Archive for September, 2006

ถูกทิ้ง

 
 
ผมตื่นขึ้นมาบนเตียงเก่าๆที่ผมเก็บมาจากกองขยะที่ถูกทิ้งไว้เมื่อตอนย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องนี้ จะว่าไปเตียงที่ถูกทิ้งนี้ยังมีสภาพดีอยู่ด้วยซ้ำ แต่ใครจะรู้ล่ะ เจ้าของเก่าเขาอาจจะมีเตียงใหม่ที่ดีกว่ามั้ง
 
ผมย้ายเข้ามาอยู่ห้องนี้ได้เกือบปีแล้ว ได้ยินมาว่าก่อนที่ผมจะย้ายเข้ามา ห้องนี้ถูกทิ้งร้างเอาไว้ตั้งหลายปี นับจากผู้เช่ารายก่อน หอบผ้าหอบผ่อนทิ้งห้องเอาไว้หนีค่าเช่า
 
ที่ห้องนี้ถูกทิ้งร้างเอาไว้หลายปี อาจจะเป็นเพราะว่ามันเป็นห้องที่อยู่บนดาดฟ้าของตึก 11 ชั้นที่ไม่มีลิฟท์ก็เป็นได้ ป้ายหมายเลขห้องก็เก่าเหมือนของถูกทิ้งที่ไปเก็บมาจากกองขยะ มันเขียนเลข 1105 เอาไว้บนนั้น
 
ตัวผมเองก็ไม่ได้ดีไปกว่า เตียง ห้อง หรือเครื่องเรือนต่างๆ ที่ผมไปตามเก็บมาจากกองขยะบ้าง ร้านขายของเก่าบ้าง มันล้วนเป็นของถูกทิ้งที่เจ้าของไม่เห็นคุณค่า
 
ผมเป็นเด็กกำพร้าถูกทิ้งไว้ตั้งแต่แบเบาะ แม่ผมทิ้งผมไว้หน้าโบสถ์แห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูน ดีที่บาทหลวงที่นั่นรับเลี้ยงผมเอาไว้ และก็ส่งผมเรียนหนังสือจนจบระดับมหาวิทยาลัย
 
ผมจำได้ว่า ไอ้เด็กถูกทิ้ง ไอ้ลูกกำพร้าเป็นคำล้อเลียนที่ผมได้ยินอยู่เป็นประจำ
มันเจ็บปวดทุกครั้ง
 
ผมเคยโกรธที่ พ่อแม่ ทิ้งผมเอาไว้
แต่พอเวลาผ่านไป ไม่เป็นไรคือความคิดที่ยอมเข้าใจมากขึ้นของผม
 
พ่อกับแม่ผมต้องมีเหตุผลในการทิ้งผมแน่ๆ
และการมีชีวิตอยู่ของผมในวันนี้ มันก็เป็นสิ่งที่ประเสริฐมากแล้ว
 
ผมย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพเมื่อ 4 ปีก่อน ผมโชคดีที่เป็นเด็กตั้งใจเรียน จึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐได้ และได้ทุนเรียนดี จึงสามารถอาศัยอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัยได้
 
แต่ผมเรียนจบแล้วในตอนนี้
 
จบในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ได้ดีมากนัก
ถึงเกรดผมจะดี แต่โอกาสผมไม่ค่อยดีเท่าไร
ผมกลายเป็นบัณฑิตจบใหม่ที่ถูกทิ้งอยู่ในกระแสเรรวนของเศรฐกิจไทย
 
ห้องพักเก่าๆห้องนี้ จึงเป็นห้องราคาเดียวที่ผมจะสามารถรองรับเป็นค่าใช้จ่ายได้ในตอนนี้
 
ตอนนี้ผมปลงกับการหางานตามบริษัทต่างๆ ใบสมัครที่ถูกทิ้งไว้ตามที่ต่างๆก็ไม่ค่อยมีวี่แววจะตอบกลับมา
 
โชคดีที่ผมพอมีความรู้ในการทำเสื้ออยู่บ้าง จึงตัดสินใจเอาเงินเก็บก้อนเล็กๆมาใช้ในการลงทุน ผมออกแบบ และจ้างตัดเสื้อเองขายส่งร้านค้าในสวนจตุจักร ผมต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืดทุกวันศุกร์เพื่อนำเสื้อผ้าไปกองขายให้กับร้านค้าในสวนฯ
 
วันธรรมดาอีก 6 วันที่เหลือผมจึงหมดไปกับการออกแบบเสื้อยืด และก็เดินออกหาข้อมูลใหม่ๆตามท้องถนน
 
วันนี้เป็นเช้าวันพุธที่ผมลุกขึ้นมาจากเตียงเก่าๆที่ผมเก็บมาจากกองขยะที่ถูกทิ้งไว้เมื่อตอนย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องนี้ จะว่าไปเตียงที่ถูกทิ้งนี้ยังมีสภาพดีอยู่ด้วยซ้ำ แต่ใครจะรู้ล่ะ เจ้าของเก่าเขาอาจจะมีเตียงใหม่ที่ดีกว่ามั้ง
 
