ถูกทิ้ง

 
 
ผมตื่นขึ้นมาบนเตียงเก่าๆที่ผมเก็บมาจากกองขยะที่ถูกทิ้งไว้เมื่อตอนย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องนี้ จะว่าไปเตียงที่ถูกทิ้งนี้ยังมีสภาพดีอยู่ด้วยซ้ำ แต่ใครจะรู้ล่ะ เจ้าของเก่าเขาอาจจะมีเตียงใหม่ที่ดีกว่ามั้ง
 
ผมย้ายเข้ามาอยู่ห้องนี้ได้เกือบปีแล้ว ได้ยินมาว่าก่อนที่ผมจะย้ายเข้ามา ห้องนี้ถูกทิ้งร้างเอาไว้ตั้งหลายปี นับจากผู้เช่ารายก่อน หอบผ้าหอบผ่อนทิ้งห้องเอาไว้หนีค่าเช่า
 
ที่ห้องนี้ถูกทิ้งร้างเอาไว้หลายปี อาจจะเป็นเพราะว่ามันเป็นห้องที่อยู่บนดาดฟ้าของตึก 11 ชั้นที่ไม่มีลิฟท์ก็เป็นได้ ป้ายหมายเลขห้องก็เก่าเหมือนของถูกทิ้งที่ไปเก็บมาจากกองขยะ มันเขียนเลข 1105 เอาไว้บนนั้น
 
ตัวผมเองก็ไม่ได้ดีไปกว่า เตียง ห้อง หรือเครื่องเรือนต่างๆ ที่ผมไปตามเก็บมาจากกองขยะบ้าง ร้านขายของเก่าบ้าง มันล้วนเป็นของถูกทิ้งที่เจ้าของไม่เห็นคุณค่า
 
ผมเป็นเด็กกำพร้าถูกทิ้งไว้ตั้งแต่แบเบาะ แม่ผมทิ้งผมไว้หน้าโบสถ์แห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูน ดีที่บาทหลวงที่นั่นรับเลี้ยงผมเอาไว้ และก็ส่งผมเรียนหนังสือจนจบระดับมหาวิทยาลัย
 
ผมจำได้ว่า ไอ้เด็กถูกทิ้ง ไอ้ลูกกำพร้าเป็นคำล้อเลียนที่ผมได้ยินอยู่เป็นประจำ
มันเจ็บปวดทุกครั้ง
 
ผมเคยโกรธที่ พ่อแม่ ทิ้งผมเอาไว้
แต่พอเวลาผ่านไป ไม่เป็นไรคือความคิดที่ยอมเข้าใจมากขึ้นของผม
 
พ่อกับแม่ผมต้องมีเหตุผลในการทิ้งผมแน่ๆ
และการมีชีวิตอยู่ของผมในวันนี้ มันก็เป็นสิ่งที่ประเสริฐมากแล้ว
 
ผมย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพเมื่อ 4 ปีก่อน ผมโชคดีที่เป็นเด็กตั้งใจเรียน จึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐได้ และได้ทุนเรียนดี จึงสามารถอาศัยอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัยได้
 
แต่ผมเรียนจบแล้วในตอนนี้
 
จบในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ได้ดีมากนัก
ถึงเกรดผมจะดี แต่โอกาสผมไม่ค่อยดีเท่าไร
ผมกลายเป็นบัณฑิตจบใหม่ที่ถูกทิ้งอยู่ในกระแสเรรวนของเศรฐกิจไทย
 
ห้องพักเก่าๆห้องนี้ จึงเป็นห้องราคาเดียวที่ผมจะสามารถรองรับเป็นค่าใช้จ่ายได้ในตอนนี้
 
ตอนนี้ผมปลงกับการหางานตามบริษัทต่างๆ ใบสมัครที่ถูกทิ้งไว้ตามที่ต่างๆก็ไม่ค่อยมีวี่แววจะตอบกลับมา
 
