พระเจ้าของผม… ข้อแตกต่างระหว่างเรา กับ “พระเจ้า”

ข้อแตกต่างระหว่างเรา กับ "พระเจ้า"

คุณบอกว่า: "มันเป็นไปไม่ได้"
พระเจ้าตรัสว่า: "ทุกอย่างเป็นไปได้" (ลูกา 18:27)
 
คุณบอกว่า: "ฉันเหนื่อยเหลือเกิน"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะให้เจ้าได้หายเหนื่อย" (มัทธิว 11:28-30)
 
คุณบอกว่า: "ไม่มีใครรักฉันเลย"
พระเจ้าตรัสว่า: "เรา…รักเจ้า" (ยอห์น 3:16)
 
คุณบอกว่า: "ฉันสู้ต่อไปไม่ไหวแล้ว"
พระเจ้าตรัสว่า: "พระคุณของเรานั้นมีเพียงพอ" (2 โครินธ์ 12:9 & สดุดี 91:15) 
 
คุณบอกว่า: "ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะนำย่างเท้าของเจ้า" (สุภาษิต 3:5-6)
 
คุณบอกว่า: "ฉันจะผ่านมันไปได้อย่างไร"
พระเจ้าตรัสว่า: "เจ้าจะเผชิญทุกสิ่งได้" (ฟิลิปปี 4:13)
 
คุณบอกว่า: "ฉันทำไม่ได้"
พระเจ้าตรัสว่า: "เรา..ทำได้" (2 โครินธ์ 9:8)
 
คุณบอกว่า: "ไม่คุ้มเลย"
พระเจ้าตรัสว่า: "ผลที่ได้จะดีคุ้มค่าแน่นอน" (โรม 8:28 )
 
คุณบอกว่า: "ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเด็ดขาด"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราอภัยให้เจ้าเสมอ" (1 ยอห์น 1:9 & โรม 8:1) 
 
คุณบอกว่า: "มันเกินกำลังของฉัน"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นให้แก่เจ้าไม่ให้ขาดเลย" (ฟิลิปปี 4:19)
 
คุณบอกว่า: "ฉัน..กลัว"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราไม่ได้มอบจิตที่ขลาดกลัวให้แก่เจ้า" (2 ทิโมธี 1:7)
 
คุณบอกว่า: "ฉันท้อแท้ และกังวลใจ "
พระเจ้าตรัสว่า: "จงละความกระวนกระวายใจเอาไว้ที่เรา" (1 เปโตร 5:7)
 
คุณบอกว่า: "ฉันไม่ฉลาดพอ"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราให้สติปัญญาแก่เจ้า" (1 โครินธ์ 1:30)
 
คุณบอกว่า: "ฉันรู้สึกอ้างว้างเดียวดาย"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะไม่ละเจ้า หรือทอดทิ้งเจ้าเลย" (ฮีบรู 13:5)
 
โปรดจำไว้ให้มั่นว่า… พระเจ้าทรงพร้อมอยู่เสมอ สำหรับท่าน
 
ไม่รู้ว่ามีคนกี่มากน้อย ที่รู้ว่าผมเป็นคริสเตียน
และก็ไม่รู้ว่ามีคนกี่มากน้อย ที่บอกว่า นี่หรือคริสเตียน
 
อย่างไรก็ช่าง สำหรับผม ผมมีรูปแบบความเชื่อของผมเอง
…แน่นอน ว่าคนที่ไม่ได้คิดแบบผม ก็มองว่าผมเป็นพวกแปลกๆ
 
ไม่เป็นไร
 
มีคนบอกว่า ชีวิตคริสเตียน เป็นชีวิตที่มีเส้นทางเดินแคบๆ
มีข้อจำกัดมากมาย เดินลำบาก
หลายๆคนเลยเลือกที่จะขยายทางเดินเอง
ซึ่งนั่นก็เลยเป็นข้ออ้างของการที่ทำให้เท้าเปื้อน
 
ไม่เป็นไรอยู่ดี
 
ผมเคยมีประสบการณืกับพระเจ้าของผมหลายอย่าง
สำหรับผม ผมเชื่อว่าพระองค์มีอยู่จริง
 
ผมรู้
เพราะผมมีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระองค์เอง
 
นี่เป็นบ้านผม อืม ผมเลยอยากเขียนอย่างที่ผมอยากเขียน
 
หลายๆคนบอกว่า การรับเอาสิ่งที่เหนือธรรมชาติเข้ามาเป็นสิ่งหนึ่งของชีวิต
เป็นเพราะว่าความกลัว…
 