ผมหยิบเสื้อยืดตัวใหม่จากในตู้เสื้อผ้า แล้วก็ความหากางเกงยีนส์จากกองเสื้อผ้าที่ถูกผมทิ้งเอาไว้เกลื่อนพื้นห้อง แต่งตัวเล็กน้อยเอาน้ำบ้วนปาก หยิบกระเป๋าย่าม และเงินที่วางไว้บนโต๊ะ ประตูห้องเปิดออกเป็นเสียงแอ๊ดดัง ผมเดินออกจากห้อง
 
ผมวิ่งลงบันไดไปจนถึงชั้น 1 ระหว่างทางตามชั้นต่างๆ ผมต้องก้าวผ่านถุงขยะที่ถูกวางทิ้งเอาไว้ จานข้าวจากร้านอาหารตามสั่งที่ถูกทิ้งรอให้พนักงานร้านมาเก็บ ภาพพวกนี้มันทำให้ผมระลึกถึงชีวิตของผมที่มาอาศัยอยู่ที่นี่จริงๆ ชีวิตที่ยังไม่ค่อยเป็นระเบีบยเท่าไรนัก
 
ภาพแรกที่ผมเห็นอยู่ริมถนนหน้าปากซอยที่ผมอยู่นั้น จะเป็นคุณยายขายขนมจีนคนหนึ่งที่ยังตรากตรำทำงานหนักเลี้ยงดูตัวเอง หลังจากส่งเสียลูกๆจนโตกันไปหมดแล้ว
 
แกถูกลูกทิ้ง คือคำตอบที่ผมได้ยินจากแก วันหนึ่งที่ผมนั่งทานขนมจีนที่หาบของแก
 
ออกจากซอยไปไม่นานผมก็เห็นร้านค้ามากมายที่เมื่อต้นปียังเปิดบริการอยู่ ร้านถูกทิ้งร้างไว้เพราะพิษเศรษฐกิจ เจ้าของร้านที่ทนค่าเช่าไม่ไหวก็ปิดร้านหนีตามกันเป็นแถบๆ
 
ไม่ไกลจากแถวร้านร้าง ก็เป็นร้านตัดผมของพี่สาวคนหนึ่งที่ผมเห็นแกกำลังขมักเขม้นแต่งตัว ปะแป้งให้ลูกก่อนที่รถโรงเรียนจะมา แกยังไม่แก่เท่าไร ดูไปก็โตกว่าผมไม่มาก เคยได้ยินคนแถวนี้เล่ากันว่า สมัยก่อนตอนแกสาวๆ แกทิ้งพ่อแม่หนีออกจากบ้านตามผัวแกมา จะเรียกว่าหนีตามกันมาคงก็ไม่ผิด แต่อยู่กันไปอยู่กันมา ผัวแกก็ไปมีผู้หญิงคนใหม่ ทิ้งแกตอนที่ท้องแก่เอาไว้คนเดียว แกเลยกลายเป็นคนถูกทิ้ง ตอนนี้แกเลยต้องทำงานเปิดร้านทำผมเล็กๆเพื่อเลี้ยงตัวเองและลูกให้มีชีวิตอยู่รอดไปวันๆ
 
ผมหยุดเดินอยู่ที่หัวมุมถนนเพื่อรอสัญญาณไฟแดงให้ข้าม รถเก๋งคันโก้ขับผ่านหน้าผมไป เด็กสาวในชุดนักเรียนในรถนั่งหน้าตาไม่สดใสขัดกับใบหน้าสะสวยของเธอ เธออาศัยอยู่ซอยเดียวกับผม พ่อแม่ของเธอเป็นนักธุรกิจใหญ่ ทำงานกับจนไม่มีเวลาไปเจอลูก เธอถูกทิ้งอยู่คนเดียวตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อนคนเดียวของเธอคงเป็นพี่เลี้ยงที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก
 
พี่เลี้ยงของเธอเป็นคนอีสาน ผมเห็นแกบ่อยๆ เวลาแกเดินออกมาจับจ่าย ซื้อของที่ร้านของชำฝั่งตรงข้ามถนน แกชวนผมคุยอยู่หลายครั้ง ได้ความมาว่าแกเป็นคนโคราช แกทิ้งนามาแสวงโชคในกรุงเทพ ลูกผัวแก ถูกแกทิ้งเอาไว้ที่ต่างจังหวัด มาทำงานอยู่บ้านนี้หลายปี แกก็ยังไม่รวยสักที ถ้าไม่ติดที่แกสงสารเด็กสาวคนนั้น แกก็กะจะหาอย่างอื่นทำเหมือนกัน
 
ผมข้ามถนน เดินผ่านป้อมตำรวจที่ถูกทิ้งเอาไว้หลังจากเกิดเหตุวัยรุ่นขี้เมากลุ่มหนึ่งขับรถราคาแพงพุ่งเสียบป้อมตำรวจจนยับ โชคดีที่วันนั้นป้อมตำรวจถูกทิ้งเพราะว่าจ่าแดงจราจรประจำป้อมหายแวบไปแอบกรึ้บที่ร้านเหล้าใกล้ๆนั้นแวบเดียว แกเดินออกไปไม่ทันไรรถก็พุ่งเสียบทันที
 
วันนั้นวัยรุ่นหนุ่มสาว 4 คน ตายคาที่
 
พ่อแม่อีก 4 คู่ ถูกทิ้งให้รอลูกที่ไม่มีวันกลับอยู่ที่บ้าน ด้วยคราบน้ำตา
 
คำเปรยข้างขวดที่เขียนไว้ว่า เมาอย่าขับ ถูกทิ้งเอาไว้ที่ข้างขวดโดยไม่เคยได้รับการเหลียวแล
 
ผมนึกถึงเรื่องนี้ทีไรก็ปวดใจทุกที ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะผ่านมาเกือบเดือนแล้วก็ตาม ผมหยิบบุหรี่ในย่ามของผมขึ้นมา หันให้รูปน่าเกลียดๆของก้อนดำในทรวงอกคนถูกทิ้งไว้อีกด้านหนึ่งโดยไม่หันไปมอง พร้อมจุดไฟขึ้นอัดควันอึ้กใหญ่เข้าปอด ความคิดที่ว่าการสูบบุหรี่จะเป็นมะเร็งปอดถูกทิ้งไว้ข้างหลังผมอย่างไม่แยแส พรุ่งนี้ผมจะเลิกบุหรี่ ผมสัญญากับตัวเอง
 
เดินไปไม่นานจนถึงป้ายรถเมล์ ผมเห็นกล่องกระดาษเขียนไว้ด้วยลายมือน่ารักว่า "รับพวกหนูไปเลี้ยงที" ผมชะโงกหน้าลงไปดูพบลูกแมวถูกทิ้งอยู่ 4 ตัวร้องหงิงๆกันน่ารัก แต่ว่า 1 ในนั้นกลับทิ้งให้พี่น้องของมันอยู่เผชิญโลกโหดร้าย มันตัดช่องน้อยแต่พอตัวชิงตายไปซะก่อน ผมสลดใจไม่มองมันอีก รถเมล์สายที่ผมรออยู่ก็แล่นมาจอดที่ป้าย วันนี้คนไม่เยอะมากนัก ไม่มีใครถูกทิ้งให้รออยู่ที่ป้าย
 
ผมก้าวขึ้นไป มองซ้าย มองขวาเห็นที่นั่งว่างอยู่ที่ 1 ผมเดินไปนั่งลง ข้างๆผมเป็นเด็กสาว 1 คนหน้าตาน่ารักร้องไห้อยู่ ผมไม่กล้ามองมากนัก ใจหนึ่งก็คิดจะลุกหนี เพราะไม่อยากถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของน้ำตา แต่ว่าไม่เหลือที่นั่งอื่นซะแล้วซิ ผมเลยจำใจนั่งอยู่ต่อไปก่อน
 
ไม่นานหลังจากผมนั่งกึ่งหลับกึ่งตื่น โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ผมพอจับความได้ว่าเธอพึ่งถูกทิ้งมา เธอคุยกับคนที่ปลายสายว่าเขาไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกทิ้งหรอก เขาไม่เข้าใจหรอกว่าผู้หญิงที่พึ่งไปทำแท้งมาแล้วถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวเป็นอย่างไร ผมข่มตาหลับไปผมไม่อยากให้เรื่องราวเหล่านี้ถูกทิ้งตกค้างอยู่ในหัวของผม
 
ผมสะดุ้งตื่นจากการที่เธอสะอื้นอยู่ ผมสลึมสลือ หันไปมองที่ป้าย นี่ถึงป้ายที่ผมต้องลงแล้วนี่ ผมรีบลุกทิ้งเพื่อนร่วมโลกที่ผมพึ่งรับรู้ความโหดร้ายของชีวิตเธอไว้เบื้องหลัง รีบก้าวลงจากรถ ผมไม่อยากถูกทิ้งให้นั่งต่อไปจนถึงป้ายหน้า
 
ผมเร่งร้อนที่จะก้าวเข้าไปหาคนที่ผมนัดหมาย ผมไม่อยากให้เธอถูกทิ้งรอนาน ผมเดินเข้าไปที่ร้านที่นัดหมาย เห็นข้าวของของเธอถูกทิ้งไว้ที่โต๊ะตัวเดิมที่เรานัดกันเป็นประจำ ผมย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมเพื่อรอเธอเดินกลับมา เธอคงไปที่ไหนใกล้ๆนี่ ผมเผลอหลับไป…
 
ในช่วงเวลาไม่น่านานนักผมฝันเห็นสิ่งที่ผมเห็นมาตลอดทั้งเช้า
เรื่องราวต่างๆที่ถูกทิ้งไว้ในสมองของผมเป็นความโหดร้ายของโลกใบนี้
ผมเคยรู้สึกแย่ที่ถูกทิ้งไว้บนโลกใบนี้อย่างลำพัง ผมไม่อยากถูกทิ้งอีกต่อไป…
 