โชคดีที่ผมพอมีความรู้ในการทำเสื้ออยู่บ้าง จึงตัดสินใจเอาเงินเก็บก้อนเล็กๆมาใช้ในการลงทุน ผมออกแบบ และจ้างตัดเสื้อเองขายส่งร้านค้าในสวนจตุจักร ผมต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืดทุกวันศุกร์เพื่อนำเสื้อผ้าไปกองขายให้กับร้านค้าในสวนฯ
 
วันธรรมดาอีก 6 วันที่เหลือผมจึงหมดไปกับการออกแบบเสื้อยืด และก็เดินออกหาข้อมูลใหม่ๆตามท้องถนน
 
วันนี้เป็นเช้าวันพุธที่ผมลุกขึ้นมาจากเตียงเก่าๆที่ผมเก็บมาจากกองขยะที่ถูกทิ้งไว้เมื่อตอนย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องนี้ จะว่าไปเตียงที่ถูกทิ้งนี้ยังมีสภาพดีอยู่ด้วยซ้ำ แต่ใครจะรู้ล่ะ เจ้าของเก่าเขาอาจจะมีเตียงใหม่ที่ดีกว่ามั้ง
 
ผมหยิบเสื้อยืดตัวใหม่จากในตู้เสื้อผ้า แล้วก็ความหากางเกงยีนส์จากกองเสื้อผ้าที่ถูกผมทิ้งเอาไว้เกลื่อนพื้นห้อง แต่งตัวเล็กน้อยเอาน้ำบ้วนปาก หยิบกระเป๋าย่าม และเงินที่วางไว้บนโต๊ะ ประตูห้องเปิดออกเป็นเสียงแอ๊ดดัง ผมเดินออกจากห้อง
 
ผมวิ่งลงบันไดไปจนถึงชั้น 1 ระหว่างทางตามชั้นต่างๆ ผมต้องก้าวผ่านถุงขยะที่ถูกวางทิ้งเอาไว้ จานข้าวจากร้านอาหารตามสั่งที่ถูกทิ้งรอให้พนักงานร้านมาเก็บ ภาพพวกนี้มันทำให้ผมระลึกถึงชีวิตของผมที่มาอาศัยอยู่ที่นี่จริงๆ ชีวิตที่ยังไม่ค่อยเป็นระเบีบยเท่าไรนัก
 
ภาพแรกที่ผมเห็นอยู่ริมถนนหน้าปากซอยที่ผมอยู่นั้น จะเป็นคุณยายขายขนมจีนคนหนึ่งที่ยังตรากตรำทำงานหนักเลี้ยงดูตัวเอง หลังจากส่งเสียลูกๆจนโตกันไปหมดแล้ว
 
แกถูกลูกทิ้ง คือคำตอบที่ผมได้ยินจากแก วันหนึ่งที่ผมนั่งทานขนมจีนที่หาบของแก
 
ออกจากซอยไปไม่นานผมก็เห็นร้านค้ามากมายที่เมื่อต้นปียังเปิดบริการอยู่ ร้านถูกทิ้งร้างไว้เพราะพิษเศรษฐกิจ เจ้าของร้านที่ทนค่าเช่าไม่ไหวก็ปิดร้านหนีตามกันเป็นแถบๆ
 
ไม่ไกลจากแถวร้านร้าง ก็เป็นร้านตัดผมของพี่สาวคนหนึ่งที่ผมเห็นแกกำลังขมักเขม้นแต่งตัว ปะแป้งให้ลูกก่อนที่รถโรงเรียนจะมา แกยังไม่แก่เท่าไร ดูไปก็โตกว่าผมไม่มาก เคยได้ยินคนแถวนี้เล่ากันว่า สมัยก่อนตอนแกสาวๆ แกทิ้งพ่อแม่หนีออกจากบ้านตามผัวแกมา จะเรียกว่าหนีตามกันมาคงก็ไม่ผิด แต่อยู่กันไปอยู่กันมา ผัวแกก็ไปมีผู้หญิงคนใหม่ ทิ้งแกตอนที่ท้องแก่เอาไว้คนเดียว แกเลยกลายเป็นคนถูกทิ้ง ตอนนี้แกเลยต้องทำงานเปิดร้านทำผมเล็กๆเพื่อเลี้ยงตัวเองและลูกให้มีชีวิตอยู่รอดไปวันๆ
 
ผมหยุดเดินอยู่ที่หัวมุมถนนเพื่อรอสัญญาณไฟแดงให้ข้าม รถเก๋งคันโก้ขับผ่านหน้าผมไป เด็กสาวในชุดนักเรียนในรถนั่งหน้าตาไม่สดใสขัดกับใบหน้าสะสวยของเธอ เธออาศัยอยู่ซอยเดียวกับผม พ่อแม่ของเธอเป็นนักธุรกิจใหญ่ ทำงานกับจนไม่มีเวลาไปเจอลูก เธอถูกทิ้งอยู่คนเดียวตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อนคนเดียวของเธอคงเป็นพี่เลี้ยงที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก
 
พี่เลี้ยงของเธอเป็นคนอีสาน ผมเห็นแกบ่อยๆ เวลาแกเดินออกมาจับจ่าย ซื้อของที่ร้านของชำฝั่งตรงข้ามถนน แกชวนผมคุยอยู่หลายครั้ง ได้ความมาว่าแกเป็นคนโคราช แกทิ้งนามาแสวงโชคในกรุงเทพ ลูกผัวแก ถูกแกทิ้งเอาไว้ที่ต่างจังหวัด มาทำงานอยู่บ้านนี้หลายปี แกก็ยังไม่รวยสักที ถ้าไม่ติดที่แกสงสารเด็กสาวคนนั้น แกก็กะจะหาอย่างอื่นทำเหมือนกัน
 
ผมข้ามถนน เดินผ่านป้อมตำรวจที่ถูกทิ้งเอาไว้หลังจากเกิดเหตุวัยรุ่นขี้เมากลุ่มหนึ่งขับรถราคาแพงพุ่งเสียบป้อมตำรวจจนยับ โชคดีที่วันนั้นป้อมตำรวจถูกทิ้งเพราะว่าจ่าแดงจราจรประจำป้อมหายแวบไปแอบกรึ้บที่ร้านเหล้าใกล้ๆนั้นแวบเดียว แกเดินออกไปไม่ทันไรรถก็พุ่งเสียบทันที
 
วันนั้นวัยรุ่นหนุ่มสาว 4 คน ตายคาที่
 
พ่อแม่อีก 4 คู่ ถูกทิ้งให้รอลูกที่ไม่มีวันกลับอยู่ที่บ้าน ด้วยคราบน้ำตา
 
คำเปรยข้างขวดที่เขียนไว้ว่า เมาอย่าขับ ถูกทิ้งเอาไว้ที่ข้างขวดโดยไม่เคยได้รับการเหลียวแล
 
ผมนึกถึงเรื่องนี้ทีไรก็ปวดใจทุกที ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะผ่านมาเกือบเดือนแล้วก็ตาม ผมหยิบบุหรี่ในย่ามของผมขึ้นมา หันให้รูปน่าเกลียดๆของก้อนดำในทรวงอกคนถูกทิ้งไว้อีกด้านหนึ่งโดยไม่หันไปมอง พร้อมจุดไฟขึ้นอัดควันอึ้กใหญ่เข้าปอด ความคิดที่ว่าการสูบบุหรี่จะเป็นมะเร็งปอดถูกทิ้งไว้ข้างหลังผมอย่างไม่แยแส พรุ่งนี้ผมจะเลิกบุหรี่ ผมสัญญากับตัวเอง
 
เดินไปไม่นานจนถึงป้ายรถเมล์ ผมเห็นกล่องกระดาษเขียนไว้ด้วยลายมือน่ารักว่า "รับพวกหนูไปเลี้ยงที" ผมชะโงกหน้าลงไปดูพบลูกแมวถูกทิ้งอยู่ 4 ตัวร้องหงิงๆกันน่ารัก แต่ว่า 1 ในนั้นกลับทิ้งให้พี่น้องของมันอยู่เผชิญโลกโหดร้าย มันตัดช่องน้อยแต่พอตัวชิงตายไปซะก่อน ผมสลดใจไม่มองมันอีก รถเมล์สายที่ผมรออยู่ก็แล่นมาจอดที่ป้าย วันนี้คนไม่เยอะมากนัก ไม่มีใครถูกทิ้งให้รออยู่ที่ป้าย
 
ผมก้าวขึ้นไป มองซ้าย มองขวาเห็นที่นั่งว่างอยู่ที่ 1 ผมเดินไปนั่งลง ข้างๆผมเป็นเด็กสาว 1 คนหน้าตาน่ารักร้องไห้อยู่ ผมไม่กล้ามองมากนัก ใจหนึ่งก็คิดจะลุกหนี เพราะไม่อยากถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของน้ำตา แต่ว่าไม่เหลือที่นั่งอื่นซะแล้วซิ ผมเลยจำใจนั่งอยู่ต่อไปก่อน
 
ไม่นานหลังจากผมนั่งกึ่งหลับกึ่งตื่น โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ผมพอจับความได้ว่าเธอพึ่งถูกทิ้งมา เธอคุยกับคนที่ปลายสายว่าเขาไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกทิ้งหรอก เขาไม่เข้าใจหรอกว่าผู้หญิงที่พึ่งไปทำแท้งมาแล้วถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวเป็นอย่างไร ผมข่มตาหลับไปผมไม่อยากให้เรื่องราวเหล่านี้ถูกทิ้งตกค้างอยู่ในหัวของผม
 
ผมสะดุ้งตื่นจากการที่เธอสะอื้นอยู่ ผมสลึมสลือ หันไปมองที่ป้าย นี่ถึงป้ายที่ผมต้องลงแล้วนี่ ผมรีบลุกทิ้งเพื่อนร่วมโลกที่ผมพึ่งรับรู้ความโหดร้ายของชีวิตเธอไว้เบื้องหลัง รีบก้าวลงจากรถ ผมไม่อยากถูกทิ้งให้นั่งต่อไปจนถึงป้ายหน้า
 
ผมเร่งร้อนที่จะก้าวเข้าไปหาคนที่ผมนัดหมาย ผมไม่อยากให้เธอถูกทิ้งรอนาน ผมเดินเข้าไปที่ร้านที่นัดหมาย เห็นข้าวของของเธอถูกทิ้งไว้ที่โต๊ะตัวเดิมที่เรานัดกันเป็นประจำ ผมย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมเพื่อรอเธอเดินกลับมา เธอคงไปที่ไหนใกล้ๆนี่ ผมเผลอหลับไป…
 
ในช่วงเวลาไม่น่านานนักผมฝันเห็นสิ่งที่ผมเห็นมาตลอดทั้งเช้า
เรื่องราวต่างๆที่ถูกทิ้งไว้ในสมองของผมเป็นความโหดร้ายของโลกใบนี้
ผมเคยรู้สึกแย่ที่ถูกทิ้งไว้บนโลกใบนี้อย่างลำพัง ผมไม่อยากถูกทิ้งอีกต่อไป…
 
จริงอยู่ที่ว่าโลกนี้มีคนที่ทิ้ง และคนที่ถูกทิ้งอยู่มากมาย
แต่เราต่างหากที่จะเป็นคนเลือกว่า เราจะถูกทิ้งอย่างไร้ค่า
…หรือว่าจะถูกทิ้งอย่างมีค่า อย่างผู้ชนะ 
 
เสียงใสๆของเธอดังก้องปลุกผมขึ้นมาจากความฝัน เธอยิ้มให้ผม แล้วบอกว่า เกือบจะไม่รอแล้วนะ มาสายเหมือนเดิมเลย ผมขอโทษเธอด้วยเสียงอ่อยๆ แล้วใจผมก็พาลคิดไปว่า อย่างน้อยๆในวันนี้ที่ผมเห็นการถูกทิ้งมามากมาย อย่างน้อยๆผมก็ไม่ถูกทิ้งให้มาเก้อแล้วล่ะ…
 
 
Advertisements
    • Pawina
    • September 27th, 2006

    กี้คะ…..ปิ๊งกลับมาแล้วค่ะ
    โทรมาแล้วกันค่ะ……ฝันดีนะ
     
    ปิ๊ง

    • พีท
    • September 28th, 2006

    บอกได้คำเดียวว่า \’ ประทับใจ \’
     
     
    ประทับใจดดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรมาเกี่ยวข้องเลย ประทับใจแบบบริสุทธิ์
     
     
     
    เราอ่านแล้วเศร้าอยู่ในใจ เศร้าที่นายเจอเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ได้ยังไง แน่นอน.. นายอาจจะตอบว่า
     
     
    " ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ เพราะมีคนที่เจอะไรเลวร้ายขนาดนี้ตั้งเยอะ หรือว่ามากว่าเราด้วยซ้ำไป "
     
     
    นั่นก็อาจจะจริงก็ได้
     
     
    แต่เราทั้งไม่เข้าใจนะ ถ้าเราเป็นนายเราจะอยู่ดีเป็นคนปกติอย่างที่นายเป็นทุกวันนี้รึปล่าวก็ไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ
     
     
    อีกอย่างนึกคือนายทำให้เรารู้สึกสมเภชตัวเองขึ้นมาถนัดตา
     
     
    เราไม่เคยถูกใครทิ้ง มีบ้างก็คือถูกแฟนทิ้ง แต่ช่างหัวมัน ฉันไม่เป็นไรคือคำปลอบใจตัวเอง
     
     
    เราสมเภชตัวเองจริงๆ นะ
     
     
    เล่นสเปซมานานแล้ว เพิ่งเจอกับเรื่องเศร้าสุดๆ ก็ครั้งนี้แหละ
     
     
    แต่ถึงจะยังไงก็เถอะ เราว่านายเป็นคนเข้มแข็งที่สุด ไม่ว่านายจะเจอปัญหาใหญ่โตแค่ไหนนายก็รับไหว เราเชื่ออย่างงั้นนะ
     
     
    ยังไงก็จะพยายามเป็นกำลังใจให้ในทุกๆ เรื่อง ถึงแม้เราจะไม่รู้จักกันก็ตามแต่
     
     
    ปล. แต่อย่างน้อยเรื่องที่นายเขียนมันก็ยังจบแบบ happy ending นะ เราดีใจที่เป็นแบบนั้น ดีใจอย่างที่สุด
     
     
     

    • Lost
    • September 28th, 2006

    Room No. 1105 ….
    11 May …
    05 November …..
    November 2005 …….
    May 2011 ….
     
    ชอบอันไหนมากกว่ากัน

    • Arintada
    • September 28th, 2006

    ขอโทษนะคะที่ต้องทำให้เจอเรื่อง "ถูกทิ้ง" อีกครั้งวันนี้
    แต่รินห้ามใจตัวเองให้ "ทิ้ง" comment ไว้ไม่ได้จริง ๆ ค่ะ 😛

    • Morphine
    • September 29th, 2006

    ถึงเพื่อนทางเน็ทที่ชื่อกี้
     
     
    เรื่องนี้คอนเซ็ปต์น่าสนใจดีค่ะ
     

    ไม่ชอบคำนี้เลย…ถูกทิ้ง
     
    ตอนเด็กๆก็เคยรู้สึกถึงคำนี้ตอนที่พ่อแม่แยกทางกันค่ะ
     
    แต่พอโตขึ้นถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่เคยถูกทิ้งสักหน่อย
     
    ตอนนี้ก็รู้สึกว่าถูกทิ้งเหมือนกันนะคะ
     
    การได้มาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองต่างคนที่คุ้นเคยรักใคร่
     
    ความเหงามันทำให้พาลรู้สึกว่าไม่มีใครสนใจ
     
    ทั้งที่แท้จริงแล้ว ความรู้สึกนี้ เรานี่แหละที่สร้างมันขึ้นมาเอง
     
    คนที่จะแก้ไขมันได้ก็คงหนีไม่พ้น "ตัวเอง"
     
