Archive for January, 2007

31 วัน หลังวันที่ 31 ธันวาคม

อากาศยังคงเย็นลงอย่างต่อเนื่อง
 
จิตใจผมก็เย็นลง สงบลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
โตขึ้นมั้งครับ ทั้งๆที่จริงๆแล้วก็ยังอายุไม่เท่าไร
 
ผมอ่านหัวข้อเฝ้าเดี่ยวของปี 2006 ในคืนที่เกิดระเบิดเล็กๆกลางกรุง
หัวข้อเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเริ่มปีอย่างไรในชีวิตคริสเตียนของคุณ…
 
SLOW DOWN… เป็นหัวข้อที่ผมอ่าน
ผมรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่พระเจ้าตรัสผ่านผมในเช้าตรู่วันนั้น
 
ใช้ชีวิตช้าลงๆ
เพื่อที่จะมองเห็นอะไรๆให้ชัดเจนขึ้น…
 
1 เดือนที่ผ่านมา มีอะไรๆเกิดขึ้นหลายอย่างในชีวิตผม
ดีบ้าง ดีน้อยบ้าง
…แต่ผมมองโลกในแง่ดีมากขึ้น
 
ผมสูญเสียโอกาสในการเริ่มธุรกิจบางอย่างไปเพราะแรงระเบิด
แต่ผมกลับได้เริ่มความฝันอีกส่วนหนึ่งที่บ่มตัวรอโอกาสฟักมานานหลายปี
 
…หนทางใหม่ อาจจะเปิดสำหรับผม
ถ้ามันเป็นอย่างนั้น มันก็คงดี
 
31 วันที่แล้ว ผมเป็นคนหนึ่งที่นั่งรอเวลา 24.00 น.อย่างใจจดใจจ่อ
2549 ผมผ่านอะไรมามากจริงๆ
ผมอยากจะให้เข็มสั้นหมุนเปลี่ยนตัวเลขเร็วๆ
 
2550 ผมรู้ว่า อะไรๆที่ผมคิดว่าลำบาก มันเป็นเรื่องขี้ผง
มันเป็นแค่จุดๆหนึ่งที่ลากผ่านไปสู่เป้าหมายใหญ่กว่าในชีวิต
 
ผมยังเหนื่อย แต่ก็ยังยิ้ม
ยังวิ่งไล่ตามความฝัน แม้หลายๆครั้งมันดูเพ้อเจ้อและไกลตัว…
 
แต่อย่างไรก็ดี
 
ลาก่อนเดือนมกราคม พบกันอีกทีในปี 2551
ตอนนั้น …อะไรก็น่าจะชัดกว่านี้
 
 
 
Advertisements

Married With Children

 

 
Married With Children lyrics
 
There’s no need for you to say you’re sorry
Goodbye I’m going home
I don’t care no more so don’t you worry
Goodbye I’m going home

I hate the way that even though you
Know you’re wrong you say you’re right
I hate the books you read and all your friends
Your music’s shite it keeps me up all night

There’s no need for you to say you’re sorry
Goodbye I’m going home
I don’t care no more so don’t you worry
Goodbye I’m going home

I hate the way that you are so sarcastic
And you’re not very bright
You think that everything you’ve done’s fantastic
Your music’s shite it keeps me up all night

And it will be nice to be alone
For a week or two
But I know that I will be
Right back here with you

There’s no need for you to say you’re sorry
Goodbye I’m going home
I don’t care no more so don’t you worry
Goodbye I’m going home

I hate the way that even though you
Know you’re wrong you say you’re right
I hate the books you read and all your friends
Your music’s shite it keeps me up all night

เรื่องของเรื่องมันมีแค่ …รัก กับ …ไม่รัก

 
ชายหนุ่มคนหนึ่งยอมทำทุกอย่างเพื่อหญิงสาว ทุ่มเทให้เวลา เอาอกเอาใจ …ในช่วงแรก เพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการ …เซ็กส์ …ไม่ได้รัก
 
ชายหนุ่มคนหนึ่งยอมทำทุกอย่างเพื่อหญิงสาว ทุ่มเทให้เวลา เอาอกเอาใจ …อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการ …ความรัก …รัก
 
ชายหนุ่มคนหนึ่งยอมทำทุกอย่างเพื่อหญิงสาว ทุ่มเทให้เวลา เอาอกเอาใจ …อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการ …ความรัก แต่เธอไม่ต้องการ …ไม่ได้รัก
 
หญิงสาวคนหนึ่งยอมทำทุกอย่างเพื่อชายหนุ่ม ทุ่มเทให้เวลา เอาอกเอาใจ …ในช่วงแรก เพื่อให้ได้สิ่งที่เธอต้องการ …ไม่ต้องอยู่คนเดียว …ไม่ได้รัก
 
หญิงสาวคนหนึ่งยอมทำทุกอย่างเพื่อชายหนุ่ม ทุ่มเทให้เวลา เอาอกเอาใจ …อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้สิ่งที่เธอต้องการ …ความรัก …รัก
 
หญิงสาวคนหนึ่งยอมทำทุกอย่างเพื่อชายหนุ่ม ทุ่มเทให้เวลา เอาอกเอาใจ …อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้สิ่งที่เธอต้องการ …ความรัก …รัก แต่เขาไม่ต้องการ …ไม่ได้รัก
 
ชายหนุ่มคนหนึ่งทำตัวเข้าใจ ไม่เคยห้ามเธอทำอะไร ไม่เคยห้ามให้เธอไปไหนกับใคร …เธอคิดว่าเขาเข้าใจ แต่จริงๆแล้วเขาไม่ห้าม เพราะเขาก็ต้องการทำแบบเดียวกับเธอ เขา …ไม่ได้รักเธอ
 
ชายหนุ่มคนหนึ่งไม่เคยเข้าใจ ห้ามเธอทำอะไรหลายอย่าง ห้ามให้เธอไปไหนกับใครต่อใคร …เธอคิดว่าเขาไม่มีเหตุผล แต่จริงๆแล้วเขาเป็นห่วง เพราะรู้ว่าผู้ชายคนอื่นคิดอะไรกับเธอ เขา …รักเธอ
 
หญิงสาวคนหนึ่งทำตัวเข้าใจ ไม่เคยห้ามเขาทำอะไร ไม่เคยห้ามให้เขาไปไหนกับใคร …เขาคิดว่าเธอเข้าใจ แต่จริงๆแล้วเธอไม่ห้าม เพราะเธอก็ต้องการทำแบบเดียวกับเขา เธอ …ไม่ได้รักเขา
 
หญิงสาวคนหนึ่งไม่เคยเข้าใจ ห้ามเขาทำอะไรหลายอย่าง ห้ามให้เขาไปไหนกับใครต่อใคร …เขาคิดว่าเธอไม่มีเหตุผล แต่จริงๆแล้วเธอเป็นห่วง เพราะไม่อยากให้เขาคบเพื่อนไม่ดี เธอ …รักเขา
 
เขาเคยทำอะไรให้เธอได้หลายอย่าง วันนี้เขาทำอะไรได้น้อยลง เพราะภาระที่เพิ่มมากขึ้น และความเหินห่างที่เธอมอบให้ …เขาไม่ได้รักเธอ
 
เขาเคยทำอะไรให้เธอได้หลายอย่าง แต่ภาระที่เพิ่มมากขึ้น และความเหินห่างที่เธอมอบให้ เขายังยืนยัน จะทำทุกๆอย่างเพื่อเธอ …เขารักเธอ
 
เธอเคยทำอะไรให้เขาได้หลายอย่าง วันนี้เธอทำอะไรได้น้อยลง เพราะภาระที่เพิ่มมากขึ้น และความเหินห่างที่เขามอบให้ …เธอไม่ได้รักเขา
 
เธอเคยทำอะไรให้เขาได้หลายอย่าง แต่ภาระที่เพิ่มมากขึ้น และความเหินห่างที่เขามอบให้ เธอยังยืนยัน จะทำทุกๆอย่างเพื่อเขา …เธอรักเขา… 
 
 
 
 

My Little Secret… TAG มาจากพี่ตู่ครับ

อยู่ๆวันนี้พี่สาว (รึเปล่า?) ท่านหนึ่ง นั่นคือ พี่ตู่ ก็บอกว่า "ไปเม้นท์มาแล้ว ไปอ่านด้วยนะ…"
อาราม งงๆ ผมก็ถามไปว่า พี่มันบล็อกเก่านี่ ผมดองไว้อาทิตย์แล้วนะ เม้นท์อะไรเหรอครับ?
 
"…ไปดู" พี่ตู่คาดคั้น!!!
 