จริงอยู่ที่ว่าโลกนี้มีคนที่ทิ้ง และคนที่ถูกทิ้งอยู่มากมาย
แต่เราต่างหากที่จะเป็นคนเลือกว่า เราจะถูกทิ้งอย่างไร้ค่า
…หรือว่าจะถูกทิ้งอย่างมีค่า อย่างผู้ชนะ 
 
เสียงใสๆของเธอดังก้องปลุกผมขึ้นมาจากความฝัน เธอยิ้มให้ผม แล้วบอกว่า เกือบจะไม่รอแล้วนะ มาสายเหมือนเดิมเลย ผมขอโทษเธอด้วยเสียงอ่อยๆ แล้วใจผมก็พาลคิดไปว่า อย่างน้อยๆในวันนี้ที่ผมเห็นการถูกทิ้งมามากมาย อย่างน้อยๆผมก็ไม่ถูกทิ้งให้มาเก้อแล้วล่ะ…
 
 

Minimalism

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 

วันฝนตกที่รถถังวิ่งเกลื่อนเมือง…

เมื่อคืนที่ผ่านมา ผมได้ยินเรื่องราวบางอย่างจากน้องสาว… เธอฟังวิทยุอยู่ที่ห้องข้างๆผม
 
เกิดการรัฐประหาร!!! คือสิ่งที่ผมได้ยินตอน 3 ทุ่ม…
 
เกิดอะไรขึ้น
 
ผมรีบไปเปิดทีวีที่ช่องต่างๆดู ทุกช่องเริ่มเข้าสู่รายการพิเศษ รายการที่พอจะดูได้ก็คือรายการในช่องต่างประเทศ
 
แต่ผ่านไปไม่นานนัก หลังเที่ยงคืน… ทุกช่องก็ถูกปิด
เป็นอีกครั้งที่ข่าวสารถูกปิดหูปิดตา!!!
 
เกิดอะไรขึ้น
 
ผมไม่ชอบเวลาเกิดเหตุการณ์แบบนี้เท่าไร
มันดูเป็นเรื่องไกลตัว ที่ใกล้ตัวเรามาก
 
มากกว่าที่เราคิด
 
คณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข ได้เข้ายึดอำนาจจากคณะรัฐมนตรี
 
ทุกๆอย่างคลุมเคลือ เหมือนท้องฟ้าที่ฝนปรอยในเช้าวันนี้
 
กฏอัยการศึกถูกประกาศ การชุมนุมกันเกิน 5 คน เป็นสิ่งผิดกฎหมาย…
 
ท้องฟ้าคงมืดไปอีกหลายวัน
 
จะว่าไป ตอนนี้หลายๆอย่างในประเทศเราก็เกินเยียวยาจริงๆ
เหมือนกับร่างกายที่ป่วยหนัก
 
ตอนนี้ จึงต้องมียาบางอย่างมาล้างพิษในร่างกายให้หมด
 
อำนาจบางอย่าง ถูกล้างไปเมื่อคืนนี้
ความคลุมเคลือ คงเริ่มจะลดไป
 
หวังว่าความสับสนต่างๆ
จะจางหายไปพร้อมๆกับพายุที่กระหน่ำอยู่บนฟากฟ้าตอนนี้…
 

พระเจ้าของผม… ข้อแตกต่างระหว่างเรา กับ “พระเจ้า”

ข้อแตกต่างระหว่างเรา กับ "พระเจ้า"

คุณบอกว่า: "มันเป็นไปไม่ได้"
พระเจ้าตรัสว่า: "ทุกอย่างเป็นไปได้" (ลูกา 18:27)
 
คุณบอกว่า: "ฉันเหนื่อยเหลือเกิน"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะให้เจ้าได้หายเหนื่อย" (มัทธิว 11:28-30)
 
คุณบอกว่า: "ไม่มีใครรักฉันเลย"
พระเจ้าตรัสว่า: "เรา…รักเจ้า" (ยอห์น 3:16)
 
คุณบอกว่า: "ฉันสู้ต่อไปไม่ไหวแล้ว"
พระเจ้าตรัสว่า: "พระคุณของเรานั้นมีเพียงพอ" (2 โครินธ์ 12:9 & สดุดี 91:15) 
 
คุณบอกว่า: "ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะนำย่างเท้าของเจ้า" (สุภาษิต 3:5-6)
 
คุณบอกว่า: "ฉันจะผ่านมันไปได้อย่างไร"
พระเจ้าตรัสว่า: "เจ้าจะเผชิญทุกสิ่งได้" (ฟิลิปปี 4:13)
 
คุณบอกว่า: "ฉันทำไม่ได้"
พระเจ้าตรัสว่า: "เรา..ทำได้" (2 โครินธ์ 9:8)
 