     
    อันที่จริงแล้ว การถูกทิ้งไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่
     
    เพราะอย่างน้อยก็มีเราคนหนึ่งล่ะที่จะให้คุณค่าตัวเองได้
     
    แทนที่จะไปไขว่คว้าจากคนอื่น…
     
    อย่างน้อย กำลังใจเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาเองได้นะคะ
     
     
    เข้าใจว่าคุณกี้เพิ่งผ่านเรื่องเศร้ามา …จากที่อ่านบล็อกตอนก่อนๆ
     
    อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเอง "ถูกทิ้ง" นะคะ (หมายถึงถ้ากำลังคิดอยู่น่ะค่ะ)
     
    เพราะเข้ามาอ่านบล็อกคุณกี้กี่ครั้งก็มีเพื่อนเข้ามาอบอุ่นหนาเเน่นเสมอ
     
    อย่างน้อยเพื่อนๆที่น่ารักก็ไม่เคยปล่อยให้คุณกี้ต้องอยู่กับความเศร้าคนเดียว
     
    ความรู้สึกแย่ๆมันก็คงเหมือนความฝันอย่างที่คุณกี้เขียนมั้งคะ
     
    รอสักพัก พอตื่นก็หายแล้วล่ะค่ะ ^.^
     
    พระเจ้าอวยพร (เช่นกันค่ะ)
     
    ปล.เขียนแบบนี้ก็สนุกดีนะคะ
     
     
    จากเพื่อนทางเน็ทที่ชื่อมอร์ฟีนค่ะ

    • เกด
    • September 30th, 2006

    เดตอนเย็นค่ะ

    • koko
    • October 1st, 2006

    ตามมาอ่านจากเว็บของ พีทล่ะ
    ผมว่าคุณกะพีท คล้ายกัน แต่ไม่เหมือน
    ถ้าเปรียบ คงเหมือนโมเน่ต์ กับแวนโก๊ะ
    พีท ละเมียดในความรู้สึก ดูบอบบาง และลึก
    ไม่มีจุดสิ้นสุด
    ของคุณ มองโลกกว้าง ละเอียด ก้าวร้าว
    แต่มีบทสรุป
     
    คิดเอาเองทั้งนั้นนะ อย่าซีเรียสนะคับ
     
    ปล. ยังไม่ได้อ่านเรื่องข้างบน แต่อ่านเรื่องข้างล่างหมดแล้ว

    • ohho
    • October 1st, 2006

    อ่านมาเรื่อยก็หดหู่มากขึ้นเรื่อยๆมายิ้มได้เอาประโยคสุดท้ายจริงๆซิน่า 🙂

    • n o o n u t
    • October 2nd, 2006

    p\’kee วันนี้ไม่ได้เปนคนโดนทิ้ง ดีใจด้วยนะ

    • Rainy
    • October 2nd, 2006

    วันนี้ก็มีทิ้งล่ะน้องฟ้าทิ้งน้ำฝนให้ตกลงมา
     
    ^ ^

    • mim
    • October 2nd, 2006

    ชอบตอนจบอ่าพี่กี้
     
    ไม่ชอบเลยคำว่า ถูกทิ้ง
    แต่ไม่เคยรู้สึกนะค่ะ ว่าถูกทิ้ง
    เคยแต่รู้สึกว่า ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครรัก (เหมือนกันป่าวอ่า)
     

    • KoOk
    • October 3rd, 2006

    แหมๆๆ ถูกทิ้งอะไรกัน ได้ข่าวว่าหน้าบานเป็นจานดาวเทียม ยิ้มแป้นเลยนี่นา พี่บอย ฮะๆๆๆ

    • Tos
    • October 8th, 2006

    เรื่องนี้เยี่ยมไปเลยว่ะกี้

    • Visutha
    • October 9th, 2006

    อ่าน แล้วรู้สึกเหมือนอ่านจากนักเขียนชื่อดังเลยค่ะ  เขียนได้น่าอ่าน อ่านจนจบเลย เขียนได้ดีทีเดียวขอชม

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: