Archive for June, 2006

รอฝน…

 

intro : Dm7 / Cmaj7 / Dm7 / Cmaj7 / G7 / C / Em

          / Am7 / G / Dm7 / C / G / (2 times)

Cmaj7          G                     Am7

เธอมากับฝน เธอเป็นดังสายฝนพรำ

          Fadd9               Em7

อบและอวลด้วยความชื่นฉ่ำ

           Dm7            G7

แสนงดงามกว่าคำพูดใด

Cmaj7            G                        Am7

เธอสัมผัสฉัน หยาดและหยดนั้นซึ้งใจ

         Fadd9            Em7

อ่อนละมุนและชวนฝันใฝ่

          Dm7           G7

หอมละไมกลิ่นไอรักเธอ

       Am7     Am7/G  D/F    F

แม้ว่าลมจะดูใจร้าย   เป่าให้เธอลอยไป

      Em7                       F

ฉันก็ยังมองเหม่อ ยังพร่ำเพ้อ

               C     C/B        Am7

* ฉันยังจะรอเธอจนหนาวตาย

Am7/G       Dm7            G7

จะนานเพียงไหนก็ยังอยากเจอ

          C    C/B      Amaj7

ที่ตัวยังมีละอองของเธอ

      Am7/G  Dm7      G7

ที่ใจยังเพ้อถึงความสดใส

                Cmaj7   E7b9   Am7

ยังเปียกด้วยรัก และความซึ้งใจ

   F                     G           C

(หนาวเพียงใดดวงใจ ยังเฝ้ารอ)(ดนตรี) C / Am7 , Am7 / Dm7 . Dm7 , G (2 times)

Cmaj7           G                      Am7

เธอไปอยู่ไหน อาจจะอยู่ไหลแสนไกล

           Fadd9            Em7

อยากให้ฟ้าช่วยลองถามไถ่

        Dm7

เมฆที่ลอยให้คอยหาเธอ

             Am7           Am7/G  D/F      F 

เพียงต้องการจะเจออีกครั้ง   อยากจะมีคืนวัน

            Em7                F

เหมือนที่เคยมีเธอยังพร่ำเพ้อ(ซ้ำ *)

(ดนตรี) C / Em / Am7 / G / Dm7 / C / G

          C     C/B    Amaj7     Am7/G  Dm7    G7

ที่ตัวยังมีละอองของเธอ ที่ใจยังเพ้อถึงความสดใส

               Cmaj7    F7b9   Am7

ยังเปียกด้วยรัก และความซึ้งใจ

  F                     G         Am7  D7

หนาวเพียงใดดวงใจยังเฝ้ารอ

 F                 G                C / Ab / G / C / Cmaj7

ขอฉันเจอเธอใหม่ ในวันฝนพรำ…

 

 

ฉันยังจะรอเธอจนหนาวตาย

 

จะนานเพียงไหนก็ยังอยากเจอ

 

ที่ตัวยังมีละอองของเธอ

 

ที่ใจยังเพ้อถึงความสดใส

 

ยังเปียกด้วยรัก และความซึ้งใจ

 

หนาวเพียงใดดวงใจ ยังเฝ้ารอ

 

…ขอฉันเจอเธอใหม่ ในวันฝนพรำ…

คำสารภาพของผู้ชาย (วัยฉกรรจ์) คนหนึ่ง ตอน กฎ 2 ครั้ง

ผมมีกฎอะไรบางอย่างในการดำรงชีวิต เป็นกฎที่ผมตั้งเอาไว้เพื่อใช้กับตัวเอง เป็นกฎที่ผมเลือกขึ้นมาใช้เพื่อตัดสินใจอะไรหลายๆอย่างในชีวิต แล้วผมก็ค่อนข้างที่จะยึดถือมันอย่างเคร่งครัด กฎ 2 ครั้ง คือกฎที่ผมกำลังพูดถึง
 
ความหมายของกฎนี้ก็คือ ผมจะให้โอกาสทุกๆคนในทุกๆเรื่องเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ถ้าเกินกว่านั้น ผมถือว่าเกินพอที่ผมจะทน และ เรียนรู้อีกต่อไป
 
ครั้งแรก สำหรับผม ก็คือ การเรียนรู้ ผมยอมที่จะเรียนรู้จากความผิดของคนอื่น 1 ครั้ง ผมยอมที่จะถูกหลอก โง่ เสียความรู้สึก เสียความมั่นใจ ผมยอม ให้กับคนที่ผม รัก เคารพ ศรัทธา และ เชื่อฟัง เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
 
คนที่ผมรัก จะหลอกผม จะโกหกผม ผมยอม
เพื่อนที่ผมรัก จะว่าร้าย จะนินทาลับหลัง ผมยอม
ผู้ใหญ่ และ บุคคลที่ผมเคารพ จะด่าผมอย่างไร้เหตุผล จะเหวี่ยงอะไรใส่ผม ผมยอม
 
ครั้งที่สอง สำหรับผม ก็คือ การให้อภัย ผมเรียนรุไปแล้ว 1 ครัง ผมยอมที่จะให้อภัยอีก 1 ครั้ง ผมยอมที่จะถูกหลอก โง่ เสียความรู้สึก เสียความมั่นใจ ผมยอม ให้กับคนที่ผม รัก เคารพ ศรัทธา และ เชื่อฟัง อีกเพียง 1 ครั้งเท่านั้น
 
คนที่ผมรัก จะหลอกผม จะโกหกผม ผมให้อภัย
เพื่อนที่ผมรัก จะว่าร้าย จะนินทาลับหลัง ผมให้อภัย
ผู้ใหญ่ และ บุคคลที่ผมเคารพ จะด่าผมอย่างไร้เหตุผล จะเหวี่ยงอะไรใส่ผม ผมให้อภัย
 
ผมใช้กฎนี้มาค่อนชีวิต และ ก็ยังไม่มีอะไรมาเปลี่ยนกฎนี้กับผมให้แยกจากกันได้ หลายๆครั้งกฎนี้ก็ขัดกับความรู้สึกจริงๆของผม แต่ว่า… ผมยอมที่จะให้มันเป็นอย่างนั้น ผมยอมถอยห่างออกมาเพื่อรักษาความรู้สึกดีๆกับคนหลายๆคน ผมยอมถอนตัวออกมาเพื่อเหลือคำว่าเพื่อนเอาไว้ ผมยอมหลีกหนีเพื่อให้คำว่ารักไม่ถูกทำลาย…
 
2 ครั้งเป็นกฎที่ผมนำมาใช้เสมอ ยกตัวอย่าง
 
ตัวอย่างที่ 1
เวลาที่ผมเลือกใครสักคนที่จะมาร่วมทางด้วย (ยังไม่ได้รู้นะครับ ว่าเขาอยากมาเดินกับผมด้วยมั้ย แต่ผมใช้กฎนี้เพื่อถามตัวเอง ว่าผมพร้อมที่จะเลือกคนคนนี้มั้ย…) ผมแอบมีเกณฑ์ของตัวผมเองอยู่ มันอาจจะเป็นเกณฑ์โง่ๆสำหรับหลายๆคน แต่สำหรับผมมันเป็นเกณฑ์ที่จะใช้ตัดสินใจว่า คนไหน คือคนที่ผมจะตัดสินใจเลือก …ผมขอไม่บอกเกณฑ์ผมนะครับ เดี๋ยวคนจะรู้กันเยอะเกินไป 🙂 ถ้าคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ของผม สักพักผมจะ fade ตัวออกมา ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เช่นๆ คนที่มาหลอกแดก… อืม  ผู้ชายอย่างผมไม่ชอบน่ะครับ คือ ไอ้เรื่องง่ายๆอย่างนี้นี่ คุณผู้หญิงเพียงแค่แสดงออกบ้างก็พอครับ ว่า I’m willing to pay แค่นี้ก็เพียงพออยู่แล้ว เพราะยังไงก็ตามกว่า 80 เปอร์เซนต์ ผมจะออกให้อยู่แล้วไงครับ แต่ไอ้พวกไม่ willing เลยนี่ ผม fade มาหลายครั้งแล้วครับ… (เอิ่ม คนที่อ่านอยู่ แล้วผมเคย fade ออกมา …บางทีมันอาจจะเพราะเหตุผลนี้นะครับ) นะครับ ไม่ว่าคุณจะสวยขนาดไหน น่ารักขนาดไหน ผมไม่ไหวครับ แล้วผมอาจจะโง่เองก็ได้ที่ทิ้งผู้หญิงดีๆอย่างพวกคุณ ถ้าคุณตั้งใจเอาไว้แต่แรกว่า แค่อยากจะลองใจผม อยากรู้ว่าผมจะป๋าได้ขนาดไหน ขอโทษครับ คุณลองใจผมเกินช่วงทดลองใช้งานครับ เกิน 2 ครั้ง ผมขอตัว…
 
ตัวอย่างที่ 2
เวลาที่ผมเลือกใครสักคนที่จะมาร่วมงานด้วย ผมหมายถึงกลุ่มเพื่อนๆน่ะครับโดยส่วนมาก ผมก็มีลิมิตครับ เรื่องงานคือเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว เราเป็นมืออาชีพกันทั้งนั้น ถึงเราเป็นเพื่อนกัน บางครั้งผมก็ไม่ต้องการเพื่อนที่ล้ำเส้นกันมากไป 2 ครั้งคือโอกาสที่ผมจะยอมให้คุณมาล้ำเส้นครับ มาเถอะ มาเลย 2 ครั้งเท่านั้นนะครับ ถ้ามันเกินจริงๆ แล้วผมทนไม่ได้ คุณก็จะแปรสภาพจากเพื่อนผมมาเป็นคนรู้จักเท่านั้น ผมยังไปเที่ยวกับคนรู้จักได้ ยังโทรคุยได้ แต่ผมจะไม่มีเส้นให้คุณมาล้ำแล้วครับ เพราะ MSN ของผมจะขึ้น Appear Ignore คุณตลอดเวลา… (เอิ่ม คนที่อ่านอยู่ แล้วคุณรู้สึกว่าถูก Appear Ignore จากผม …บางทีมันอาจจะเพราะเหตุผลนี้นะครับ) นะครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนดีขนาดไหนก็ตาม ผมไม่ไหวครับ แล้วผมอาจจะโง่เองก็ได้ที่ทิ้งเพื่อนดีๆอย่างพวกคุณ ถ้าคุณตั้งใจเอาไว้แต่แรกว่า แค่อยากจะลองใจผม อยากรู้ว่าผมจะให้คุณเสือก เอ๊ย… ล้ำเส้นได้มากขนาดไหน ขอโทษครับ คุณลองใจผมเกินช่วงทดลองใช้งานครับ เกิน 2 ครั้ง ผมขอตัว…
 
ตัวอย่างที่ 3
เวลาที่ผมเลือกใครสักคนเพื่อจะเรียนรู้ เคารพ นับถือ คือผู้ใหญ่ที่ผมต้องทำงานด้วยน่ะครับ ผมเคารพคนเก่งครับ ขอให้เก่งผมจะทำงานให้อย่างสุดชีวิตครับ ความคิดเห็นเรามันแน่ๆอยู่แล้วที่อาจจะไปด้วยกันไม่ได้ แต่ขอให้มีเหตุผลที่เพียงพอนะครับ ผมจะเชื่อฟัง ผมก็อยากเรียนรู้จากพวกคุณครับ เพียงแต่บางคนน่ะครับ โตมาได้เพียงแค่อยู่มานาน มีตำแหน่งใหญ่ได้เพียงเพราะทำงานมานาน มีอำนาจเพียงเพราะเกิดก่อนผม ถ้าอยู่เฉยๆ ผมก็ไม่ว่าอะไรครับ แต่ถ้ามางี่เง่าใส่ผมนี่ซิ ผมทนไม่ได้ครับ ผมขี้แพ้ ผมคงต้องหนีแน่ๆเลย 2 ครั้งครับ มางี่เง่าได้ 2 ครั้ง แล้วผมจะหนีเองครับ ไม่ต้องห่วงๆ… (เอิ่ม คนที่อ่านอยู่ แล้วคุณรู้สึกว่าถูกผมหนีใส่ …บางทีมันอาจจะเพราะเหตุผลนี้นะครับ) นะครับ ไม่ว่าคุณจะโตกว่าผม ให้เงินผมเยอะขนาดไหนก็ตาม ผมไม่ไหวครับ แล้วผมอาจจะโง่เองก็ได้ที่ทิ้งเจ้านายดีๆอย่างพวกคุณ ถ้าคุณตั้งใจเอาไว้แต่แรกว่า แค่อยากจะลองใจผม อยากรู้ว่าผมจะสู้งาน สไตล์คุณ ได้มากขนาดไหน ขอโทษครับ คุณลองใจผมเกินช่วงทดลองใช้งานครับ เกิน 2 ครั้ง ผมขอตัว…
 
2 ครั้งครับ ถ้าผมหายไป ก็ไม่ต้องงงครับ ผมเบื่อน่ะ แค่ 2 ครั้งก็พอ …ไม่ต้องมาตามหาผมด้วยนะครับ อย่ามาคิดมากเลย ว่าจะเอาผมกลับไป เป็นเพื่อน เป็นแฟน เป็นกิ๊ก เป็นลูกน้อง ผมยังไม่เห็นความสำคัญของพวกคุณเลย อย่ามาใส่ใจผมเลยครับ…

Home

 

Michael Buble
INTRO: G  D/F#  Em  D  Cadd9 D G  D

G
Another summer day
D/F#                 
Is come and gone away
Em              D
In Paris and Rome
               
C   Cadd9
But I wanna go home
 
D   G  D
Mmmm

G
Maybe surrounded by
D/F#
A million people I
Em                 D
Still feel all alone
                
C   Cadd9
I just wanna go home
     
D          G        
Oh I miss you, you know

              C
And I’ve been keeping all the letters
      
Em
That I wrote to you
          
Asus4       A
Each one a line or two
               
C             D
"I’m fine baby, how are you?"
            
C 
Well I would send them
                         
Em
But I know that it’s just not enough
             
F
My words were cold and flat
               
D   Dsus D
And you deserve more than that

G
Another aeroplane
D/F#
Another sunny place
Em             D 
I’m lucky I know
               
Cadd9
But I wanna go home
        
D            G     D
Mmmm, I’ve got to go home

          G  D/F# Em Em7
Let me go hoooooooome
            
C                  Em
I’m just too far from where you are
            
G    D
I wanna come home

BREAK: G  D/F# Em  D  Cadd9  D G 

      C                                 
And I feel just like I’m living
       
Em
Someone else’s life
                
Asus4           A
It’s like I just stepped outside
                   
C           D
When everything was going right
     
C
And I know just why you could not
    
Em
Come along with me
            
F
But this was not your dream
                
D Dsus D
But you always believed in me


G
Another winter day has come
D/F#
And gone away
Em                    D
And even Paris and Rome
               
C   Cadd9
And I wanna go home
D         G     D  
Let me go home


G
And I’m surrounded by
D/F#
A million people I
F            
Still feel alone
           
C   Cadd9
Oh, let go home
      
D         G        D
Oh, I miss you, you know

        

G  D/F# Em Em7
Let me go hoooooooome
           
C             C
I’ve had my run Baby, I’m done
 
D        G     D
I gotta go home
        
G  D/F# Em Em7
Let me go hoooooooome
          
C 
It will alright
               
D
I’ll be home tonight
                
G     
I’m coming back home…

 

ขอใครสักคนที่จะมาเป็นที่ที่ผมให้กลับไป ขอใครสักคนที่ผมจะขออาศัยเป็นที่พักพิง…

กฎเหล็กที่ต้องจำ หากอยากทำอาชีพเพลย์…

พักหลังมานี้ ผมได้คุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายๆคน ที่อยากยึดทำอาชีพ เพลย์บอย หรือ ไม่ก็เพลย์เกิรล์ ไม่รู้ทำไมถึงอยากทำอาชีพนี้กันนักก็ไม่ทราบ มันเท่มากนักหรือไงอันนี้ผมก็ไม่รู้ …ดังนั้นในฐานะที่ผมเคยย่างกรายเข้าไปแตะอาชีพนี้มาบ้างในลักษณะงานพิเศษ ผมเลยพอมีประสบการณ์ของเพื่อนร่วมอาชีพ และประสบการณ์ตรงมาบอกกล่าวนำเสนอกันสักเล็กน้อยละกัน มันอาจจะไม่ได้เป็นอะไรที่ลึกซึ้งมาก แต่ในแง่ของคนที่เคยผ่านมา ก็ขอเอามาแบ่งปันกัน คิดแบบนี้จะดีกว่า…
 
 
ห้ามลังเล
นี่คือกฎข้อที่ 1 ของการเป็นเพลย์บอย หรือ เพลย์เกิรล์ What ever!!! ห้ามลังเล ถ้าคุณคิดจะยึดอาชีพนี้แล้ว คุณต้องถึง คุณต้องทำให้ถึง ถ้าจะเหี้ยต้องเหี้ยให้สุด ถ้าจะมั่วต้องมั่วให้ยับ อย่าไปยึดติดกับภาพคุณความดี หญิงไทยใจงาม หรือ สุภาพบุรุษ ห่าเหวอะไรก็ตามที่พ่อ แม่ คุณยัดเยียดให้ฟังตอนเด็ก อย่าลังเลที่จะทิ้งสิ่งเหล่านั้นไป เพราะคุณกำลังจะก้าวเข้าสู่อาชีพ เพลย์…
 
ห้ามรัก
กฏเหล็กข้อที่ 2 เพลย์…ห้ามรักใคร คนๆเดียวในโลกที่คุณจะรักได้คือตัวคุณเอง ความรักเป็นสิ่งที่จะทำให้คุณอ่อนแอ มันจะบั่นทอนสถานะเพลย์…ของคุณ ดังนั้น ทุกชาย หรือ หญิง ที่คุณข้ามผ่าน (หรือทับผ่านก็ตาม) คุณห้ามเด็ดขาดที่จะเอาหัวใจไปวางทิ้งไว้เป็นหย่อม ห้ามรัก ทิ้งมันไปซะ ไอ้คำโง่ๆที่เรียกว่า …รัก
 
ห้ามมองโดยไม่มีความหมาย
กฏเหล็กข้อที่ 3 สายตาของคุณคือธนูแล่งที่พุ่งทิ่มแทงเหยื่อ คือศาสตราวุธวิเศษที่คุณจะใช้ฟาดฟันในสนามรบอันโหดร้าย จำไว้อย่าโปรยตามองอย่างไร้ความหมาย เพราะถ้าจะมองอย่างไร้ความหมายสู้อย่ามองไปจะดีกว่า ทุกการฟาดฟันนักล่าย่อมต้องได้เหยื่อ ทุกครั้งที่ลูกศรพุ่งออกจากสาย หมายถึงการได้มาซึ่งรางวัล จงใช้สายตาให้เกิดผลที่สุด…
 
ห้ามคาดหวัง
กฏเหล็กข้อที่ 4 สิ่งที่คุณจะทิ้งต่อไปเมื่ออยากทำอาชีพเพลย์… คุณต้องตัดซึ่งความคาดหวังในแง่โรแมนติคไปให้หมดสิ้น เพราะความโรแมนติคก็เป็นเพียงอาวุธอีกชิ้นหนึ่งในการล่าเหยื่อเท่านั้น คุณห้ามคาดหวังจากเหยื่อให้ตอบรับใดๆกลับมาเกินไป จำไว้เหยื่อกับคุณแค่เดินสวนทางกันเท่านั้น คุณเด็ดขึ้นมาดมได้ แต่ไม่ได้ผูกพันอะไร ห้ามคาดหวังถึงอนาคตใดๆกับเหยื่อทั้งสิ้น จงล่าวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ…
 
ห้ามรอ
ต่อมาจากกฏข้อ 4 ห้ามรอเด็ดขาด ห้ามรอโทรศัพท์จนเป็นบ้า เพราะว่าคุณแค่เพลย์…เท่านั้น มีแต่คนรักกันเท่านั้นที่เค้าจะริโทรศัพท์กัน แต่การเป็นเพลย์…มันมีกฎห้ามรักอยู่แล้ว ดังนั้นคุณก็ห้ามรอ อย่าให้เค้าเล่นเกมส์กับคุณได้ จำไว้หากคุณไม่ร่วมเล่นเกมส์ใดๆคุณก็จะไม่มีวันเป็นผู้แพ้เกมส์
 
ห้ามเสียใจ และ ร้องไห้
ต่อมายาวเป็นซีรีย์ จำไว้ น้ำตา และ ความเสียใจเป็นของผู้พ่ายแพ้ในเกมส์เท่านั้น คุณไม่รัก ไม่คาดหวัง ไม่รอ คุณก็จะไม่มีวันเสียใจ เสียใจเป็นเรื่องของคนรักกัน เพลย์… ห้ามรักใคร คุณคิดจะเป็นเพลย์… อย่ามากระแดะโอดครวญเสียใจ น้ำตาเป็นของคนที่อยากจะเพลย์…แต่เพลย์…ไม่ถึง ฝึกฝนต่อไปจนต่อมน้ำตาแห้ง หรือจะเอาทางลัดก็ได้ ไปหาหมอแล้วผ่าต่อมน้ำตาออกซะ!!!
 
ห้ามพลาด
กฎข้อที่ 7 สำคัญมากๆอีกข้อหนึ่ง คุณที่คิดจะเป็นเพลย์…ห้ามพลาดเด็ดขาด การพลาดอาจหมายถึงการจบอาชีพของคุณ เพลย์เกิรล์ศึกษาเรื่องยาคุมไว้ซะ ทั้งแบบก่อน และ แบบหลัง อย่าคิดว่าไม่สำคัญ จำไว้อย่าพลาด อย่าให้เด็กเกิดมาโดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อกู หรือหากพลาดจริงๆ ช่วงท้อง 3 เดือนแรก แนะนำได้อย่างเดียวไปเที่ยวหนักๆซะ กินเหล้าเข้าไปเยอะๆ เด็กมันไม่ทนหรอก เดี๋ยวมันก็หลุดออกมาเอง สำหรับเพลย์บอย ร่มกล่องหนึ่งอย่างแพงไม่เกิน 50 ค่าทำแทงค์ไม่ต่ำกว่า 5000 เลือกเอา แค่นี้คงตอบอะไรได้มาก เลือกเอา ห้ามพลาด!!!
 
ห้ามสงสาร
อย่าเด็ดขาด อย่าริสงสารใคร อย่ามาเป็นคนเลวครึ่งๆกลางๆ (พาลจะเสียความเชื่อถือของสถาบันเพลย์…ไปเปล่าๆ…) ริจะเพลย์…อย่างที่บอกทิ้งไปซะ พ่อ แม่ หัวใจ น้ำตา ศีลธรรม อะไรๆมากมาย ทิ้งมันไปให้หมดเพราะเราจะเพลย์…อย่าไปสงสาร ร้องไห้ น้ำตา อย่าทำให้เราหวั่นไหว คำว่ารัก คำว่าแคร์ คำว่ามีค่า อย่าไปฟัง เพ้อเจ้อลมๆแล้งๆทั้งนั้น ห้ามสงสารใครๆ จำไว้ ถ้าจะสงสาร ให้สงสารตัวเราเองเท่านั้น ว่าคืนนี้ถ้าเราล่าไม่สำเร็จ เราอาจต้องกลับบ้านนอนคนเดียว…
 
ห้ามตื้อ
ข้อสุดท้ายสำหรับหลักสูตรเบื้องต้น ห้ามตื้อ จะเพลย์…ห้ามตื้อเด็ดขาด ห้ามมาดื้อโง่ๆ งอแง แสดงความเป็นเจ้าของใคร อย่ามาพูดโง่ๆว่าก็กูจะทำๆ ทำไมกูจะตื้อ มันผิด จะเพลย์…หากเหยื่อหนีไปได้ ก็ต้องปล่อยไปห้ามตื้อ จำไว้ว่าเหยื่อวันนี้ไว้กินวันนี้ ไม่มีการดองเค็มเอาไปกินถึงเดือนหน้า กินไม่ได้ ไม่ได้กิน หรือ เหยื่อแสดงความไหวตัวออกมา ก็จงหลีกห่างไปซะ ห้ามตื้อ!!! ไปหาเหยื่อใหม่เอา
 
คงเพียงพอสำหรับข้อมูลเบื้องต้นหากใครริอาจจะเป็นเพลย์…ไม่ได้นำมาเขียนเพราะเก่ง หรือโอ้อวด แต่ถือว่าเอามาแบ่งปันกันในแง่มุมอีกด้าน(และอยากบอกให้เตรียมใจ…) ที่หากจะเลือกทำก็ต้องเตรียมตัวไว้ อาชีพนี้มันก็เหมือนหมาป่าโดดเดี่ยว ทำไปเท่าไหร่ ได้กินเหยื่อเท่าไหน มันก็ยังเหงา และ ไม่อิ่มอยู่ดี…
 
 

ดินแดนแห่งความรัก

 
ดินแดนแห่งความรัก
Cescendo

Intro:Ebmaj7/Dm7/Cm7 F/Bbmaj7 /(2 times)

  Ebmaj7                           Bbmaj7
*คงจะมีรักจริงรออยู่ ที่ดินแดนใดซักแห่ง

Cm7             F              Bbmaj7
คงมีใครซักคนรออยู่ ตรงนั้น

Ebmaj7                           Bbmaj7                                      
คงมีความหมายใดซ่อนอยู่ในการรอคอยที่แสนนาน

Cm7         F               Bbmaj7
คงจะมีซักวันฉันคงได้เจอ

Gm                              C7
เจ็บมาแล้วตั้งกี่ครั้ง เมื่อความรักพังทลาย

Ebmaj7                Bbmaj7
จะมีใครที่เป็นคนสุดท้าย

Gm                              C7
เธอคนนั้นอยู่แห่งไหน จะไกลแสนไกลเท่าไหร่

Eb                            F
ก็จะไปที่ดินแดนแห่งนั้น

     Ebmaj7         Dm7
จะขอเอาคำว่ารัก ทุกคำที่ฉันได้เคยเอ่ย

Cm7                   F                   Bbmaj7 /Fm Bb7/
จะขอมันคืนจากใครที่เคยผ่านเข้ามา

        Ebmaj7                  Dm7
**จะขอรวมคำว่ารักเหล่านี้ ทวีความหมายและคุณค่า

     Cm7            F              Bbmaj7
จะขอเอามามอบไว้ให้เธอผู้เดียว

Solo:Ebmaj7/Dm7/Cm7 F/Bbmaj7 /(2 times)

    G#                                   Bbmaj7
ข้ามขอบฟ้า แผ่นน้ำ หรือขุนเขาทะเลทราย

   G#                    F
ไกลเท่าไหร่จะไปให้ถึง

(*)

Ebmaj7                    Dm                         Cm7      F              Bbmaj7 /Fm Bb7/            
ข้ามขอบฟ้าหรือขุนเขา ข้ามแผ่นน้ำทะเลกว้างใหญ่ แต่ฉันจะไปหาเธอ

(**)

ใจดวงเดียว

ขอมีแค่ใจดวงเดียว ที่จะรักคนคนเดียว…
 
ขอมีแค่ใจดวงเดียว ที่จะยกให้คนคนเดียว…
 
ขอมีมือคู่เดียว ที่จะโอบอ้อมคนคนเดียว…
 
ขอมีมือคู่เดียว ที่จะปกป้องคนคนเดียว…
 
ขอมีตาคู่เดียว ที่จะมองคนคนเดียว…
 
ขอมีตาคู่เดียว ที่มีเงาของคนคนเดียว…
 
ขอมีคนคนเดียว เพื่อให้ชั้นได้รักคนคนเดียว…
 
ขอมีเธอคนเดียว เพื่อเป็นของของชั้นคนเดียว…
 

 
 
 

อีกหนึ่งคืนวันพฤหัส…

อีกหนึ่งคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา… หลังจากเสร็จงานที่ผมดูแลอยู่จ๊อบหนึ่ง ผมก็ถือโอกาสนั่งอยู่ที่ร้านของเขาต่อเพื่อเก็บข้อมูลการทำงานของร้าน และก็ถือโอกาสเลี้ยงส่งเพื่อนคนหนึ่งซึ่งกำลังจะเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษ ผมกับเธอ… ไม่เจอกันมานานหลายปี อย่างต่ำก็ 3 ปี ที่เราไม่ได้พบหน้ากันเลย เราเลยถือโอกาสนั่งทานอะไรกันนิดๆหน่อยๆ …ก็ 100 pipers 1 ขวดลิตร
 
ในระหว่างการนั่งสนทนาสายตาของเราก็ไม่ได้สบกันเท่าไร เนื่องจากความเป็นเพื่อนไม่จำเป็นต้องสบสายตาให้กันบ่อยนัก มันจะเลี่ยนและผิดสถานะไป… เราจึงใช้สายตาสอดส่องไปรอบๆบริเวณร้าน ผมไปสบตาเข้ากับสาวนางหนึ่ง ผู้สวมเสื้อกล้ามสีแดงตัดกับความมืดในร้านได้อย่างน่ามอง ยิ้มกันไปหลายครั้ง (ผมมากับเพื่อนไงครับ แถมในโต๊ะยังมีเพื่อนหญิงด้วย โอกาสทำประตูของผมจึงตกไปเท่ากับศูนย์) ผมไม่ว่าอะไรกับความตื่นเต้นขำๆกับการแอบมองกันไปมา แต่ไอ้โต๊ะข้างหลังอีกโต๊ะที่ติดกับสาวเจ้าน่ะซิครับ (ขออธิบายลักษณะโต๊ะนะครับ ผมอยู่ขวาสุดในแนวระนาบ เธออยู่โต๊ะตรงกลาง และ มีอีกโต๊ะที่อยู่ติดกับเธอด้านหลังเป็นโต๊ะขวาสุดในแนวระนาบ) หันไปหันมา แล้วก็เข้ามาคุยกับเธอจนได้
 
 
21.17 น. โดยประมาณ
ผมก็นั่งซุ่มดูอยู่เงียบๆ… ไอ้หนุ่มนั่นก็พยายามขอเบอร์สาวเจ้า ซึ่งสาวเจ้าก็ดูไม่ได้รังเกียจอะไรเท่าไร จนกระทั่งมันขอมานั่งรวมโต๊ะกับสาวเจ้า โอเค มึงเก่ง ผมคิด แล้วก็พูดคุยกันไปจนได้เบอร์ในที่สุด นายนั่นก็จากไป… ผมยั่งนั่งซุ่มดูอยู่เงียบๆ…
 
23.15 น. โดยประมาณ
ผมยั่งนั่งซุ่มดูอยู่ด้วยรอยยิ้ม…แม่สาวเสื้อแดงเร้นกายจากโต๊ะไปเมื่อไรไม่รู้ แต่เธอเดินกลับมาพร้อมรอยน้ำตา เธอคุยโทรศัพท์ไปและร้องไห้… อืม เธอคงมีปัญหาอะไรสักอย่าง กับคนที่อยู่ปลายสาย ร้องไห้ เบียร์ ร้องไห้ เบียร์ ร้องไห้… คือ สิ่งที่เธอทำสลับๆกันไป เธอมีคนรักแล้วนี่หน่า… มาสบตาเล่นทำไม ไปให้เบอร์คนอื่นทำไม…
 
24.00 น.
ผมนั่งซุ่มดูอยู่ด้วยเสียงหัวเราะ…
 
เด็กเธอมา… จบข่าว…
 
แล้วไอ้หนุ่มหัวค่ำ มันจะนอนฝันค้างไปถึงไหน…
 

 

Starbucks Talks chapter 4

 
Crime Scene : Starbuck Siam Paragon ชั้น 3 ร้านเดิม (อีกครั้ง เพราะมันเป็นร้านประจำครับ…)
ผู้ต้องหา : กี้ พี่สาวร่วมโลก
หัวข้อวิจัย : คุ้มหรือยัง…

 
คิดว่าตัวเราเองน่ะ ใช้ชีวิตคุ้มหรือยัง คือหัวข้อการพูดคุยสนทนาครั้งล่าสุดของเราสองคน (ในร้านสตาร์บัคน่ะ… วันรุ่งขึ้นหลังจากคุย เราไปนั่งทูซิท กันต่อ… แต่หัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนไปครับ) ผมถูกถามประโยคนี้ว่า… คิดว่าตัวเราเองน่ะ ใช้ชีวิตคุ้มหรือยัง… ผมตอบได้ทันทีเลยหลังจากได้ฟังคำถาม
 
"ยังครับ ยังไม่คุ้มเลย"
 
เหตุผลที่เกิดคำถามนี้ มันเกิดมาจากว่า พี่สาวผมน่ะ รู้สึกว่า ผมทำงานหนักมากๆ แล้วก็แน่นอนเที่ยวหนักมากๆ… ผมเอาเวลาตรงไหนไปพักผ่อน เอาเวลาตรงไหนไปใช้อย่างที่เรียกว่า เวลา ส่วนตัว แล้วถ้าผมมีคนรัก …ผมจะมีเวลาให้เขาหรือ…
 
ผมตอบไปอย่างไม่ต้องคิดมาก ยังไม่คุ้มหรอกครับพี่ วันนี้ผมยังรู้สึกเลยว่า เวลา 24 ชั่วโมงมันน้อยไป ทุกนาทีมันมีค่ามากๆ ทั้งเรื่องงาน เรื่องชีวิต ผมยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย สำหรับผม ผมมีคติในการดำรงชีวิตอยู่ 3 อย่าง…
 
Work Hard… ผมจะทำงานให้หนัก ทำงานให้หนักที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะได้ลิ้มรสหอมหวานของสิ่งที่เรียกว่า ความสำเร็จ แน่นอนในวันนี้ผมอายุ 25 ผมได้รายได้เท่านี้ ผมเลี้ยงตัวเอง และ ครอบครัว ผมพอใจ ถึงแม้ผมจะยังไม่ได้มีบ้านเป็นของตัวเอง ไม่ได้มีรถเก๋งสวยหรูขับ ไม่มีเงินไปเปิดบริษัทเก๋ๆเหมือนลูกคนมีเงินหลายๆคนทำกัน แต่ตั้งแต่อายุ 20 ผมอยู่ได้ด้วยรายได้ที่ผมหามาเอง ทุกๆอย่าง อายุ 22 ครอบครัวผมอยู่ได้ด้วยรายได้ที่ผมหามาเอง ทุกๆอย่าง เน้นเลยนะครับ ทุกๆอย่าง …เคยคิดเหมือนกันถ้าผมไม่ต้องเลี้ยงครอบครัว …ป่านนี้ ผมไปได้ไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่เสียใจมั้ย ไม่เลย ผมภูมิใจมันล่ะ ภูมิใจมันมากๆ กับการที่ได้ตอบแทนบุญคุณของผู้ที่ให้กำเนิดผมมา…
 
Play Hard… ผมพร้อมจะให้รางวัลกับชีวิตผมอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่รบกวนใคร ผมทำมากเท่าที่ผมจะทำได้ …ให้กับตัวผมเอง ผมอาจจะไม่ได้เที่ยวหนักเหมือนใครหลายๆคน อาจจะไม่ได้ดื่ม และ สูบจัดเหมือนคนอื่นๆ แต่ผมเต็มที่กับชีวิตเท่าที่ผมเต็มที่ได้…
 
Responsibility… ทำอะไรก็ได้ จะเที่ยวถึงเช้า จะไม่ได้นอน จะไปตื่นที่บ้านใคร จะอะไรๆก็แล้วแต่ แต่ผมต้องมีงานส่งบริษัทนายจ้างเสมอ ผมจะต้องมีคำปรึกษาที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ผมต้องมีความคิดที่ดีพอสำหรับจะให้คำแนะนำอะไรใคร …รับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองต้องทำ
 
นี่คือแนวทางการดำเนินชีวิตของผม ผมทำแบบนี้มาตลอด และก็จะทำแบบนี้ไปตลอด…
 
การสนทนาไม่ได้จบลงอย่างรู้เรื่องเท่าไร เพราะตลอดการสนทนาผมมีโทรศัพท์เข้ามามากจนท่านพี่สาวรู้สึกเหนื่อย และประโยคคำตอบสุดท้ายที่ผมตอบเอาไว้ก็คือ…
 
"ผมภูมิใจนะ กับชีวิตของตัวเองในวันนี้ …แต่ ยังไม่พอใจครับ ยังไม่พอใจเลย แม้แต่นิดเดียว…"

รินเล่า (เหล้า)

คืนวันนั้นก็เหมือนคืนวันนี้ …ฝนตก
 
ริน …ชั้นขอเรียกตัวเองว่ารินละกัน เพราะชั้นทิ้งชื่อจริงนามสกุลจริงของชั้นไปแล้ว ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนี้มีเพียงชื่อสั้นๆ ชั้นขอเรียกตัวเองว่า …ริน
 
เครื่องอัดเทปทำหน้าที่ของมันไปเรื่อยๆ มันตั้งอยู่บนโต๊ะในร้านอาหารกึ่งผับกลางซอยทองหล่อ ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาในร้านนับตั้งแต่เวลาหัวค่ำ เมื่อฝนเริ่มทวีความแรงของมันกระทบเข้ากับพื้นดิน ด้านหนึ่งของเครื่องอัดเทปคือผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งฟัง และจดอะไรขยุกขยิกตลอดเวลากว่า 2 ชั่วโมงที่ผ่านมาของการสนทนา อีกด้านหนึ่งของเครื่องอัดเทปคือหญิงสาวร่างโปร่ง ผมยาว ตาดำขลับกลมโต หากจะมีคำจำกัดความของคำว่าสวยว่าเป็นอย่างไร ก็ตอบได้ไม่อายว่าเป็นอย่างเธอ ยิ่งบวกไปกับหน้าตาที่ยิ้มแย้มสดใส คงยากที่จะคาดเดาอายุของเธอได้
 
…เธอเรียกตัวเองว่าริน
 
ฝ่ายชายที่ก้มหน้าก้มตาจดอะไรอยู่อย่างต่อเนื่อง เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอบ้างเป็นบางครั้ง รินดูออกว่าเขา ไม่กล้า มองหน้าเธอตรงๆ อาจจะเป็นเพราะความประหม่าที่ผู้ชายมักจะเป็นยามเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเขา ไม่กล้า ที่จะมองเนื่องจากว่า เขาไม่กล้ายอมรับในสิ่งที่เธอเป็น… ทั้งๆที่เขาเองเป็นคนติดต่อเธอออกมาเพื่อนั่งคุยกัน เธอก็ลังเลใจอยู่นานกว่าจะยอมออกมา ปรากฎว่าตอนนี้เธอต่างหากที่เป็นคนที่พูดอยู่คนเดียว…
 
รินเริ่มเล่าเรื่องของเธอ เรื่องที่หลายๆคนคงไม่เชื่อ และอาจจะไม่ยอมรับถึงความเป็นจริง เรื่องที่ผู้หญิงอย่างเธอเคยประสบมา…
 
ริน มีอาชีพเป็นผู้บำบัดความเหงา และ ความว้าเหว่ค่ะ รินเรียกอาชีพของตัวเองแบบนั้น รินจะอยู่เป็นเพื่อนลูกค้าที่เหงา และว้าเหว่ ให้กำลังใจเขา และให้ในสิ่งที่เขาต้องการค่ะ… รินยิ้ม ยามเมื่อเธอพูดถึงอาชีพของเธอ… เป็นรอยยิ้มที่ดูไม่ออกว่าว่าฝืน หรือ จริงใจ
 
ลูกค้าของรินโดยส่วนมากก็จะเป็นนักธุรกิจ นักธนาคาร นักการเมืองบ้าง ก็คละๆกันไปค่ะ…
 
หรือจะพูดอีกอย่างก็ได้ค่ะ ไม่ต้องสวยหรู รินชินและยอมรับมันได้แล้ว รินเป็นโสเภณีค่ะ ใช่ค่ะรินไม่อายที่จะพูดแบบนี้ เพราะอย่างน้อยรินก็ทำงานที่สุจริต และเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร …พวกผู้ชายน่ะค่ะ รินเล่าต่อว่า …ตอนนี้รินมีความสุขดี ใจหนึ่งรินก็ดีใจนะคะที่ได้ช่วยเป็นเพื่อนให้กับคนหลายๆคนที่เครียด และ มีปัญหา ลูกค้าคนเมื่อคืนของรินนะคะ ก็เป็นนักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในทุกวันนี้ แต่รินคงไม่ขอบอกนะคะว่าเป็นใคร ตอนแรกที่รินเจอเขารินก็ตกใจเหมือนกัน ไม่คิดว่าคนที่ดูสมบูรณ์พร้อมทุกๆด้านแบบเขา ทำไมต้องมานั่งเหงาคนเดียวอยู่ในผับ 
 
รินโบกมือเรียกบริกรมาสั่งเหล้าผสมหนึ่งแก้ว บลูมากาเร็ตต้า เครื่องดื่มที่เธอโปรดปราน รินขอทานเหล้าไปด้วยนะคะระหว่างที่เราสัมภาษณ์กัน รินเอ่ยปากบอกกับผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงข้าม ไม่นานนักเหล้าผสมก็ถูกรินใส่แก้วใสปากกว้างสวยซึ่งถูกเคลือบบางๆไว้ด้วยเม็ดเกลือละเอียด
 
…รินเล่าเรื่องต่อ จะถามว่าทำไมน่ะเหรอคะ ที่ผู้หญิงแบบริน หน้าตาดี สวย จบมาจากมหาวิทยาลัยรัฐ ในคณะที่คนแก่งแย่งกันเพื่อเข้าไปเรียนมากมาย มาจบชีวิตตัวเองด้วยอาชีพ โสเภณี รินยิ้มเจื่อนๆก้มหน้า แล้วเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาพูดต่อ คงเป็นเพราะ รินล้มเหลวในชีวิตรักมั้งคะ คนที่รินรัก แฟนคนแรกของรินน่ะค่ะ รินกัดริมฝีปากแน่นเหมือนกับเก็บอารมณ์บางอย่างเอาไว้ เขาทำให้รินเลิกศรัทธาในความรักน่ะค่ะ
 
…เราพบกันในมหาวิทยาลัย เขาเป็นผู้ชายคณะวิศวะ รินเจอเขาเมื่อตอนปี 1 ที่คณะของริน เขาเข้ามาจีบรินค่ะ ไม่นานนักเราก็เป็นแฟนกัน เขาดีกับรินทุกๆอย่างในช่วง 2 ปีแรกที่เราคบกัน เขาเป็นรักแรกของรินค่ะ และก็ …เป็นคนแรกของรินค่ะ ใช่ค่ะ
 
คืนวันนั้นก็เหมือนคืนวันนี้ …ฝนตก
 
เขาพารินไปที่บ้านเขาค่ะ ไม่มีคนอยู่ เรามีอะไรกันในตอนเปิดเรียนเทอมแรกของช่วงปี 3 รินคิดว่านี่แหละคือคนที่รินจะฝากชีวิตไว้ด้วย เรารักกันค่ะ …จนกระทั่ง …รินเงียบไปอีกครั้ง เธอขอให้บริกรไปรินเหล้าผสมให้เธออีกแก้วหนึ่ง บริกรจากไป และกลับมา รินยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ
 
…รินเล่าเรื่องต่อ …จนกระทั่งเขาเริ่มเป็นหนี้พนันบอลค่ะ เราสองคนหาเงินกันอย่างสุดความสามารถ สร้อยคอ แหวนที่แม่ซื้อให้ริน รินเอาไปแลกมาเป็นเงินเพื่อช่วยเขาหมด …ใช่ค่ะ มันไม่พอ เราหาทางออกกันอยู่นาน จนเย็นวันหนึ่งเขาก็เรียกรินไปพบข้างนอกบ้าน เขาบอกว่าเรื่องมันร้ายแรงมาก เขาอยากจะให้รินมาอยู่ข้างๆเขาตอนนี้ รินออกไปพบเขาค่ะ ที่คอนโดของเพื่อนของเขา… น้ำตาของรินรินไหลออกมาเปื้อนสองแก้มสวย รินเงียบไปอีกครั้ง… รินไปพบเขาที่นั่น พอเปิดประตูเข้าไป เขานั่งอยู่ที่นั่นค่ะ โซฟาที่มุมห้อง …แต่เขาไม่ได้อยู่ที่นั่นคนเดียวค่ะ มีผู้ชายที่รินไม่เคยเห็นหน้าอยู่ด้วยอีก 3 คน รินตกใจมากค่ะ พยายามถามเขาว่านี่เรื่องอะไรกัน รินไม่ทันไปถึงตัวเขาก็ถูกมือหยาบหนาคู่นึงดึงตัวเอาไว้ รินถูกผลักลงบนเตียงค่ะ …ประโยคเดียวที่รินได้ยินจากคนที่รินรักที่สุดคือ …รินผมขอโทษ
 
คืนวันนั้นก็เหมือนคืนวันนี้ …ฝนตก
 
ผ่านไป 3 ชั่วโมง พวกมันก็ออกจากห้องไปพร้อมกับกล้องวีดีโอ ผู้ชายคนที่รินคิดจะฝากชีวิตด้วยกลับเข้ามาในห้อง เขานั่งลงข้างๆริน พยายามอธิบายอะไรมากมายหลายอย่าง ทั้งบอกว่าเขาถูกขู่ฆ่า ถูกขู่จะเอาเรื่องไปฟ้องที่มหาวิทยาลัย …เขาไม่มีทางออก …เขาขอโทษที่ต้องทำแบบนี้กับริน ตอนนั้นรินร้องไห้ และกรีดร้องจนแทบจะไม่มีเสียงแล้วค่ะ มันเหมือนโลกของรินพังทลายไปทั้งใบต่อหน้าต่อตาของรินเอง
 
…รินโง่เองใช่มั้ยที่มาที่นี่ รินโง่เองใช่มั้ยที่คิดว่าความรักสวยงาม รินโง่เองใช่มั้ยที่ไว้ใจคนที่รินรัก…
 
รินเล่าเรื่องตอนนี้ด้วยคราบน้ำตาที่รินออกมาจากดวงตาแดงก่ำ รินเลิกกับเขาค่ะหลังจากวันนั้น หัวใจที่ศรัทธาในความรักของรินถูกทิ้งเอาไว้ที่คอนโดแห่งนั้นค่ะ วันนั้นรินบอกกับตัวเองว่า…
 
ริน …ชั้นขอเรียกตัวเองว่ารินละกัน เพราะชั้นทิ้งชื่อจริงนามสกุลจริงของชั้นไปแล้ว ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนี้มีเพียงชื่อสั้นๆ ชั้นขอเรียกตัวเองว่า …ริน
 
ริน ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรในชีวิตเหลืออีกแล้ว แม้แต่หัวใจ รินดร๊อปเรียนไป 1 เทอมค่ะ เพราะรินไม่กล้าออกจากบ้าน รินกลัวว่าพวกมันจะเอาวีดีโอที่ถ่ายออกมาเผยแพร่ รินกลัวว่าจะมีคนดูมัน รินกลัวจะมีคนรู้ค่ะว่าผู้หญิงในวีดีโอนั่น …คือริน
 
ตอนนั้นแหละค่ะที่รินคิดได้ว่า เสียตัวให้กับคนที่รินรักอย่างหมดหัวใจ มันไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย แถมรินยังต้องเสียความเป็นคน เสียศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง …เพื่อคนที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของมัน ในเมื่อมันไม่เหลืออะไรแล้ว รินยอมเสียมันอีกครั้งดีกว่า หรืออีกหลายๆครั้งก็ได้ แต่ครั้งนี้รินทำมันโดยมีผลประโยชน์ตอบแทนกลับมา เงินหลักหมื่นในแต่ละครั้ง รินไม่เสียใจค่ะที่รินต้องมาเป็นแบบนี้  ถ้าจะเสียใจรินเสียใจที่รินเคยรัก และ ไว้ใจคนผิดในวันนั้นมากกว่าค่ะ…
 
เครื่องอัดเทปกระตุกตัวเองเพื่อแจ้งให้เจ้าของเครื่องทราบว่าเทปเปล่าที่กำลังหมุนอัดอยู่ หมดลงแล้ว พร้อมๆกับบทสนทนาที่จบลงอย่างครึ่งๆกลางๆ …รินยิ้มให้กับผู้ชายอีกฝากหนึ่งของโต๊ะ รินว่า… รินไม่มีอะไรจะเล่าแล้วค่ะ เธอเหลือบดูนาฬิกา นี่ก็เกือบ 4 ทุ่มแล้วด้วยค่ะ รินคงต้องขอตัวไปทำงานก่อน …ยินดีที่ได้มาแบ่งปันประสบการณ์กันนะคะ ขอให้หนังสือขายดีค่ะ รินยิ้มพร้อมลุกขึ้น เธอบอกลาแล้วหันหลังเดินจากไป บริกรเปิดประตูร้านให้เธอ เธอเดินออกไปหายไปกับความมืด และสายฝนที่โรยตัวเบาบางลง…
 
บริกรถูกเรียกมาอีกครั้ง วิสกี้ 1 ขวดถูกสั่ง
 
บุหรี่ถูกจุดขึ้น ไฟแดงวาบขึ้นกลางความมืด…
 
บริกรถูกขอให้รินเหล้าอีกครั้ง…
 
คืนวันนั้นก็เหมือนคืนวันนี้ …ฝนตก
 

เรารักในหลวง

 

ทรงพระเจริญ

 

ปล.ความอนุเคราะห์ด้านรูปจากคุณตู่ (ไม่โสดแล้ว) ครับ