ผมว่าคนเรา
กลัวบ้างก็ไม่เป็นไร
 
เพราะเวลาเรากลัว
เราจะได้เรียนรู้ความกล้าไปด้วย
 
และเวลาที่เรามีอะไรยึดเหนี่ยวในชีวิต
เราจะไม่เดินหลงทางไปไหนไกล
 
และเราก็ไม่ต้องอยู่คนเดียว
 
หลายๆคนคงเคยเจอคริสเตียนที่ดีกว่าผมเยอะ
ไม่เป็นไร
 
ผมก็เป็นของผมแบบนี้
 
ผมอ่านพระคัมภีร์ทุกวัน อธิษฐานก่อนทานข้าวทุกมื้อ
ขอบคุณพระเจ้าทุกครั้งที่มีโอกาส
 
แต่ผมก็ยังมีขาข้างหนึ่งที่อยู่ในห้วงของความบาป
 
ผมเรียกมันว่าความบาปละกัน
 
งานที่ผมทำ เป็นงานที่มอมเมาผู้คน
ในระดับหนึ่ง
 
แต่ผมมีความฝัน
แล้วผมคิดเอง เออเองว่า
 
ความฝันของผมมันจะเริ่มจากตรงนี้
ต้องเริ่มจากตรงนี้
 
มันจะดำๆก่อน
แล้วเทา
 
แล้วคงขาวขึ้น
 
ผมจะมาเล่าให้ฟังวันหลัง
 
แต่ผม
ก็ยังเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำ
และทำมันอย่างดีที่สุด
เพราะผมรู้ว่าพระเจ้าของผม
อยู่กับผม…

    • Morphine
    • September 19th, 2006

     
    ความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่คงไม่มีใครว่าใครได้หรอกค่ะ
     
    คนประเภทเดียวที่มักวิจารณ์เรื่องนี้อย่างเสียหายว่าเป็น "ความกลัว" หรือ "งมงาย"
     
    ก็เห็นจะเป็นคนโง่ที่ไม่เข้าใจว่าคนเรามีอิสระในการเลือกนับถือ หรือศรัทธา
     
    อย่างที่ปราบดา หยุ่นเคยกล่าวไว้ในคอลัมน์ "ลืมตาตอนดึก" ในเรื่อง "ความงมงายของคนไม่โง่"ว่า

    ทุกคนเชื่อว่าสิ่งที่ตนเชื่อคือสิ่งที่ตนได้ “คิด” แล้วว่าถูกต้อง
    หรืออย่างน้อยก็ “ควรจะเป็น” เช่นที่ตนคิด เราต่างภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของเราเอง
    ขออนุญาตสรุปข้อความนี้ว่า คนที่ไม่เชื่ออะไรเลย ก็คงไม่ต่างกับคนที่ไม่มีตัวตน
    ไม่ได้หมายความว่าเราทุกคนต้องหาความเชื่อความศรัทธาอย่างใดอย่างหนึ่งของสังคมมาเป็นของเราเอง
    แต่คนเราน่าจะมีความคิดในการไว้วางใจสิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นในโลกนี้ว่าเป็นจริงบ้าง
    เพราะแม้แต่ความหลอกลวงก็ยังมีความจริงปนเปอยู่ในนั้น
    อย่างน้อยก็เชื่อในตัวตนของตนเอง
     
    ได้มาอยู่ที่นี่ทำให้ได้รับฟังเรื่องราวของคริสตศาสนามากขึ้นค่ะ
    และพบว่าหลายสิ่งที่ปรากฏอยู่ในไบเบิลเป็นเรื่องน่าทึ่ง
    ทัศนคติของคริสเตียนน่าชื่นชม
    ทุกวันนี้จึงกล่าวคำอธิษฐานก่อนทานอาหารร่วมกับครีสเตียน
    ด้วยความรู้สึกยินดีอย่างที่สุดค่ะ
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะเพื่อนทางเน็ท  ^.^
     

    • g ๏ y
    • September 19th, 2006

     
    I\’m just a human being.
     
    BUT
    I\’ll do my best and whatever I can!
     

    • Tos
    • September 22nd, 2006

    แล้วมึงมีภรรยาได้กี่ ฮิฮิ

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: