ผู้ชายขี้กลัว…

วันที่ผ่านมาหลายวันๆ ฝนตกอยู่ทั่วหัวระแหงของจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางของกรุงเทพมหานคร เมืองแห่งเทพพยาดา หากจะแปลความหมายของชื่อเมืองหลวงของประเทศไทย ชีวิตผมยังคงดำเนินไปเรื่อยๆตามที่ฟันเฟืองของความอดทนยังกดหมุนอยู่
 
วันฝนตกเป็นวันที่ผมชอบ หากว่าไม่ต้องเดินทางออกไปต่อสู้กับภาวะจราจร หรือเดินลุยน้ำในเมืองที่เรียกได้ว่าเป็นมหานครอย่าง กทม. วันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาผมตั้งใจที่จะนอนยาวเพื่อพักผ่อนจากการตรากตรำทำงานของผม ช่วงหลังๆนี้มันเหมือนว่ายิ่งนอนเท่าไรก็ยิ่งไม่พอ แต่จนแล้วจนรอดก็มีเหตุ (อันแสนจะเต็มใจ) ที่ทำให้ผมไม่อาจนอนติดบ้านได้ โทรศัพท์บางสายฉุดผมให้ลุกขึ้นมาจากเตียงนอนที่แสนนุ่มสบาย …ผมรีบออกจากบ้าน
 
เป็นเวลานานหลายเดือนแล้วที่หัวใจผมถูกบีบๆ และทับด้วยเรื่องราวแต่กาลก่อนที่ไม่ค่อยน่าสบายใจนัก ร่องรอยของเวลามันตราแน่นเกินไป ผมเลยยังไม่พร้อมที่จะดำเนินชีวิตไปตามอย่างที่มันควรจะเป็น คนอย่างผม… ผมแอบเป็นผู้ชายขี้กลัว
 
แต่แล้วช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ห่วงบางอย่างที่กดทับหัวใจของผม ร่องรอยที่ผมเองไม่ลืม มันกลับถูกลดทอนความทรมาณที่มันสร้างไว้กับผม ผมเริ่มกลับมามีชีวิตอีกครั้ง หัวใจดวงเก่าๆแฟบๆ มันเหมือนถูกลมแห่งความรู้สึกอะไรบางอย่างสูบเข้าไป… มันเริ่มกลับมาเต้นจังหวะเดิมอีกครั้ง
 
ผมใช้เวลาในบ่ายวันเสาร์ และอาทิตย์อย่างมีความสุขมาหลายสัปดาห์ รอยยิ้มที่เคยแห้งไปจากปลายริมฝีปากของผมกลับเริ่มกลับมา ความชุ่มชื่นของชีวิตผ่านเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะของเธอ… ผมพบใครบางคน
 
ฝนยังคงตกอย่างไม่หยุดหย่อนในช่วงเวลาที่ย่างเข้าปลายปีแบบนี้ นี่เป็นต้นเดือนตุลาคม อีกเพียงไม่ถึง 100 วัน เลข 2006 ก็จะถูกเลื่อนเป็น 2007 เกือบปีแล้วที่หัวใจของผมแห้งแล้ง จริงอยู่ว่ามีฝนพัดเข้ามาให้หัวใจเปียกชุ่มบ้างบางครั้งคราว บางครั้งเป็นเพียงฝนโปรย บางครั้งเป็นฝนที่โหมกระหน่ำ แต่ลมพายุที่หอบฝนเข้ามาในใจแห้งผากดวงนี้ ก็พัดลอยผ่านไป ยังไม่มีเมฆก้อนไหนที่เข้ามาทำให้ผมได้ชุ่มชื้นอย่างถาวร
 
ผมเคยเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง ในทุกๆเรื่อง ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย และภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น …แต่ในช่วงหลายปีหลังมานี้ มันมีเหตุการณ์หลายๆอย่างที่ลดทอนความนึกคิดแบบนั้นไป มันบั่นทอนสภาพจิตใจผมจนหลายๆครั้งผมแทบจำตัวเองที่เคยเข้มแข็งไม่ได้ ตลกดี เรื่องราวของความรู้สึกที่ไม่สามารถแสดงออกเป็นตัวตนได้ มันทำให้ผมสูญเสียความเป็นตัวเองไปได้ขนาดนี้
 
