวหลังจากตื่นเช้าในวันรุ่งขึ้นเพราะกินเหล้า
แน่นอน อาการเสียงแหบก็ไม่ชอบ
 
เขาเป็นคนโชคดีที่มีแฟนสวยร้อยละร้อย
ถ้าจะนับเด็กๆและกิ๊ก ชู้ คู่นอน อีกมากมาย
คงต้องบอกว่าร้อยละหมื่นสอง
เพราะเขาเลือกคู่ที่จะสามารถพัฒนาพันธุ์ได้
 
เขายอมรับในสิ่งที่เขาเป็นเสมอ
 
เขาโลหเพลงฟังจากในเน็ท
ไม่ค่อยซื้ออัลบั้มเพลงจริง ขนาดญาติ หรือเพื่อนออกเทป
เขาก็ยังขอซีดีเอา น่าสงสารที่ญาติกับเพื่อนของเขา คงจะเป็นคนแบบเดียวกันกับเขา
เขาเลยต้องยอมฝืนกฎตัวเองไปซื้อซีดีบ้างในบางครั้ง
 
เขาฟังเพลงหลากหลายแนว
เพราะตอนที่พิมพ์อยู่นี้
เขาเลือกฟังเพลย์ลิสต์ที่เป็นส่วนผสมของ Norah Jones และ Dream Theatre
อืม…เขาติด iPod มากๆด้วย
 
และก็ท้ายที่สุด… เขาก็มีเรื่องมาลงสเปซได้ เอาตัวรอดไปได้อีกเดือนหนึ่ง