Archive for January, 2006

ฉาบฉวย

Advertisements

เพื่อนคืนวันสุข

คุยกันก่อนอ่าน เรื่องที่เขียนนั้นกลั่นกรองมาจากเรื่องราวของคนหลายๆคน มาขมวดปมผสมๆให้มีตัวตนจริงจังนะครับ…

 

และที่สำคัญ …ที่เขียนนี่คือเรื่องที่มาจากความรักเพื่อนทั้งนั้น อย่าแปรความรักของผมให้ติดลบด้วยความไม่เข้าใจนะครับ 🙂

 

 
ถึง เหล่าเพื่อนๆคืนวันศุกร์ของผม
 
ด้วยความที่มีคำถามหนึ่งที่ผมได้ยินมาจากน้องสาวคนใหม่ที่ได้รู้จักในค่ำคืนวันศุกร์ หรือจะเรียกว่าเช้าของวันเสาร์ดี… ไม่เป็นไร …แต่ผมขอนิยามคืนวันศุกร์ของผมละกัน ว่ามันคือคืนวันสุข ไม่ต้องยึดมาตรฐานกรีนิชอย่างชาญฉลาดมากำหนดว่ามันเป็น ดึกดื่นค่ำคืน หรือเช้ารุ่ง ของวันไหน
 
ที่โต๊ะอาหารร้านโจ๊ก ตอนย่ำรุ่ง เธอที่พึ่งรู้จักพวกเรา แต่ก็คุยเข้ากันได้ดี ถามขึ้นมาลอยๆ ไม่รู้ว่าด้วยความอยากรู้จริงๆหรือถามด้วยฤทธิ์ของสาร C2H5OH ที่เรากระหน่ำมันเข้าไปทำลายร่างกายอย่างไม่ห่วงกระเป๋าสตางค์
 
…พวกพี่รู้จักกันได้ยังไงคะ เธอถามขึ้น
 
ผมกับเพื่อนคนหนึ่งตอบขึ้นมาเกือบจะพร้อมๆกัน
 
"เรื่องมันยาว" เราหัวเราะแทบจะพร้อมกัน แต่ถ้าสรุปกันก็คือ เรารู้จักกัน เพราะเรามีเพื่อนคนเดียวกันน่ะ แล้วตอนนี้เขาก็หลบออกจากประเทศไทยไปตามหาความฝันบางอย่างของเขา (เรื่องนี้ต้องมีโอกาสได้เล่าถึงแน่ๆในโอกาสต่อไป…)
 
ในกลุ่มของเราเป็นกลุ่มที่มีองค์ประกอบแปลกๆ มีเทพอยู่หลายองค์ มีเสืออยู่หลายตัว มีแมวปนๆอยู่ด้วย มีสมภาร มีโจร และ ที่สำคัญเราก็มีแต่พวกที่เรียกได้ว่า ขี้เหงา เสพย์ติดความเหงากันแทนข้าวแทนปลา
 
ผมขอเล่าเรื่องของพวกเรากันหน่อย เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องจริงนะครับ แต่ดีกรีความแรงอาจลดไปตามแสงไฟ เพราะผมเขียนเรื่องนี้อยู่ตอนกลางวัน …ที่สำคัญเพื่อนๆผมที่แอบซุ่มอยู่ตามหลืบในบ้านหลังนี้ อย่าออกมาเปิดเผยตัวยอมรับนะครับ ว่านี่เรื่องกู มึงเอาเรื่องกูมาเขียนทำไม ผมจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องคุณคนเดียวหรอกครับ เพราะเรื่องที่เขียนเนี่ย พวกราก็ผลัดกันทำอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เพียงแต่ใครจะทำมาก ทำน้อยก็เท่านั้นเอง…
 
เพื่อนคนแรก เป็นคนที่พวกเราเป็นห่วงมากๆ ที่เป็นห่วงก็เพราะมึงเป็นเพื่อนพวกกูนะ เพราะเขา เป็นคนที่แสวงหารักแท้ ตามผับตามบาร์… พูดอย่างนี้อาการเป็นห่วงก็จี๊ดขึ้นมาจุกอยู่ตรงลิ้นปี่ผมอีกแล้ว…
ไม่รู้ซิ รักแท้ตามผับตามบาร์มันก็อาจจะมีนะ แต่เอาแค่ตอนกลางวัน รักแท้ยังหาอยากเลย… ยิ่งมึงอยากแสดงความเก๋าเกมส์ไปหารักแท้ตอนกลางคืน กูว่ามันก็ยิ่งพาลหายากเข้าไปใหญ่นะ…
เพื่อนผมคนนี้หมดเวลาเกือบปีแล้ว เกือบปีที่เอากึ่งหนึ่งของชีวิตไปทิ้งไว้ในผับ เมากลับมาบ้านอยู่ทุกเช้า นอกจากความแกร่งกล้าในเชิงร่ำสุราจะเพิ่มขึ้นแล้ว ผมว่ามันไม่ได้มีอะไรดีขึ้นไปได้เลย พาลจะไปตัดทอนโควต้าของเวลากลางวันที่จะทำให้มันได้ไปเจอคนดีๆอีกด้วย… เฮ้อ กูเอาใจช่วยนะ กูน่ะเป็นห่วงมึง กูพูดได้เลย ถึงแม้กูน่ะ อาจจะไม่ได้ต่างไปจากมึงเท่าไรเลยก็ตาม
 