คุณบอกว่า: "ไม่คุ้มเลย"
พระเจ้าตรัสว่า: "ผลที่ได้จะดีคุ้มค่าแน่นอน" (โรม 8:28 )
 
คุณบอกว่า: "ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเด็ดขาด"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราอภัยให้เจ้าเสมอ" (1 ยอห์น 1:9 & โรม 8:1) 
 
คุณบอกว่า: "มันเกินกำลังของฉัน"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นให้แก่เจ้าไม่ให้ขาดเลย" (ฟิลิปปี 4:19)
 
คุณบอกว่า: "ฉัน..กลัว"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราไม่ได้มอบจิตที่ขลาดกลัวให้แก่เจ้า" (2 ทิโมธี 1:7)
 
คุณบอกว่า: "ฉันท้อแท้ และกังวลใจ "
พระเจ้าตรัสว่า: "จงละความกระวนกระวายใจเอาไว้ที่เรา" (1 เปโตร 5:7)
 
คุณบอกว่า: "ฉันไม่ฉลาดพอ"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราให้สติปัญญาแก่เจ้า" (1 โครินธ์ 1:30)
 
คุณบอกว่า: "ฉันรู้สึกอ้างว้างเดียวดาย"
พระเจ้าตรัสว่า: "เราจะไม่ละเจ้า หรือทอดทิ้งเจ้าเลย" (ฮีบรู 13:5)
 
โปรดจำไว้ให้มั่นว่า… พระเจ้าทรงพร้อมอยู่เสมอ สำหรับท่าน
 
ไม่รู้ว่ามีคนกี่มากน้อย ที่รู้ว่าผมเป็นคริสเตียน
และก็ไม่รู้ว่ามีคนกี่มากน้อย ที่บอกว่า นี่หรือคริสเตียน
 
อย่างไรก็ช่าง สำหรับผม ผมมีรูปแบบความเชื่อของผมเอง
…แน่นอน ว่าคนที่ไม่ได้คิดแบบผม ก็มองว่าผมเป็นพวกแปลกๆ
 
ไม่เป็นไร
 
มีคนบอกว่า ชีวิตคริสเตียน เป็นชีวิตที่มีเส้นทางเดินแคบๆ
มีข้อจำกัดมากมาย เดินลำบาก
หลายๆคนเลยเลือกที่จะขยายทางเดินเอง
ซึ่งนั่นก็เลยเป็นข้ออ้างของการที่ทำให้เท้าเปื้อน
 
ไม่เป็นไรอยู่ดี
 
ผมเคยมีประสบการณืกับพระเจ้าของผมหลายอย่าง
สำหรับผม ผมเชื่อว่าพระองค์มีอยู่จริง
 
ผมรู้
เพราะผมมีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระองค์เอง
 
นี่เป็นบ้านผม อืม ผมเลยอยากเขียนอย่างที่ผมอยากเขียน
 
หลายๆคนบอกว่า การรับเอาสิ่งที่เหนือธรรมชาติเข้ามาเป็นสิ่งหนึ่งของชีวิต
เป็นเพราะว่าความกลัว…
 
ผมว่าคนเรา
กลัวบ้างก็ไม่เป็นไร
 
เพราะเวลาเรากลัว
เราจะได้เรียนรู้ความกล้าไปด้วย
 
และเวลาที่เรามีอะไรยึดเหนี่ยวในชีวิต
เราจะไม่เดินหลงทางไปไหนไกล
 
และเราก็ไม่ต้องอยู่คนเดียว
 
หลายๆคนคงเคยเจอคริสเตียนที่ดีกว่าผมเยอะ
ไม่เป็นไร
 
ผมก็เป็นของผมแบบนี้
 
ผมอ่านพระคัมภีร์ทุกวัน อธิษฐานก่อนทานข้าวทุกมื้อ
ขอบคุณพระเจ้าทุกครั้งที่มีโอกาส
 
แต่ผมก็ยังมีขาข้างหนึ่งที่อยู่ในห้วงของความบาป
 
ผมเรียกมันว่าความบาปละกัน
 
งานที่ผมทำ เป็นงานที่มอมเมาผู้คน
ในระดับหนึ่ง
 
แต่ผมมีความฝัน
แล้วผมคิดเอง เออเองว่า
 
ความฝันของผมมันจะเริ่มจากตรงนี้
ต้องเริ่มจากตรงนี้
 
มันจะดำๆก่อน
แล้วเทา
 
แล้วคงขาวขึ้น
 
ผมจะมาเล่าให้ฟังวันหลัง
 
แต่ผม
ก็ยังเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำ
และทำมันอย่างดีที่สุด
เพราะผมรู้ว่าพระเจ้าของผม
อยู่กับผม…

ปี 2559

หลังจากเหตุการณ์การส่งกระสวยอวกาศไปสู่ดาวเคราะห์น้อยพลูโต จากอาณานิคมสุริยที่ 327 ณ ดาวพฤหัส ประเทศไทยก็ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเดินทางผ่านช่องว่างระหว่างมิติอวกาศหรือการวาร์ป
 
สภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยกลายเป็นระบบการแข่งขันสมบูรณ์ทุกๆคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการเข้าสู่ตลาดการค้าเสรี เด็กชายสมสกุลมหาเศรษฐีนักประดิษฐ์วัย 8 ขวบประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมใหม่ในการแปรงฟันโดยไม่ต้องใช้มือ พร้อมนำเครื่องมือช่วยกินผักจดตราลิขสิทธิ์
 
อัตราการทำแท้ง และการท้องก่อนวัยอันควรลดลงเนื่องจากว่าสภาพร่างกายของวัยรุ่นไทยในปัจจุบันกว่า 97 เปอร์เซนต์เป็นหมันจากสารพิษที่ได้รับจากควันรถและบุหรี่ที่ถ่ายทอดมาจากมารดาในยามตั้งครรภ์
 
นายสมชายคนธรรมดาที่โด่งดังที่สุด ลงหน้าปกนิตยสารดิจิตอลทุกเล่มในประเทศไทย และกำลังจะ GO INTER เนื่องจากโด่งดังจากการเป็นคนธรรมดาที่หลงเหลืออยู่เป็นส่วนน้อยในประเทศไทย (ร้อยละ 99.83 เปอร์เซนต์ของคนในประเทศไทยเป็นดาราจากรายการ Reality Show หมดสิ้น)
 
นักร้องชื่อดังซุปเปอร์สตาร์ชาวไทย เบิรด์ ธงไชย ยืนยันว่าตนเองยังพร้อมจะออกอัลบั้มใหม่เพื่อตอบรับเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ และยังคงมองหาคู่ครองอยู่ หากว่าไม่มีจริงๆ พร้อมที่จะโคลนนิ่งตัวเองออกมาเพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่แฟนเพลงสืบต่อไป
 
ดัง พันกร ชี้แจงออกแถลงการ เปิดตาชาวไทย (ที่มัวแต่งมงาย) ว่าการแต่งตัวของเขาไม่ใช่ Metro Sexual แต่เป็นลุคของ กระเทยสาวธรรมดา!!!
 
แน่นอน น้องพลับออกมายอมรับว่าตัวเองเป็นกระเทยมาตั้งแต่วัย 8 ขวบ และยืนยันจะเป็นกระเทยไทยคนแรกที่ได้รางวัลแกรมมี่
 
AF13 ยืนยัน ครั้งนี้เป็นทางเลือกใหม่ เน้น คัดชายแท้เข้าบ้านเท่านั้น หลังจาก 12 ปีที่ผ่านมาหน้ามืดเลือกกระเทยเข้าบ้านไปฝูงใหญ่
 
รถไฟฟ้าให้ร่มเงาแก่ผู้คนตามท้องถนนทุกเส้นบนประเทศไทย และขึ้นราคาเป็นเที่ยวละ 850 บาทต่อ 1 สถานี
 
คนงานต่างด้าวจำนวนมากหลงหายอยู่ในอุโมงค์รถไฟฟ้าเฟสที่ 184 ซึ่งมีความลึกจากพื้นดิน 5 กิโลเมตร
 
มีการทดสอบฝังชิปโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่เข้าสู่กกหูด้านซ้ายของเด็กแรกเกิดเพื่อลดปัญหาการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากำหนด ซึ่งเป็นการลดขยะอิเลคโทรนิกส์ของประเทศไทยลงไปอีก 76 เปอร์เซนต์
 
สยามพารากอนตัดสินใจต่อความสูงของตึกเพิ่มขึ้นไปอีก 42 ชั้นจากเดิม 237 ชั้น เพื่อชิงตำแหน่งห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นที่ใช้งานสูงสุดแข่งกับ เซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่าซึ่งมีความสูง 250 ชั้น
  
จา พนม โกอินเตอร์
 
ทาทา ยัง โกยูนิเวิรส์…
 
ไม่มีหนังสือพิมพ์อีกต่อไป เนื่องจากว่าข่าวสารไม่ฉับไวไปกว่าการพูดปากต่อปาก
 
ยังคงมีการตามหาขุมทองของโกโบริที่จังหวัดกาญจนบุรีกันอย่างเนืองแน่น จนต้องเปิดเป็นอุทยานขุดทองแห่งชาติ พร้อมเปิดโซนใหม่ในปลายปีนี้ โซนขูดหินขอเลข!!!
 
ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นผู้นำในเรื่องของการเดินทางสู่อวกาศ แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาหลักการขูดเลขขอหวยให้สืบเนื่องต่อไปในอนาคต เป้าหมายภายใน 5 ปี บรรจุศาสตร์นี้เข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
และคนไทยยังคงทำการต่อต้านสิ่งที่ตนเองชอบทำอยู่เป็นเนืองนิจ… ผมก็เป็นคนไทยตายล่ะ!!!
 