…เปลือกนอกยังดูเหมือนเดิม แต่ข้างในกลับเปราะบางลง…
 
แต่แล้วฝนก็เริ่มตกลงมา… ทั้งใน กทม. และในใจของผม…
ฝนฉ่ำเย็นที่ตกเข้ามาพร้อมกับบรรยากาศเย็นๆที่แผ่ปกคลุมหลังฝนชะลอทำให้ผมมีแรงมากขึ้น อะไรๆที่เคยสูญเสียไป มันดูเหมือนว่าเริ่มจะกลับมาในช่วงเวลาหลังๆมานี้
 
ผมคิดเอาไว้ว่า อยากจะขอเสพย์ความสุขนี้ไว้ไปให้นานแสนนาน ไม่อยากให้มันหายไปด้วยการเปลี่ยนแปลงใดๆ ผมกลัว… ผมมีความสุขที่ได้อยู่กับเธอคนนั้น ตลอดเวลา เธอแบ่งปันชีวิตที่แสนจะสดใสของเธอให้กับผม เธอเติมสีให้หัวใจเทาๆของผม…
 
แต่ผม…
 
ผมกลับกลัว และไม่กล้าที่จะพัฒนาความหวานนั้นให้หอมหวานมากขึ้น
 
ผมกลัวว่าขั้นตอนการแปรรูปความรู้สึกนั้น จะทำลายคุณค่าของตัวมันเองลงไป…
 
ผมได้แต่กลัว และ รอ…
 
จนกระทั่ง…
 
คำถามหนึ่ง ถูกเอ่ยขึ้นด้วยความพยายาม คำถามที่ผมควรจะเป็นผู้ถาม มีอะไรบางอย่างที่เธอต้องตัดสินใจ เธอจึงต้องเลือกที่จะถาม… ผมไม่ทันตั้งตัวเพราะใจของผมยังซุกหลบในมุมของความกลัว ช่วงเวลาไม่กี่วินาทีนั้นมันยาวนานเหมือนกับชั่วโมงที่แสนสับสนวุ่นวาย…
 
ผมถามตัวเอง ผมต้องกลัวอะไรอีกหรือ…
 
จะมีอะไรต้องเจ็บอีกหรือ ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น…
 
ผมตอบไม่ได้ในครั้งแรก
 
คำถามสั้นๆถูกถามวนเวียนไปนับร้อยในห้วงวินาที เวลาราวกับหยุดนิ่ง…
 
ผมกลัวการเริ่มต้น ทั้งๆที่โหยหา…
 
ผมกลัวที่จะเจ็บ หากเดินล้มอีกครั้ง…
 
แต่แล้วผมก็ได้คำตอบสุดท้าย… สิ่งที่ผมกลัวที่สุด…
 
ถ้าผมไม่เอื้อมมือไปรับเธอไว้ ผมต้องสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตผม…
 
ผมกลัวที่จะเสียเธอ กลัวมากกว่าที่จะกลัวตัวเองเจ็บ!
 
จากวันนี้ผู้ชายขี้กลัว จะหยุดกังวลเรื่องเสียใจ…
 
ผมอยากให้ฝนตกแบบนี้ไปนานๆจัง
 
ขอยืมประโยคนี้มาจากเพื่อนทางเน็ทนะครับ… Anyone who says sunshine brings happiness has never danced in the rain
 
 
 
 
    • Lost
    • October 4th, 2006

    life is short to be afraid.
    then…
    go on….

    • n o o n u t
    • October 4th, 2006

    อย่ากลัวการเริ่มต้น อย่ากลัวที่จะต้องล้มอีกสักครั้ง
    ดีแล้วที่ยอมเอื้อมมือไปรับเธอไว้
    น้องนัทก้อเคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาเหมือนกัน และสุดท้ายก้อรู้แล้วว่า
    No matter what the outcome will be, to express our feelings is the best thing we should do. At least, we won\’t feel sorry afterwards that we don\’t do it naka.
    อย่ากังวลในเรื่องที่ยังมาไม่ถึง ทำวันนี้ให้มีความสุขที่สุขกันดีก่า พี่ชาย

    • Morphine
    • October 5th, 2006

    ^^ ดีใจที่เรื่องนี้จบลงอย่าง Happy Ending ค่ะ
     
    เป็นคนนึงที่ชอบมากค่ะเวลาฝนตก   แต่ก็สังเกตเห็นว่า…
     
    เวลาฝนตกผู้คนต่างวิ่งหลบกันอุตลุต
     
    ทั้งที่ตอนเด็กๆ พนันได้ว่าทุกคนต่างก็เคยวิ่งเล่นกลางสายฝนกันทั้งนั้น
     
    เราสนุกกับมันได้อย่างไม่กลัวเปียก ไม่กลัวเป็นหวัด
     
    แต่พอโตขึ้นมา อะไรสักอย่างบอกเราว่าอย่าออกไปโดนฝนถ้าไม่จำเป็น
     
    ทุกคนคงเกือบลืมไปแล้วว่า ความสนุกตอนวิ่งเล่นกลางสายฝนในวัยเด็กเป็นอย่างไร
     
    เพราะผู้ใหญ่ต้องไม่ตากฝน ผู้ใหญ่ต้องเลิกวิ่งเล่น…
     
    นิยามของการเป็นผู้ใหญ่คือเป็นอะไรที่ต่างจากเด็กมากที่สุด?
     
    ดีใจที่คุณกี้ทำลายความกลัวได้ค่ะ ^^
     
    ออกไปเต้นรำกลางสายฝนให้สมกับที่หัวใจแห้งแล้งมานาน
     
    ยินดีค่ะ ที่ได้แชร์ประโยคดีๆกับเพื่อนทางเน็ท
     
    จริงๆแล้วอีกประโยคหนึ่งที่ทำให้คุณกี้ทำลายความกลัวลงได้
     
    เป็นประโยคของคุณกี้เองนะคะ
     
    Don\’t be hesitate to LOVE, may be its the only chance u got.
     
     
    ปล.ระวังน้ำท่วมนะคะ ^^
     

    • พีท
    • October 6th, 2006

    ถ้าจะมีความรักแล้วกลัว ก็เท่ากับซื้อหวยแล้วกลัวเสียเงินฟรี อิอิ เกี่ยวกันมั้ย ?
     
     
    เกี่ยวนะ นิดๆ ก็ได้
     
     
     
    อย่ากลัวไปเลย เด๋วเป็นกำลังใจให้นะ พี่กี้ สู้ๆ ( เออ.. ขอเรียกพี่กี้นะ และอีกอย่างไม่ต้องเรียกพีทว่า คุณ นะจ๊ะ )
     
     
     
    ปล. ฟ้าหลังฝนน่ะ เป็นไง นึกภาพสิๆ สูดลมหายใจสิ เปนไงๆ

    • Anin
    • October 8th, 2006

    Woudn\’t it be nice? ^^

    • Tos
    • October 8th, 2006

    เพราะฉันเต้นรำอยู่กลางพายุร้าย จะร้ายเท่าใดไม่เคยหวั่น หล่อหลอมหัวใจก้าวไปตามหาฝัน ….
     
    เพลงจากSSS

    • Tos
    • October 8th, 2006

    เออ กูอ่านไอ้เรื่องมินิม่อล แอนนิม่อลแล้วไม่เข้าใจอะกี้ ทะเลาะไรกันด้วยหรอ หรือมาช้าไป
     
    อ้อ เดี๋ยวว่ากูไม่ใส่ใจเนื้อหาในเรื่อง ออกนอกเรื่องไป คำว่า ทรมาน  ใช้นอหนูวะ อยากละเมียดๆละเอียดๆแบบพี่กี้อะเค่อะเลยตั้งใจอ่านทุกตัวอักษร ฮิฮิ

    • Rainy
    • October 8th, 2006

    อ่าว!!??
     
    นึกว่าผู้ชายขี้อายซะอีก
     
    ( อำกันเห็นๆจ้ะ )

    • Visutha
    • October 9th, 2006

    ดีใจด้วยที่ไม่กลัวแล้ว  แต่เรายังกลัวอยู่ ไม่รู้ว่าเพื่อนอนิณจะเลิกหายกลัวเหมือนกันยัง

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: