Archive for April, 2006

รู้ไหมว่า ทำไมผู้ชายดีๆ จีบผู้หญิงไม่เก่ง

 
1.ผู้ชายที่ดี มักคิดว่า ควรจะมีอะไรที่พร้อมก่อน แล้วค่อยหาแฟน คือเรียนจบ ทำงานก่อน กว่าจะถึงตอนนั้น เด็กผู้หญิงที่น่ารักที่สุด ตอน ม.3 ก็แต่งงานไปเรียบร้อยแล้ว

2.ผู้ชายที่ดี มักคิดมาก ว่าตัวเอง เหมาะสมไหม คู่ควรไหม หญิงที่ตนรัก มักสูงส่งเสมอ ตัวเองไม่คู่ควร เขาไม่รู้ว่า ผู้หญิงไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์พร้อม เธอต้องการแค่ การเอาใจใส่ ดูแล ไว้วางใจ และพึ่งพาอาศัย
 
3.ผู้ชายที่ดี มักคิดว่า หน้าตาเราไม่เหมาะสม กับคนสวยๆ หรอก คนที่ดีกว่าเรามีอีกมาก ไม่รู้หรอกว่า ผู้หญิง รักผู้ชายเพราะ หู มากกว่า ตา
4.ผู้ชายที่ดี มักไม่รู้เรื่อง เสเพล สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งมั่วสุม หรือว่า อบายมุข ซึ่งผู้หญิงสนใจ
 
5.ผู้ชายที่ดี มักไม่มีมุขตลก เรื่อง ทะลึ่งตึงตัง ซึ่งผู้หญิง ชอบฟัง
6.ผู้ชายที่ดี ไม่เล่นการพนัน ชีวิตเรียบง่ายไร้ความเสี่ยง จึงรอหาคนที่เหมาะสม จีบแล้วไม่พลาดกว่าจะเจอก็ ย่าง 30 ซึ่งผู้หญิงที่เจอก็คือเพื่อนๆตอนเรียน ปริญญาโท นั้นเอง
 
7.ผู้ชายที่ดี คิดก่อนทำ รอโอกาส ซึ่งกว่าจะถึงเวลานั้น สาวที่เล็งไว้ก็เดินไปกลับผู้ชายอื่นที่ทำก่อนแล้วค่อยคิด
8.ผู้ชายที่ดี ไม่ค่อยมีหัวทางศิลปะ แต่ผู้หญิงจะชอบมากที่คนรักวาดรูปตัวเองได้
 
9.ผู้ชายที่ดี มัวแต่เรียนหนังสือ เล่นดนตรีไม่เป็น ซึ่ง การได้นั่งข้างๆ คนรักเล่นกีตาร์ ช่างโรแมนติก
10.ผู้ชายที่ดี มักเดินหนี ผู้หญิงตอนอายุ 14 เพราะอาย ไม่ชอบให้เพื่อนแซว แต่ผู้ชายไม่ดี มักเดินเข้า
หา ผู้ชายที่ดี เลยต้องเดินหาตอนอายุ 24
 
11.ผู้ชายที่ดี ตอนเด็กอ่านหนังสือ ไม่เล่นกีฬา แต่เด็กผู้หญิง มัก ไปดูนักฟุตบอลโรงเรียนมากกว่า อ่านหนังสือในห้องสมุด
12.ผู้ชายที่ดี ไม่จีบคนที่มีเจ้าของ แต่ผู้ชายทั่วไปคิดว่าเขาสมควรได้อะไร จะต้องไปหามา
 
ตอนแรกมีเรื่องที่อยากจะเอามาเป็น Blog วันนี้ แต่กลับบ้านมาเปิดเมล์ เจอหัวข้อเมล์จากน้องวี ก็สนใจและเปิดเข้าไปดู พอเปิดอ่านเท่านั้น หน้าของน้องที่ยิ้มอย่างมีเวศนัยก็ลอยเข้ามาสู่ประสาทการรับรู้ของผม… เข้าใจในทันทีว่าส่งมาเพื่ออะไร อดไม่ได้ที่จะต้องหยิบยืมมาแบ่งปันกันก่อน
 
เพราะผู้ชายดีๆก็มีแต่ในนิยาย ผู้หญิงดีๆเลยถูกผู้ชายเลวๆทำร้าย ท้ายสุดคนรับกรรมก็คือผู้ชายดีๆ…

Shopping maKe me feel brand new

 
ใต้ท้องฟ้าครึ้มๆที่แผ่กว้างบริเวณสยามแสควร์ บ่ายแก่ๆแล้ว อากาศไม่ได้ลดความร้อนของอุณหภูมิที่อบอ้าวไปแม้แต่นิดเดียว ผมขับรถตรงเข้าไปสู่ศูนย์กลางนั้นท่ามกลางเพื่อนร่วมชะตากรรมมากมายที่มุ่งหน้าเข้าไปที่จุดนั้นเหมือนกัน สยามแสควร์ อาจจะต่างไปด้วยเหตุผล แต่เราก็ร่วมเส้นทางการจราจรที่แสนหนาแน่น และน่าเบื่อหน่ายไปพร้อมๆกัน…
 
เป้าหมายของผมในวันนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อื่นใด นอกจากไปใช้เงิน (ซึ่งไม่ค่อยจะมี) ให้กระเป๋าบางลงบ้าง ผมอยากได้กระเป๋าสะพายหนังเก๋ๆสักใบ เพื่อเอาไปใช้ในที่ทำงานแห่งใหม่ (จริงๆก็เลือกไว้แล้วล่ะ ที่บ้านมีสีดำ จะเอาสีน้ำตาล…อีกใบ) ผมหาเพื่อนร่วมชะตากรรมไปได้ 1 หน่วยถ้วน จากการบีบบังคับเธอขึ้นรถ แกมบังคับว่า "พี่จะไปชอปปิ้ง ไปเป็นเพื่อนหน่อย" กรรมตกไปสู่รุ่นน้องที่แสนจะน่าสงสารของผม (แต่น่ารักนะๆ)
 
เราฝ่าการเดินทางไปด้วยกันบนถนนที่คราคร่ำด้วยยานพาหนะ …เมื่อเราไปถึงพารากอนบ้านกลางเมืองของผม หลังจากวนหาที่จอด (ที่ใกล้ประตูที่สุด) อยู่นาน ชั่วโมงแรกของการเดินกลับกลายเป็นของเธอไปซะ… ผมได้แต่เดินตามๆต้อยๆ ไม่เป็นไรๆ ผมก็เฝ้านึกหาโอกาสแก้แค้นอยู่ในใจตลอดเวลา "เดี๋ยวก็ถึงคราวกู … 555" ผมนึกในใจ
 
แล้ววันพระก็ไม่ได้มีหนเดียว ตอนที่เธอหันมาบอกว่า "เดี๋ยวพี่กี้เดินได้ตามสบายเลยนะ" หึๆๆ ผมก็เลยลากเธอเดินไปทั่วย่านนั้นเราเริ่มจากการหาเครื่องดื่มเพื่อเตรียมเดินทางไกลที่ Gourmet Market ผมนำเธอเดินผ่านพารากอน ไปสยามเว็นเตอร์ ผ่านดิสคัพเวอร์รี่ เพื่อไปสั่งจองดีวีดีให้ท่านธนวัฒน์เพื่อนสนิทของผม จากนั้นเราก็เคลื่อนพลกลับมาผ่านเส้นทางเก่าที่แน่นไปด้วยเด็กๆ ม.ปลาย กลับมาจนถึงพารากอน สีหน้าเธอเริ่มเหนื่อย จากการซักไซร้ของผมได้ความว่า
 
ท่านผู้มีคุณ : "ก็พี่เดินเร็วไปง่ะ ปกติหนู (ใช้สรรพนามนี้เพื่อปกป้องน้องจากการรบกวนของสื่อมวลชน) เดินกับเพื่อนก็ค่อยๆดูของไปเรื่อยๆ แต่นี่พี่จ้ำเอาๆ "
ผม : "พี่ว่าพี่ไม่ได้เดินเร็วนะ แต่ขาพี่ยาวน่ะ…"
ท่านผู้มีคุณ : *ค้อนไป 3 ขวับ
 
เราพบกับเป้าหมายของผมที่สยามเซ้นเตอร์ DP.com แม่กระเป๋าสะพายหนังสีน้ำตาล หยิบมาดูๆ วนเวียนๆ เราตัดสินใจกันว่า ไปดูที่พารากอนก่อนดีกว่า เผื่อลดเยอะกว่านี้
 
…เป็นไปตามคาด ยามที่เราปฏิเสธของสิ่งหนึ่งเพื่อไปหาของที่คิดว่าน่าจะดีกว่า เรามักจะหาไม่เจอ…
 
แต่เราสองก็ไม่เข็ด จึงตกลงปลงใจเดินทางไปแสวงหาความเสี่ยงต่อที่ Central ชิดลม เพราะชีวิตที่มีความเสี่ยง มันทำให้เลือดลมสูบแรงดี…
 
…เป็นไปตามคาด (อีกครั้ง) ยามที่เราปฏิเสธของสิ่งหนึ่งเพื่อไปหาของที่คิดว่าน่าจะดีกว่า เรามักจะหาไม่เจอ…
 
แต่ก็ไม่แย่จนเกินไป เพราะผมไปสบตาพบกับแจ๊คเกทดำตัวหนึ่งของ LTD ที่เคยทำหายไปแถวๆทองหล่อ (คือ จำไม่ได้จริงๆว่าหายไปตรงไหน ตอนไหน รู้ตัวอีกที ก็คือมันหายไป) พยายามต่อต้านการใช้จ่ายอยู่ในใจ แจ่ผมอ่อนแอเกินไป จึงเผลอไปหยิบมาลองสวมใส่ แล้วก็เลยเถิดไปจนหยิบบัตรเครดิตออกมาสร้างหนี้ หึๆๆ ตอนนี้เสื้อแขวนอยู่บนห้องครับ หึๆๆ หนี้ๆๆ หนี้ๆๆ
 
ด้วยเวลาที่ล่วงเลยเราเดินทางกลับไปพารากอนเพื่อไปสอยเอาเป้าหมายหลัก กระเป๋าสะพาย DP.com ซึ่งผมก็เข้าสู่กระบวนการสร้างหนี้อีกครั้งจนได้ เบ็ดเสร็จวันนี้ ความพอใจในการจับจ่ายทะลุเกณฑ์ไปมากมาย ไม่นับเบี้ยใบ้รายทาง ไอศกรีม ดีวีดี เครื่องดื่ม การจับจ่าย และ สร้างหนี้ มันทำให้เรามีความสุขมากขึ้นจริงๆ
 
ใช้เงิน …มีความสุขจริงๆ
 
ปล.ขอบคุณผู้ร่วมทริปอย่างเป็นทางการ ท่านน้องผู้มีคุณ 🙂
 
 

ผมทำอะไรอยู่

ผมทำอะไรอยู่…
 
นั่นซิ ผมทำอะไรอยู่…
 
ดูไม่ค่อยเป็นตัวเองเลย กับหลายๆเรื่อง ไม่ใช่ว่าไม่มีความสุข
มันก็สุขดีนะ… ได้ทำอย่างที่ใจอยากทำ
 
แต่ทำไม มันเกิดความรู้สึกนี้มาได้นะ เอ๊ะ เราทำอะไรอยู่ เราทำอะไรอยู่
 
เงินมีใช้มั้ย …มี
 
เงินเก็บมีมั้ย …ก็มี
 
เพื่อนล่ะ มีคนให้คำปรึกษามั้ย …เอ ก็มีนะ
 
งานล่ะ ก็มีนี่ ก็มีไรให้ทำไม่ใช่เหรอ …เออ ก็ใช่ๆ
 
แล้วเป็นอะไรไปล่ะนี่ ผมทำอะไรอยู่
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ทำไมต้องไปว้าวุ่นอะไรมากมาย…
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
นั่นซิ….
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เหงาใช่มั้ย….
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
…โดนใจดำล่ะซิ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
…เป็นโสดมันไม่ดีตรงไหน!!!
 

 

เสียงบ่นเล็กๆ ของคนที่พยายามกอบโกยความสุขของความโสด โดยที่ไม่มั่นใจมากนัก ว่าจะใช้โควต้าความโสดให้หมดไปรวดเดียวเลยมั้ย หรือจะเหลือเผื่อๆเก็บไว้ใช้ในอีกสัก 2-3 ปีข้างหน้าบ้าง…

Single

มันมีข้อดีหลายอย่างใช่มั้ย กับการที่เป็น Single…
 
บางครั้งใช่ ผมบอกได้ ผมบอกได้เป็นอย่างดี ไม่ได้โทษใครที่ทิ้งผมไป และก็ไม่ได้จะปิดตัวเองไม่ตามหาใครคนใหม่ อืม… ไม่ใช้คำว่าตามหาดีกว่า เอาเป็นว่า ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองที่จะปล่อยใจไปตามความรู้สึก แน่นอน มันต้องดูเป็นคนที่เห็นแก่ตัว(บ้าง)แน่ๆ กับการที่ไปสร้างความรู้สึกเพื่อปกป้องตัวเองแบบนี้ แต่ลองคิดในแง่ดี ที่ต้องโสดแบบนี้มันก็มีข้อดีเหมือนกัน…
 
…เลิกคิดว่าจะต้องทำอะไรเพื่อใคร ทุกอย่างที่ผมทำ ทำเพื่อตัวผมเอง ผมเคยคิดไปเองว่า การที่เราออกกำลังกายเยอะๆ (อืม บึ้กๆ หุ่นดีๆ) การที่เราเลิกเที่ยวกลางคืน (โดยเด็ดขาด!!!) การที่เราเลิกอัธยาศัยดี การที่เราเลิกใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย เป็นการทำเพื่อเขา (เขา คือ เหล่าแฟนเก่าของผม) พอเลิกกันก็ฟูมฟายว่ากูทำอะไรไปตั้งเยอะ ทำไมต้องเลิกกับกู!!! หลังจากผ่านไป 1 ห้วงใหญ่ สติสตังและจิตวิญญาณแห่งผู้บรรลุแล้ว ก็บังเกิดแก่ผม… ผมไม่ได้ทำอะไรเพื่อใครสักหน่อย ทุกๆอย่างที่ผมทำไปน่ะมันเพื่อตัวเองทั้งนั้น ผมเลิกเที่ยว ผมก็ไม่ต้องไปสูดควันบุหรี่ ผมออกกำลังกายผมก็แข็งแรง ผมไม่น่าหาข้ออ้างไปต่อว่าเขาเลย ผมเอาแต่โทษคนอื่นๆๆๆๆๆ แต่จริงๆแล้วผมก็ทำอะไรๆเพื่อตัวผมเองไม่ใช่หรือ โอเคที่เขาอาจจะพูดว่าทำนั่น ทำนี่ซิ แต่ผมว่าผลที่ได้รับจริงๆ ข้อดีทุกอย่างมันตกอยู่ที่ผม ดังนั้นผมอย่าหาเรื่องไปโทษใครเลย เลิกคิดได้พลัน ว่าจะต้องทำอะไรเพื่อใคร
 
…เอาเวลามารักตัวเองได้เต็มที่ ก็เราไม่มีใครอีกคนมาให้แชร์ความรู้สึกกันแล้วนี่ครับ ก็รักตัวเองแหละ อยู่กับมันมานาน และก็คงต้องอยู่กับมันไปอีกนานๆ ผมเริ่มมาดูแลตัวเอง(ก็ไม่เยอะนะ) ทุกครั้งหลังที่ถูกบอกเลิก เท่าที่จำความได้มันเป็นแบบนี้จริงๆ
 
…ผมมีโอกาสได้กลับไปใจเต้น ตุบๆ ๆๆ ๆๆ ได้อย่างไม่รู้สึกผิด อีกครั้ง ผมว่าไอ้ความรู้สึกตอนเริ่มจีบกันนี่แหละที่ผมแสนจะหลงใหล ไม่ใช่ว่ารักกันแล้วมันความรัก ความหวาน ความตื่นเต้นที่ผมกล่าวถึง มันจะหมดไปนะครับ เพียงแต่ไอ้ความตื่นเต้นแบบอุ่นๆตอนจีบกันนี่ซิ ที่มัน อืม… พูดไม่ถูก เอาเป็นว่าชอบน่ะครับ
 
…โทรหาใครก็ได้ที่อยากโทร โดยที่ไม่รู้สึกผิด (อีกเช่นกัน) แค่อยากโทร ยกหูขึ้นมาตอนไหนก็ได้ โทรหาใครก็ได้ จะรับสายใครก็ได้ ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง เบี่ยงเบนประเด็น ทำเป็นออกไปคุยที่อื่น ทำได้อย่างใจหวัง อันนี้ก็เป็นความสุขแบบหนึ่ง
 
…อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Single พึงได้รับ (ไม่ว่าจะอยาก หรือ ไม่อยากก็ตาม) มันก็จะเป็นไปในแบบที่ผมได้กล่าวๆไป แต่ จำไว้ว่าอย่าให้ไอ้พวกความสุขแบบนี้มันติดตามเราไปนานๆนะครับ มันอาจจะทำให้เราสุขได้จริง แต่มันคงไม่นานหรอกครับ เพียงแต่ว่าวันนี้มีโอกาสทั้งที
 
…ก็ขอใช้ให้มันคุ้มละกัน !!!

โรงพยาบาลแมวเจ็บ

เกี่ยวกับโรงพยาบาล : โรงพยาบาลแมวเจ็บเป็นสถานพยาบาลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลรักษาเหล่าแมวน้อย (ทุกสายพันธุ์) ที่บาดเจ็บ หรือ มีแผลอันโหดร้ายที่ฝังลึก… ในใจ (ตามร่างกายด้วยก็ได้ เผื่อเจ้าของโหด)
 
ว่ากันว่าสัตว์เลี้ยงที่ถูกทำร้ายโดยเจ้าของจนเจ็บปวดหลายๆตัว มักจะเกิดอาการไม่ไว้ใจใครอีก โดยอาการต่อต้านที่ออกมาก็คือ การไม่เปิดใจ การไม่ยอมรับ และ กลัวที่จะปล่อยใจของตัวเองให้รักใครได้อีก ใครจะเข้าไปดูแลรักษาก็จะเงื้อเล็บ กางเขี้ยวตั้งกำแพงป้องกันตัว
 
เวลาเปิดทำการ : ทุกวัน 24 ชั่วโมง ใครจะรู้ว่าแมวจะบาดเจ็บได้ตอนไหน ตอนไหนแมวก็ถูกทิ้งได้ หลังกินข้าวเช้า ตอนนั่งพิมพ์งาน ตอนเรียนหนังสือ แม้กระทั่งตอนผับปิด ดังนั้นโรงพยาบาลนี้เปิด 24/7 (เหมือนร้านสะดวกซื้อ) เพื่อตอบสนองนโยบายการรักษาอย่างทันท่วงที
 
อาการที่รักษา : ถูกทิ้ง ถูกปล่อยปละละเลย เจ้าของมีสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ เจ้าของปันใจให้แมวข้างบ้าน ขาดอาหาร ขาดความอบอุ่น ขาดความรัก ฯลฯ
 
สัตว์ที่รับรักษา : อ่ะ แน่นอน แมวและสปีชีย์ใกล้เคียงแมวเท่านั้น (เสือดำจ่าฝูง เตรียมปลดประจำการ เสือดาวหัวหน้ากองล่า ซี10 ฯลฯ) ไม่รักษาสปีชีย์อื่นเลย ชะนี แรด กระซู่ กูปรี หมาจิ้งจอกอะไรอย่างนี้ไปให้พ้น
 
ค่ารักษา : ไม่เป็นไร หมอใจดี แค่หาย หมอก็ดีใจแล้ว แต่หายแล้วอย่าลืมหมอนะ
 
ที่ตั้ง : ตอนเจ็บแล้วก็มาโพสข้อความทิ้งไว้ หมอจะติดต่อแจ้งพิกัด โรงพยาบาลนี้มันเหมือนคลีนิคเถื่อนน่ะ หมอย้ายไปเรื่อย…
 

 

Guest Book

 
สวัสดีครับ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกๆคน บ้านหลังนี้เปิดทำการให้เข้ามาเยี่ยมชม และทำความรู้จักกับทุกๆคนมาได้ปีกว่าแล้วครับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านไม่เคยทำเลย ก็นี่แหละครับ …Guest Book จะเรียกว่าเชยก็ได้นะครับ ช่วงที่เขาฮิตๆทำกันผมก็มัวแต่ไปอัพเรื่องอะไรก็ไม่รู้ พอไม่มีคนทำกันก็ดันมาเห่อสวนกระแสทำกัน ก็ขำๆละกันครับ
 
สำหรับบ้านหลังนี้ หลายคนที่เข้ามาติดตาม (ในหลายๆยุค บ้างก็ล้มหายตายจาก บ้างก็ได้พบเจอตัวจริงจนเป็นเพื่อนสนิทสนมกัน) คงจะได้รู้จักผมกันเป็นอย่างดีแล้วนะครับ สิ่งที่ผมเขียน สิ่งที่ผมแสดงออกมา มันคือส่วนหนึ่งของตัวผมจริงๆครับ แน่นอนมันไม่ใช่ทุกด้าน แต่มันก็เป็นตัวตนที่แท้จริงด้านหนึ่งของผม…
 
ผมรักที่จะเขียน อย่างที่ผมเขียน รักที่จะแสดงออกอย่างที่ผมเป็น ดังนั้นขอรับแต่คำชมนะครับ ถ้าไม่ชมก็คอมเมนท์ไว้เฉยๆก็ได้ 🙂 (เอาแค่หน้ายิ้มแบบนี้ก็ได้ครับ ผมจะถือว่าไม่ได้อ่าน) แต่อย่าด่าเลยครับ ด่ากัน ว่ากัน ผมรับไม่ได้ (ขี้ใจน้อยมากๆ T_T) ผมเป็นของผมแบบนี้
 
กี้… คนที่จะสุขสุดๆอย่างออกนอกหน้า จนน่าหมั่นไส้
กี้… คนที่จะเหงาสุดๆ อย่างน่ารำคาญ
กี้… คนที่ยอมรับอย่างไม่อิดออด ว่ากูเศร้า
กี้… คนที่พร่ำเพ้อ อะไรๆ ที่หลายๆคนว่าเพ้อเจ้อ (แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ที่ว่าผมมา มันไม่สะทกสะท้านหน้า (ด้านๆ) ของผมหรอก 555)
กี้… ไม่เคยอยากทำร้าย หรือเอาชนะใครในงานที่เขียน รักทุกๆคนครับ รักกันเถอะๆ
 
ผมขอเป็น เพื่อนกี้ พี่กี้ น้องกี้ ของทุกๆคนนะครับ ขอฝากตัวอย่างเป็นทางการ (ครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้…) ไว้ ณ ที่นี้นะครับ
 
ลงนามการเข้าเยี่ยมชมได้เลยนะครับ หรือจะทิ้งเมล์ เบอร์มือถือ ที่อยู่ เงิน ฯลฯ ได้ตามสะดวกเลยนะครับ 🙂
 
พระเจ้าอวยพรทุกๆท่านครับ
 
 

Alumni

 
Alumni Rhythm & BOYd
 
22.07 น.
 
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของผม ที่ได้เล่นกีต้าร์ไปพร้อมกับดู Live Concert ที่แสนจะกระแทกใจ Concert ของศิลปินที่เป็นไอคอนแห่งความรักของผม เพลงทุกเพลงที่พี่บอยแต่งออกมา ผมเรียกว่า กระแทก ทุกๆครั้งที่ฟัง ไม่ว่าจะสุขจนกระแทก จะเศร้าจนกระแทก จะแอบรัก จะแอบหลง แอบคิดถึง ฯลฯ
 
My Romance Iconic!!!
 
22.10

ผมมาไม่ทันช่วงชั่วโมงแรกของ Concert นี้ ศิลปินที่เห็นผ่านๆไป ก็มีพวก แกงค์บีไฟว์ บอย พีซเมคเกอร์ พี่โอ๋ และก็นักร้องใหม่ๆ 11 คนของ Love is… แต่ว่าผมก็ยังไม่อาจละสายตาจากหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็กนี้ได้อยู่ดี
 
ไม่นาน…
 
พี่ปั่น… อีกหนึ่งตัวแทนความรักของผม ออกมาขับร้องเพลง เพลงที่ผมเคยมอบให้คนคนหนึ่งที่จากไปแล้ว… เพราะว่าใจของเธอ (เคย) คือ บ้านของฉัน… มันเหงา เศร้า อบอุ่น ช่วงปีที่ได้ฟังเพลงนี้ของผม มันเต็มไปด้วยหลายหลากอารมณ์ ปีที่เหงา บ้านหลังนั้นมันก็เป็นสีเทา ปีที่อบอุ่น บ้านก็ทาสีครีมตามอารมณ์อบอุ่นๆแบบนั้น ตอนนี้ผมกำลังดูแลบ้านนี้อยู่ เพื่อรอใครสักคนที่เขาจะเดินหลงทางผ่านมา…

 
22.14
จึงได้แต่คอยวันเวลา… และก็นับทุกนาที อยากให้คืนนี้มาถึงไวๆ เฝ้ารออดทน แต่ก็ทนไม่ไหว …เที่ยงคืน!!!
 
ก็จะฝันถึงเธอในยามเช้า
 
22.44
ลมหายใจ รักคุณเข้าแล้ว เจ้าหญิง เพลงแรกๆที่ผมได้รู้จัก เพลงแรกๆที่ผมได้หยิบมาฝึกกีต้าร์
 
เธอคือลมหายใจ เธอคือทุกอย่าง จะรักเธอไม่มีวันจาง ไปจากใจ ก็เพราะเธอคือ… ลม หาย ใจ ผมไม่เคยอายเลยที่จะรักใครสักคน และบอกให้คนทั้งโลกว่าเธอคนนั้นเป็นความสำคัญขนาดไหนในชีวิตของผม และผมก็ไม่เคยอายเลยที่จะยอมรับความเสียใจ เมื่อลมหายใจของผมหมดไป…
 
ผมรู้แต่ว่าพระเจ้าเป็นลมหายใจของผม และพระองค์มีแผนการณ์ต่อๆไปสำหรับก้าวเดินของผมแน่ๆ…
 
รักคุณเข้าแล้ว บนรถทัวร์ทัศนะศึกษาไปชลบุรีของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ตอนผมอยู่ ม.2 นั่นคือครั้งแรกที่เรารู้จักกัน รักคุณเข้าแล้ว…
 
เจ้าหญิง แล้วเธอก็เข้ามา เปลี่ยนหัวใจ ที่เคยอ่อนล้า ให้มีหวัง
…ขอให้ค่ำคืนนี้มีแต่เรา อยู่เคียงใต้แสงดาว และมีความรักให้กันและกัน
…ให้เธอเป็นดังเจ้าหญิงในใจฉัน… เธอคนเดียวเท่านั้น …ผมรอใครคนนั้นอยู่
 
ไม่ต้องเป็นนางฟ้า เพราะว่านางฟ้าอาจจะไม่มีจริง
ผมขอแค่เจ้าหญิงเพราะอย่างน้อยอาจมีสักวันที่เธอปรายตามองลงมา…
 
…คอนเสริต์ยังไม่จบ ไม่ไหวแล้ว พี่บอยมาประกาศปิดคอนเสิร์ต คนเงียบกันทั้งสนาม…
 
ภาพตัดเข้าหลังเวที
Gimmic รักๆ ทำบุญโดยการโหวต ส่ง sms ทำบุญคนละ 11 บาท
พิมพ์
50 สำหรับพี่ปุ๊
60 สำหรับอาต้อย
70 สำหรับป้ากมลา
 
23.13
คนที่เหงาคนหนึ่ง นั้นรอใครที่จะเข้าใจ เพลงนี้ผมร้องตอนนั้น ตอนที่เพลงมันออกมา ผมจำได้ว่า น้ำตาไหลตอนที่ได้ยินครั้งแรก เพราะตอนนั้นผมเสียช่วงเวลา 1 ใน 5 ของชีวิตไป อย่างไม่มีวันกลับมา เราเปลี่ยนความรักของชาย หญิง มาเป็นความไม่รู้จัก และเปลี่ยนมันจนกลายเป็นความเกลียด เราทั้งคู่ทำร้ายตัวของเราเอง ถึงแม้จะคนละวิธี แต่เราก็ได้ผลลัพธ์เดียวกันทั้งคู่ คือความโดดเดี่ยว และความเจ็บ…
 
สำหรับตอนนี้ ผมก็รอคนๆนั้นอยู่นะ …คนๆนั้นมีจริง
 
23.20
ส่งต่อความรัก กับเสียงทรงพลังของครูเพลงท่านหนึ่ง ผมไม่รู้จักแก แต่รู้ว่าแกทำให้ผมฟังเพลงนี้แล้วเพราะจับใจ ผมเคยไม่ชอบเพลงนี้ แต่วันนี้ความรู้สึกนั้นมันเปลี่ยนไป มากๆ ผมอยากจะมีความรักมากมายที่จะส่งต่อให้ทุกๆคนได้จริงๆ ความรักที่ไม่มีข้อแม้ใดๆ…
 
23.27
แล้วฤดูกาล ก็มีความแตกต่าง ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกรา กับเพลงๆนี้ เพลงประเพณีสำหรับ Concert ของพี่บอย เพลงที่ให้กำลังใจ เพลงลาเวที ที่ทำให้ผมมองท้องฟ้า แล้วยิ้มได้ทุกครั้ง ไม่มีใครที่ฝนตกใส่ทั้งชีวิต และไม่มีฝนบ้าง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแสงแดดสว่างแค่ไหน…
 
…ภาพความประทับใจต่างๆมันยังไหลเวียนอยู่ในสมองของผม
เสียงเพลงที่คุ้นเคยก็ยังดังกึกก้องอยู่ แม้เวทีจะดับไฟลงไปแล้ว
…มันคงเป็นความรักที่ส่งทอดต่อมากระมัง ที่ทำให้ผมยังรู้สึกแบบนี้
 
…Alumni Rhythm & BOYd…