ได้ค้าบๆ พอเข้ามาดู โอ้ววววว…
 
มันคือ… Blog Tag นั่นเอง
ที่มาต่างๆลองเข้าไปอ่านได้ที่นี่ครับ Blog Tag – A Game for Bloggers
 
Blog Tag มันเป็นเรื่องของการแนะนำตัวเองให้เพื่อนๆ Blogosphere รู้จักมากขึ้นๆ
โดยเราจะได้รับการ TAG จากเพื่อนๆ Blogosphere แล้วเราก็ต้อง TAG ต่อไป… (จดหมายลูกโซ่ชัดๆ)
โดยเราก็จะเขียนเรื่องจริง ที่เราคิดว่าคนทั่วไปไม่ค่อยได้รู้กันมาลง 5 เรื่องแล้วก็ TAG ต่อๆกันไป
ผมว่ามันหนุกดี ตอนนี้ก็ไม่ยุ่งเท่าไร เลยมาเล่นกับพี่ตู่ดูสักตั้ง
 
เอาล่ะ
 
มารู้เรื่องลับๆของผมกันดีกว่า
 
 
1. ผมเคยหนักสัก 97 กิโลมั้งครับ… แล้วก็อ้วนๆ (มากๆ) สลับกับผอมๆ (ไม่มาก… เป็นพักๆ)
 
2. ผมมีแฟนมาแล้ว 9 คน ตั้งแต่อายุ 14 เป็นแฟนกันสั้นที่สุดคือ 2 สัปดาห์ นานสุดคือ 5 ปี (เกือบแต่งงานแล้วครับ …อันนี้ไม่มีใครรู้แน่ๆ) ผมยอมรับว่าเคยคบกับผู้หญิงมามากมายหลายคน …9 คนน่ะเป็นแฟน แต่นอกจากนั้นเป็นอะไรก็ไม่รู้ครับ …แย่จริงๆ
 
3. ผมที่เพื่อนๆรู้จัก คนรักรู้จัก พ่อแม่พี่น้องรู้จัก ฯลฯ เป็นคนละคนกัน เพราะผมไม่ชอบทะเลาะกับใคร ถ้าผมไม่พูดเรื่องไหนจริงๆก็จะไม่พูด หรือว่าถ้ารู้แน่ๆแต่ไปขัดความสุขผู้พูด ผมก็จะไม่พูด… อืม น่ากลัวเนอะ แต่กับคนใกล้ตัว ผมกลับชอบเอาชนะไม่รู้ซิ พ่อ แม่ แฟน โดนไปหมด… เฮ้อ แย่ๆอีก
 
4. ผมทำงานเลี้ยงครอบครัวครับ ทั้งบ้านมีผมยังทำงานอยู่คนเดียว …ไม่มีเหตุผลครับ แค่ทำงานเลี้ยงที่บ้าน โอ๊ะๆๆ ใช่ครับ ผมไม่รวยอย่างที่เพื่อนๆเห็นหรอก 🙂
 
5. ผมมีเชื้อสายโปรตุเกสครับ ปู่ของพ่อของแม่ เป็นมิชชันนารีจากโปรตุเกสไปเผยแพร่ศาสนาที่เมืองจีนครับ แล้วปู่ของแม่ ก็ย้ายมาเมืองไทยครับ (ผมอาจจะลำดับงงๆหน่อยนะครับ) นั่นแหละครับ
 
สำหรับเพื่อนๆ Blogosphere ที่ผมจะแทคไปนะครับ ก็ตามนี้เลย
 
 
ฝน เพื่อนคนแรกๆทางเน็ทของผม แฟนเก่าฝนชื่อเดียวกับผมเลยล่ะ โอ๊ะ… ความลับนี่น่า…
น้องออม น้องบ้านเดียวกันกับผมคร้าบ และตอนนี้ออมก็เป็นหนึ่งในเด็กหลายๆคนที่กำลังลุ้นผลเอ๊นท์ครับ
พี่ก้อย พี่สาวที่ร้ากกกกกก…
ปิ๊ง …เพื่อนร่วมอุดมการณ์อะไรสักอย่างนี่แหละ
แป๋ม น้อง ญ ฮีโร่สาว

ทางที่ผมเลือกไม่ได้…

ผมตื่นขึ้นมาแต่เช้าบนเตียงควีนไซส์ที่แปลกตา
นอกหน้าต่างยังคงดำมืดด้วยสีของรัตติกาล
ผมเหลือบมองนาฬิกาตั้งโต๊ะที่วางอยู่บนหัวเตียง เกือบ 6 โมงเช้าแล้ว คงต้องได้เวลาลุกขึ้นสักที
 
ผมขยับกายบิดขี้เกียจ เพื่อให้ความง่วงที่หลงเหลืออยู่ในตัวผมได้ร่วงหล่นออกมาให้หมด
 
เธอยังคงนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น…
 
ผมคิดว่าจะอาบน้ำและรีบออกไปก่อนที่เธอจะตื่น ผมไม่ชอบการตื่นมาร่ำลากัน โดยเฉพาะกับลูกค้า มันดูน้ำเน่าเกินไปกับคำบอกรักมากมายที่ไม่ได้หมายความตามนั้น
 
………………………………………………………
 
ผมปิดประตูห้องเธอตามหลังอย่างแผ่วเบา แล้วก็เดินผ่านทางเดินยาวของคอนโดหรูเพื่อตรงไปยังลิฟท์ที่ตั้งอยู่ตรงสุดปลายทางเดิน หญิงชราคนหนึ่งเปิดประตูออกมาพร้อมกับสุนัขตัวเล็กๆของเธอ ผมหันไปยิ้มให้เธอ เธอยิ้มกลับแบบตกใจๆ ผมชินซะแล้วกับสายตาแบบนี้ สายตาที่ผมมักจะได้รับจากคนรอบข้าง
 
สายตาที่มอง "คนแปลกหน้า"
 
………………………………………………………
 
รถของผมมุ่งตรงกลับบ้านทันที
นี่เป็นเวลาพักผ่อนของผม เวลาที่สวนทางกับคนทั่วไป
ผมขับรถสวนทางกับคนที่ตื่นแต่เช้าออกจากบ้าน
ทุกเช้าภาพที่ผมเห็นก็เลยอาจจะแตกต่างกับภาพที่คนส่วนมากมองเห็นกัน
…ถึงแม่เราจะอยู่บนถนนสายเดียวกัน
 
ผมเลี้ยวรถเข้าบ้าน ดับเครื่อง แล้วก็ลงจากรถด้วยความเหน็ดเหนื่อย
ผมเดินเข้าห้องครัวต้มน้ำร้อน แล้วก็ชงกาแฟมาแก้วหนึ่ง
หนังสือพิมพ์ถูกผมหยิบมาเปิดผ่านๆตา ข่าวสารในนั้นแทบจะเหมือนกันทุกวัน
หดหู่ทุกครั้งที่ได้อ่าน…
 
ผมพับหนังสือพิมพ์แล้วโยนกองไว้บนโต๊ะ ข้างๆกับแก้วกาแฟที่หมดลง
ความง่วงพาผมไปล้มตัวลงที่เตียงนอน
…แล้วผมก็ผลอยหลับไป
 
………………………………………………………
 
18.00 น.
ผมลืมตาตื่นขึ้นมาตามเสียงดังของนาฬิกาปลุกที่ตั้งอยู่สุดหัวเตียง
ผมเอื้อมมือไปปิดมันอย่างอ่อนล้า
นี่คงเป็นเวลาที่หลายๆคนกำลังได้ใช้อยู่กับครอบครัว
เวลาที่ได้กลับบ้าน
 
แต่นี่คือเวลาเริ่มชีวิตของผม
โลกแห่งราตรีกาลที่มืดดำ…
 
ผมก้าวลงจากเตียงอย่างจำใจ พร้อมสั่งร่างกายให้เดินตรงไปยืนอยู่ใต้ฟักบัว
สายน้ำเย็นที่ไหลผ่านลงมากระทบร่างกายผม เรียกความสดชื่นคืนมาได้อย่างดี
…ความสดชื่น เพื่อพร้อมกับภาระหน้าที่ประจำวันนี้
…ผมจะออกไปทำงาน
 
………………………………………………………
 
ทำไมผมต้องมาทำงานนี้ ลูกค้าคนหนึ่งเคยถามผมตอนผมเริ่มทำงาน
 
…ผมเลือกไม่ได้ ผมตอบเธอ ใครจะอยากมาทำงานแบบนี้!
 
วันนั้นผมตอบเธอแค่นั้น สั้นๆ กับประโยคง่ายๆ
 
"ผมเลือกไม่ได้"
 
ประโยคสั้นๆง่ายๆที่ทิ่มแทงอยู่กลางใจผมตลอดมา
 
ตอนเด็กๆครอบครัวผมค่อนข้างจะมีอันจะกินแบบที่เรียกว่ามาก
เงินทองที่จับจ่ายใช้สอยไม่เคยขาดมือ
อะไรที่ผมอยากได้ ไม่เคยไม่ได้
 
มันเป็นอย่างนั้น
จนผมเริ่มเข้ามัธยมปลาย
 
คำว่า"ลำบาก"
…อยู่นอกพจรานุกรมของผม
 
จนวันหนึ่งที่คนขับรถมารับตัวผมจากโรงเรียน
เพื่อพาผมไปโรงพยาบาล…
 
คุณพ่อหกล้ม…
 
หลังจากวันนั้น
ชีวิตของครอบครัวผมก็เรียกได้ว่าล้มตามคุณพ่อลงไป
ท่านเป็นอัมพาต
 
ช่วงแรกเรามีเพื่อนๆคุณพ่อมาเยี่ยมกันมากมาย
เวลาผ่านไป
คนที่มาก็เริ่มลดลง …และหายไปในท้ายที่สุด
 
ธุรกิจของครอบครัวเราก็เริ่มดูง่อแง่น
เมื่อคุณพ่อไม่ได้เป็นคนคุมกิจการ
 
ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างคุณแม่
ไม่สามารถทำงานแทนที่คุณพ่อได้ทั้งหมด
 
ในที่สุดหุ้นส่วนคนหนึ่งก็โกงฮุบบริษัทของเราไป
 
ผมไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนัก เพราะความเยาว์
แต่ความแค้นเสียใจกลับฝังลึกจนยากจะลืมเลือน…
 
แต่อย่างไรก็ตาม
ผมเชื่อย่างที่คุณแม่บอก
คนดีพระจะคุ้มครอง
 
ผมพยายามตั้งใจเรียน ขยันขันแข็ง
ทำทุกๆอย่างที่ดีเท่าที่จะทำได้ 
 
เวลาผ่านไปจนผมอยู่ปี 3
เงินทองของเราก็เริ่มร่อยหรอลง
จากที่มีพอใช้
ก็กลายเป็นเริ่มลำบาก
 
…ผมเริ่มรู้สึกว่า ความดี… ไม่ได้ช่วยอะไร
ในสังคมที่คนวัดกันที่เงินที่ห้อยคอ
ในสังคมที่คนดีไม่มีที่อยู่
 
ผมรู้ว่าคนดี …ถ้าท้อแท้
ท้ายที่สุด
 
ก็จะไม่เหลือคนดีในสังคม
 
แต่ผม…
 
ไม่อยากเป็นคนส่วนน้อยของสังคมอีกต่อไป
 
เป็นคนดีไม่ได้ช่วยอะไร…
 
ผมเบื่อสายตาที่มองต่ำลงมาที่ผม
 
คนนอก…
 
ผมเบื่อที่ต้องถูกตัดสินจากการเงิน
ครอบครัวของคนที่ผมรัก
 
กีดกันผมเพราะกลัวทำให้ลูกสาวเขาลำบาก
การที่ผมทำงานเลี้ยงครอบครัว… การที่ผมกตัญญู
กลับกลายเป็นคะแนนลบที่พ่อแม่ของเธอกาในช่องให้คะแนนของผม
 
ผมเบื่อ…
 
วันหนึ่งที่ผมได้รับคำชวนจากเพื่อนคนหนึ่ง
ถึงการไปทำงานในสถานที่แห่งหนึ่ง…
 
บาร์โฮสต์
 
คำที่ผมไม่เคยได้ยิน
แต่เป็นคำที่พลิกชีวิตผม
 
เพียงคืนแรกที่ผมได้ไปลองงานด้วยใจกล้าๆกลัวๆ ผมรู้ว่าคนเลว ไม่ได้เป็นง่ายๆ แต่แน่นอนมันง่ายกว่าการเป็นคนดี ที่ไม่มีใคร
เงินหลักหมื่นลอยเข้ากระเป๋าผมอย่างง่ายดายทั้งๆที่ยังไม่ได้ออกแรงอะไรมากมาย
 
ผมหลงใหลในมัน
 
และไม่แปลกใจเลยที่ใครๆก็ชอบมัน
เงินตรามันน่าหลงใหลแบบนี้นั่นเอง
 
ผ่านงานไปไม่นาน
ผมก็เรียนรู้ว่า ถ้าผมออกแรงมากขึ้น
เสียเหงื่อมากขึ้น
เงินที่ได้ มันจะมากขึ้นตามด้วย…
 
เงินที่มากขึ้นตาม
มันจะช่วยเลี้ยงดูครอบครัวของผมได้
 
ผมรู้แค่นั้น…
 
………………………………………………………
 
5 ปีจากนั้น คือเวลาที่ผมอยู่กับมัน
 
และคืนนี้ก็จะเป็นเวลาที่ผมจะออกไปหาเงินเลี้ยงครอบครัวเหมือนทุกๆวัน
ผมเริ่มชินกับสายตาที่คนมอง
จิตใจของผมเริ่มด้านชา
แยกไม่ออกระหว่างสีขาวกับสีดำ
 
ถึงแม้ว่า สายตาที่มอง "คนแปลกหน้า" จะยังมีบ้างที่มองมาที่ผม
แต่มันก็มีจำนวนลดน้อยลงจนเทียบไม่ได้กับสายตาที่มองรถยุโรปคันหรูของผมเวลาที่ขับไปไหน
 
เงินเพียงตัวเดียวที่ทำให้สายตาที่มองผมเปลี่ยนไป
 
………………………………………………………
 
ไม่นานหลังจากผมเดินเข้าไปที่ทำงานของผม
ผมก็ได้ลูกค้า และเธอก็ดูเร่งรีบที่จะพาผมออกไป
 
บาร์ปิดเธอก็นัดแนะให้ผมขับรถไปตามทางที่เธอบอก
ไปจนถึงบ้านของเธอ
 
ภารกิจเดิมๆ
การเสแสร้งรักแบบเดิมๆที่ผมทำมาจนชินถูกแสดงซ้ำๆออกมา
 
มันใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงก่อนจะจบลง
เหงื่อที่เสียไปไม่ได้เยอะกว่าเล่นฟุตบอลสักเกมส์ แลกกับเงินหลายหมื่นที่มากกว่าคนหลายๆคนทำงานทั้งเดือน
ผมว่ามันคุ้ม!
 
เธอขยับตัวมาอยู่ในอ้อมกอดของผม
ชวนผมคุยถึงเรื่องราวของสามีเธอที่มัวแต่ทำงานจนไม่มีเวลาให้เธอ
และก็เรื่องที่เธอกลัดกลุ้มใจอีกหลายอย่าง
 
…ผมรับฟังอย่างเคยชิน
 
ลูกค้าคือทุกๆอย่างในเวลานี้
 
จนถึงคำถามที่ผมตอบยาก คำถามที่ลูกค้าดูจะชอบถามกันเหลือเกิน
 
…ทำไมผมถึงมาทำงานแบบนี้ …ไม่คิดว่ามันไม่ดีเหรอ
 
…ผมไม่มีทางเลือก
 
ผมตอบเธอแค่นั้น
 
เราแยกกกันเมื่อตอนเช้า
แน่นอนก่อนเธอตื่น
 
ผมขับรถออกไปสวนทางกับคนทั่วไปเหมือนทุกเช้า
 
………………………………………………………
 
หลายๆครั้งผมมานั่งคิดถึงเรื่องราวคำว่าดี กับไม่ดี
คนเลว กับ คนดี
 
มันยากที่จะแยกว่าอะไรคืออะไร
 
ผมกตัญญูเลี้ยงดูครอบครัวด้วยอาชีพสุจริต ก็ถูกสายตาของพ่อแม่ลูกสาวที่หิวโหยความสบาย หลงใหลในเงินตรามองว่าเป็นคนที่ ไม่ดี
ในขณะที่ผมเปลี่ยนสถานะจากคนกลางวันมาเป็นคนในร่มราตรี กลับถูกมองอย่างชื่นชมจากสายตาของคนโดยทั่วไป
การที่ผมเลี้ยงดูครอบครัวตอนนี้เมื่อใครได้ยินว่าผมทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวสบาย ก็กลับกลายว่าผมเป็นคนดี …ปม้ว่าคนส่วนมากจะไม่รู้ก็ตามว่าเงินที่ผมเอามาทำสิ่งดีๆนั้น มันมาจากไหน
 
ผมยังคงเป็นนักเดินทางที่หลงทางอยู่บนถนนสายนี้
…สายชะตาชีวิต
 
และเข็มทิศของผมก็ชี้ไปที่สิ่งวัดค่าของมนุษย์ปัจจุบันเพียงอย่างเดียว
 
…เงินตรา
 
มันเป็นเส้นทางที่ผมเลือกไม่ได้… 
 
 
 
 
 
 
 
 

STATEMENT

หน้าจอ MSN วันที่ 6 เดือน 6 ปี 2006
 
เพื่อน 1 says :
เหี้ยเอ๊ย กูมีเรื่องปรึกษาว่ะ
 
เพื่อน 2 says :
เรื่องเหี้ยไรวะ มึงถึงต้องเข้ามาทักกูด้วยคำว่าเหี้ย
 
เพื่อน 1 says :
ก็เรื่องเหี้ยๆที่ผู้ชายอย่างเราๆไม่ชอบไง
 
เพื่อน 2 says :
เอ้า ว่ามา เรื่องเหี้ยๆน่ะ
 
เพื่อน 1 says :
ก็น้องจอยแฟนกูน่ะซิ แม่งมาขอเลิกกับกู
 
เพื่อน 2 says :
เรื่องเหี้ยไรวะ เลิกเหี้ยอะไร
 
เพื่อน 1 says :
ก็แม่น้องจอยอ่ะดิ แม่งบอกให้จอยมาเลิกกับกู เพราะกูไม่รวย!
 
เพื่อน 2 says :
เย็ดแม่ แม่งเหี้ยจริงๆด้วยว่ะ ก็เลิกแม่งเลยมึง ผู้หญิงก็แบบนี้แหละ รักคนเลว ชอบคนดี แต่งกับคนรวย หัวควยชิบ
 
เพื่อน 1 says :
กูก็คิดนะมึง แบบนี้ แต่ไม่ได้ว่ะ กูว่าเรื่องมันโง่ๆไปนิด กูก็เลยถามจอยว่า จอยครับคิดดีๆนะครับ คนที่คบกับพี่คือจอย หรือแม่จอย
 
เพื่อน 2 says :
แล้วแม่งว่า…
 
เพื่อน 1 says :
ก็คุยกันนานว่ะ แต่ดีเทลช่างแม่ง ตกลงกูก็ยังไม่เลิก เซงฉิบ
 
เพื่อน 2 says :
เออ ก็นะ มึงต้องรู้ซิ ญ สมัยนี้น่ะ แม่ง จะคุณหนู จะกะหรี่ แม่งดู STATEMANT หมดแหละ สาดดดดดดดดด ดอก
 
เพื่อน 1 says :
ก็จริง แต่กูยอมรับเลยว่ะ แม่งพอผ่านเหตุการณ์แล้วนี่ กูหวั่นไหวว่ะ กูไม่รู้จะดีเพื่อน้องเค้าไปอีกทำไม
 
เพื่อน 2 says :
เข้าใจว่ะ ก็แฟนมึงแม่ง โตตายห่าแล้ว ยังเอาแต่ฟังคนอื่นอีก แย่ๆ อย่างนี้แม่แม่งให้ไปขายตัวเอาเงินก็ต้องไปดิ สาดดดด
 
เพื่อน 1 says :
เพื่อนกูก็เคยโดนแบบนี้ว่ะ ไอ้เหี้ย 3 ไง มึง แม่แฟนแม่งให้เลิกกับแม่งเพราะโรงงานพ่อมันเจ๊งไง ตอนเศรษฐกิจแย่ๆไง แม่แฟนแม่ง บอกแฟนมันเลยเว้ย ว่า แม่ไม่อยากลำบาก ไปเลิกกับ 3 ดีกว่า แฟนแม่งก็ดีเชื่อแม่ไปทิ้งเหี้ย 3 ซะ กูจำได้ตอนนั้นดูแลไอ้เหี้ย 3 อยู่เป็นเดือนเลย ดูตอนนี้ไอ้สามเป็นไง ญ ไม่ยุ่งมุ่งแต่งาน
 
เพื่อน 2 says :
เออว่ะ จำได้ๆมึงเคยเล่าให้ฟัง เฮ้อ ก็งี้แหละควยว่ะ โลก!
 
เพื่อน 1 says :
แต่กูก็ทำดีที่สุดว่ะ มันได้แค่นี้นิชีวิตกู สมมติกูรวยกว่านี้ แต่แม่เค้าแม่งไม่ชอบ แม่งก็หาเรื่องให้เลิกอยู่ดี
 
เพื่อน 2 says :
เฮ้อ ยากว่ะ แต่กูคิดแบบนี้แล้วว่ะ กูว่าโลกแม่งบีบเราเกินไป จะเป็นคนดี แล้วจะเหลือไรให้แดก ญ แม่งสนคนดีที่ไหน กูขอเป็นคนดีเท่าที่เป็นได้ เป็นจนตราบเท่าที่โลกแม่งไม่บีบกูเกินไป…
 
เพื่อน 1 says :
อืม เห็นด้วยๆ โลกแม่งเหี้ยว่ะ!
 
 
 
เพื่อน 2 says :

พูดไปๆมึงจำครั้งกูไม่ได้เหรอวะ? T_T 
 
เพื่อน 1 says :
ครั้งไหน อ้อ ตอนมึงเลิกกะแฟนเก่าอ่ะนะ จำได้ดิ เหี้ยโคตรๆ พ่อแฟนเก่ามึงแม่งหัวควย!
 
เพื่อน 2 says :
เออ แค่กูเป็นลูกกตัญญู แม่งกลัวว่าพ่อแม่กูจะไปข่มเหงลูกสาวมัน ควยชิบ ผิดเหรอวะ ที่กูทำงานเลี้ยงครอบครัว เหี้ย มึงอยากรวยนัก มึงก็เอาลูกสาวไปขายตัวดิ
 
เพื่อน 1 says :
ถูก ก็เห็นว่าตอนนี้ลูกสาวแม่งก็มั่วกะลูกนักการเมืองไม่ใช่เหรอ
 
เพื่อน 2 says :
เออ กูแม่งไม่เข้าใจผู้ใหญ่หัวควยเลยว่ะในบางครั้ง โอเค แม่งเกิดก่อน แม่งมีประสบการณ์ แต่เวลามันก็เปลี่ยนไม่ใช่เหรอ มันเคยเจอไรเหี้ยๆ กูก็รู้ว่ามันคงไม่อยากให้ลูกเจอไรเหี้ยๆ แต่ทำไมมันคิดว่าการที่ลูกมันคบกับกูเป็นเรื่องเหี้ย เหี้ยว่ะ
 
เพื่อน 1 says :
เฮ้ย ก็บอกแล้วโลกมันเหี้ย คนดีไม่มีที่อยู่ คนดีไม่มีใคร!
 
เพื่อน 2 says :
เฮ้อออออ…
 
เพื่อน 1 says :
เอาเว้ยๆ ชีวิตแม่งต้องเดินหน้าว่ะ กูว่าเราต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่ชีวิตเราทำได้ว่ะ ใครจะมองยังไงไม่รู้แต่เราเป็นตัวเองละกัน
 
เพื่อน 2 says :
เอ่อ โลกแม่งเหี้ยจิงๆว่ะ!
  

สวัสดีปี 2550

ปีที่ผ่านไปของผม
ยังคงเป็นปีที่มีเรื่องราวดีๆ และไม่ดีในหลายๆอย่าง
 
แต่ผมเชื่อด้วยตัวเอง ว่ามันดีขึ้น
 
อย่างน้อย…
ผมรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และได้เริ่มอะไรไปแล้วบ้างในสิ่งที่อยากทำ
 
มันชัดเจนมากขึ้นๆ กับเส้นทางที่ผมเลือกเดิน
แม้ว่าอุปสรรคมันจะใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
บางครั้งมันใหญ่จนปิดทางจนไม่เหลือที่ให้เดินด้วยซ้ำ
 
แต่ผมเรียนรู้ที่จะรอ และอดทน
ปัญหามันย่อมมีทางออกด้วยตัวของมันเอง
บางครั้งออกแรงฝืนมากไป
มันก็จะมีแต่เจ็บตัวไปเสียเปล่าๆ
 
ผมเห็นอะไรหลายอย่างในปี 2549 ที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เรื่องราวประทับใจที่จดจำอยู่ในใจผม
เรื่องราวเศร้าเสียใจที่กรีดรอยฝังรากลึกอยู่ในใจผม
เรื่องราวของการเปลี่ยนแปลง ที่ผมเห็นคนรอบข้างเปลี่ยนไปตามวัย
…ดีบ้าง …ไม่ดีบ้าง
 
เช้าตรู่วันที่ 1 มกราคม 2550 ผมใช้เวลาอยู่กับพระเจ้าของผม
ผมอ่านพระคำภีร์เฝ้าเดี่ยวอย่างสงบ
แม้ว่าเหตุการณ์ร้ายๆที่ส่อแววคำว่ายุคสุดท้ายจะแสดงตนออกมาเรื่อยๆ
 
เกิดระเบิดในกรุงเทพ
ในคืนส่งท้ายปีเก่า
 
ผมได้รับฟังพระคำบางอย่าง
ปีนี้ ผมตั้งใจจะเดินช้าลงสักนิด
 
Slow step…
 
ลดความเร็วลง เพื่อมีเวลามองความสวยงามของสองข้างทางที่เดินผ่าน…
 
สวัสดีปี 2550…