เรื่องของวันที่ฝนตก

ฝนตกล่ะครับ หลายวันมานี้ในกรุงเทพ ที่อื่นผมไม่รู้พอดีไม่ได้มีเวลาเข้าไปตามข่าวเท่าไร… ผมชอบนะที่ฝนตก
 
ฤดูฝนเป็นฤดูที่ผมชอบรองลงมาเป็นอันดับสอง รองมาจากฤดูหนาว ผมชอบให้ฝนตก วันที่ผมไม่ต้องไปไหน ชอบมากๆ ชอบที่ จะนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง มองออกไปนอกหน้าต่าง ดูฝนที่ตกลงสู่ใบไม้บนต้นโต …ผมชอบมากๆเลยล่ะ
 
ถึงแม้ว่าเวลาที่ฝนตกจะทำให้รถติด ผมก็ยังชอบอยู่ดี อาจจะไม่ชอบเท่าตอนที่นอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง แต่ก็ชอบ ผมว่า ฝนมันเป็นอะไรที่ทำให้กลิ่นดินมันลอยขึ้นมาน่ะครับ ผมเคยเขียนเอาไว้ใน ENTRY หนึ่งนานมาแล้วว่า…
 
"…จะว่าไปช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลยนะครับ ผมมานั่งนึกๆดูเกี่ยวกับชีวิตของผม และ ฤดูฝน ไม่รู้ว่าพี่จะเคยสังเกตุมั้ย ชีวิตของผมมักจะเริ่มต้นตอนฤดูฝนทุกๆทีเลย
 
ผมมักจะมีโอกาสเริ่มงานใหม่ในต้นฤดูฝน ผมมักจะมีรักใหม่ตอนฤดูฝนแม้ผมจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม อาจจะเป็นเพราะว่าฝนช่วยเติมความเป็นตัวผมเองได้มากขึ้นมั้งครับ…
 
ผมเกิดในวันที่เป็นวันพืชมงคล วันที่เป็นตัวแทนของจุดเริ่มแห่งวิรุณกาล ผมเกิดในวันจันทร์ซึ่งเป็นวันแห่งธาตุดิน เวลาเม็ดฝนโรยตัวกระทบลงสู่พื้อดิน กลิ่นไอแห่งดินก็จะลอยฟุ้งขึ้นมาปนกับอากาศเย็นๆ ยิ่งยามที่เม็ดฝนหยุดทอดตัวลงมาสู่พื้นดิน ไอดินที่ลอยปนอากาศเย็นๆยิ่งน่าสูดดม ฝนได้พัดเอาความงามของดินออกมาอย่างเต็มที่ ฝนได้ดึงเอากลิ่นวิญญาณของดินออกมาด้วย นี่มั้งครับที่ฝนทำให้ผมรู้สึกถึงคำว่ามีชีวิตมากขึ้น…"
 
นี่ครับที่ผมเคยเขียนเอาไว้ที่ บ้านอีกหลัง บ้านของผมกับพี่สาวร่วมโลก
 
อาจจะเป็นแบบที่เขียนมั้งครับ เพราะผมเป็นคนธาตุดิน อาจจะเป็นแบบนั้น…
 
ฝนกับผมเลยเกี่ยวข้องกันแบบนั้น ประจวบเหมาะกับอะไรๆหลายอย่างช่วงนี้ อากาศที่แสนจะร้อนระอุน่ะครับ เมื่อต้นสัปดาห์ มันแทบจะทำให้ผมตาย พอมันมาชะลอเพราะฝนนี่ ผมเลยยิ้มออกได้บ้าง
 
แต่อย่างไรก็ตาม… ฝนนี่ก็ทำให้ผมได้รับความเสียหายเหมือนกันครับ งานของผมชิ้นหนึ่งที่ต้องแจกใบปลิวตอนเที่ยง ทำไม่ได้เลยครับ ผลที่ออกมานี่ เรียกได้ว่าแย่เลยครับ มันวัดไม่ได้เลย เพราะว่าช่วงเวลาเที่ยงที่กลุ่มเป้าหมายผมจะอกมาจากออฟฟิซ มันถูกฝนห้ามเอาไว้น่ะซิครับ ไม่มีใครออกมาได้ ผมก็แจกของไม่ได้ แล้วก็วัดผลไม่ได้… ทั้งๆที่ต้องลงทุนไปแล้ว…
 
คงจะจริงน่ะครับ ที่ว่าได้อย่างก็เสียอย่าง ชอบฝน แต่ฝนก็กระเทือนงาน
 
ชีวิตมันคงเป็นแบบนี้แหละครับ ที่หลายๆครั้งเราไม่สามารถเลือกได้ ระหว่างสิ่งที่ชอบที่รัก กับสิ่งที่ควรจะเป็น…
 
 
 
 
 
 
 
 
ปล. และแล้วผมก็ยังไม่ได้อัพเรื่อง CLICK!!!
 

911

ไม่ได้อู้ และ ดองบ้านนะครับ แต่มันไม่มีเวลามาอัพเลย ตอนแรกกะว่าจะอัพเรื่อง คลิก และก็อัพเพลงอะไรสักหน่อย แต่ก็ติดภารกิจทั้งราษฎและหลวง แทบจะปลีกตัวไม่ได้ เริ่มตั้งแต่อาทิตย์ที่ผ่านมา วันอังคาร ประชุมงานเรื่องเว็บไซต์จับจ่ายห้องพักครบวงจร ONE STOP BOOKING www.surprisethailand.com ผมกำลังเข้ามาช่วยดูเรื่องการตลาดน่ะครับ วันพุธ ก็เข้าไปดูเรื่อง Branding ของ เครือ ทูซิท เหนื่อยมากๆ เหนื่อยอ้วก แต่เพื่อเงิน จะว่าอะไรได้…
 
วันพฤหัสมีโอกาสได้พักนิหน่อย จึงไปดู คลิก มาซะ ไว้จะมาเล่าให้ฟัง…
 
พูดถึงวันนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ปี 2001 ผมกลับมาบ้านทันพอดีที่จะได้เห็นโศกนาฎกรรมสะเทือนโลกที่เกิดขึ้นในจอทีวีที่บ้าน มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไม โกนี้ถึงได้โหดร้ายแบบนั้นชีวิตนับพันที่เสียลงทันทีที่ตึกถล่มลงมา ชีวิตนับหมื่นที่รอคอยการกลับไป ชีวิตนับแสนทั่วโลกที่ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ เรื่องราวเกิดขึ้นอย่างน่ากลัว…
 
 
 
ผมไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่ก็รู้สึกตื่นตระหนกไปด้วย… โลกนี้มันมีเรื่องราวที่เลวร้ายเยอะมากขึ้นทุกๆวัน
 
คนที่ทำเรื่องราวเหล่านี้ …ควรคู่ที่จะถูกเรียกว่าคนหรือไม่?
 
กลับมานั่งคิด 5 ปีผ่านไป คนยังไม่ลืมเหตุการณ์นี้กัน โดยเฉพาะคนที่สูญเสีย มันคงเป็นฝันร้ายที่จะตกค้างอยู่ในความทรงจำของเขาเหล่านั้นไปอีกนานเท่านาน…
 
เร็วนี้ผมมีโอกาสได้ดูพรีวิวของหนังสะเทือนขวัญเรื่องนี้ World Trade Center ของ Oliver Stone อารมณ์ที่คงเหลือหลังจากได้ผ่านตาไปกับภาพจำลองเหตุการณ์เหล่านั้นอีกครั้ง มันทำให้ผมขนลุก และมีน้ำเอ่อที่ขอบตา…
 
วันที่เครื่องบินชน คนที่ตกใจที่สุดในบ้านคือคุณพ่อของผม พ่อเคยอยู่ที่แมนฮัตตันหลายปี หัวมุมที่ซากตึกพังทับ คือหัวมุมที่พ่อเคยหยุดซื้อของกินก่อนไปทำงาน ถนนที่คลาคลุ้งด้วยฝุ่นควัน เป็นถนนสายเดียวกับถนนที่สิบกว่าปีก่อนพ่อเดินผ่าน ความทรงจำของพ่ออยู่ที่นั่น ชีวติเสี้ยวหนึ่งของพ่ออยู่ที่นั่น และแน่นอนแรงสะเทือนจากระเบิด มันกระเทือนชีวิตพ่อไปด้วย… ผมไม่ได้มองหน้าพ่อ เพราะผมกลัวว่าเห็นน้ำตา ผมไม่เคยผูกพันกับอะไรแบบนั้น แต่มาคิดดูถ้าเป็นผม ผมคงใจหายวูบใหญ่…
 
มันผ่านมานาน 5 ปี แต่เหมือนว่าเกิดขึ้นเมื่อวาน…
 
สิ่งที่ผมทำได้หลังจากเหตุการณ์ผ่านมา 5 ปี… คงได้แต่อธิษฐานให้ผู้เสียสละทุกท่านได้ไปสู่สุคติ…
 
____________________________________________________________________________________________________
 
ข้อมูลเพิ่มเติม…
 

The September 11, 2001 attacks (often referred to as 9/11—pronounced "nine eleven") consisted of a series of coordinated suicide terrorist attacks upon the United States, predominantly targeting civilians, carried out on Tuesday, September 11, 2001.

That morning, 19 men affiliated with al-Qaeda[1] hijacked four commercial passenger jet airliners. Each team of hijackers included a trained pilot. Two planes (United Airlines Flight 175 and American Airlines Flight 11) crashed into the World Trade Center in New York City, one plane into each tower (One and Two). Both towers collapsed within two hours. The pilot of the third team crashed a plane into the Pentagon in Arlington County, Virginia. Passengers and members of the flight crew on the fourth aircraft attempted to retake control of their plane from the hijackers; that plane crashed into a field near the town of Shanksville in rural Somerset County, Pennsylvania. Excluding the 19 hijackers, a confirmed 2,973 people died and another 24 remain missing as a result of these attacks.

 หรือไปที่ WIKIPEDIA