เพื่อนคนที่สอง เป็นคนที่ทำให้ผมรู้จักคำว่า ศรัทธา และกึ่งๆของคำว่างมงาย ตอนแรกผมฟังงมงายแล้วได้อารมณ์ระดับหนึ่ง แต่พอรู้จักความศรัทธาในรักของเขา เล่นเอาผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กไปเลย ผมฟังงมงายอีกครั้งหลังจากนั้น ผมลุ่มลึกกับมันมากกว่า …ครั้งแรกๆที่เราเริ่มรู้จักกัน ผมได้ยินว่า
…มึงรู้มั้ยจะ 8 ปีแล้วนะ ที่กูรอเขา
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมยังคงได้ยินประโยคเดิมๆ
…มึงรู้มั้ยจะ 10 ปีแล้วนะ ที่กูรอเขา
มันยังเป็นชายที่บูชารัก มาก มากกว่าที่ผมเป็นนัก ผมแอบอวยพรมันในใจขอให้มันมีไม่เกินปีที่ 12 ผมอยากให้มันได้เจอคนดีๆ คืนหนึ่งมันหันมามองกับผมด้วยอารามสติไม่ครบครันเท่าใด
เออ… พวกมึงน่ะ มันเป็นเสือ กูน่ะเป็นแค่แมว เพราะอะไรรู้มั้ย ผมไม่รู้ ไม่มีไอเดียเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ ผมก็ถามมันว่าทำไม มันตอบว่า เสือกับแมวน่ะ มันคล้ายๆกัน เพียงแต่แมวน่ะ มันไม่เหี้ยม …เท่านั้นเอง
 
เพื่อนคนสุดท้ายที่จะเอามาเล่าในวันนี้ เป็นคนที่แลดูดีในสายตาของคนอื่นๆมากๆ ดูรักแฟน เทอดทูนแฟนมากๆ แต่เวลาความมืดเข้าปกคลุมทีไร อารมณ์เปลี่ยวและความเหงาที่มันเก็บกักเอาไว้ก็เล็ดลอดออกมาทุกที จริงๆแล้วมันไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่มันได้รับสักเท่าไร เพราะมันเข้าใจตัวเองว่า มันหยุดทุกอย่างได้เพื่อคนที่มันรัก แต่มันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงลดสิ่งที่เขาทำกับมันลงทุกวันๆ อาจจะมีคนมากมายพูดกันว่า ผู้ชายจะเริ่มรักที่ร้อย ผู้หญิงเริ่มรักที่ศูนย์ แล้วพอเวลาผ่านไป ผู้ชายจะรักลดเป็นศูนย์ ผู้หญิงจะเพิ่มรักเป็นร้อย มันเป็นคนหักล้างทฤษฎีนี้ เพราะมันรักเท่าร้อยตลอด แล้วมันก็ถูกใส่เครื่องหมายติดลบให้กับความรักของมัน …โลกนี้งงยิ่งนัก (โอกาสต่อไปจะมาพูดคุยกันเรื่องทฤษฎีนี้นะครับ)
 
…เรื่องวันนี้คงจบลงแค่นี้ในตอนนี้ดีกว่า
 
เพื่อนๆวันสุขของผม จำไม่ได้ว่าเราเจอกันได้อย่างไร ผมรู้ตัวอีกทีก็รู้แต่ว่ามีคุณอยู่ด้วยข้างๆผมในคืนวันสุข…
 
รักเสมอ
เพื่อนพวกมึง
 
ปล.กูพึ่งรู้ว่าโจ๊กร้านนั้นอร่อยว่ะ หรือมันอร่อยเพราะเรากินฟรีวะ
 
 
 

หนึ่งในล้าน

สไนเปอร์    ( หนึ่งในล้าน ) 
 
Intro ——-

             Ab                           Fm                          Db       Cm                  Bbm           Eb
อาจเหมือน  ว่าฉันเป็นคนเข้มแข็ง   และไม่แสดงให้ใคร  ได้รู้ความจริง  ว่าข้างใน  เป็นอย่างไร 

          Fm               Cm               Db                      Eb   
แต่รู้ไหม   มันเหน็บหนาว  มันปวดร้าวเพียงใด  ใครจะรู้

      Ab                                Fm                                      Db/Cm                   Bbm        Eb
*  ไม่รู้จะทนได้นานเท่าไร   อ้างว้างเดียวดายมานานนับปี  ต้องทนเหงา  อยู่อย่างนี้  อีกนานสักเท่าไร

       Ab                           Fm                                     Db      Cm          
โลกนี้มีคนตั้งกี่ล้านคน  แต่ฉันคือคนที่ต้องเหงาใจ  หนึ่งในล้านมีบ้างไหม

      Bbm        Eb         (Ab/Eb)(Fm/EbDb/Eb)
แค่เพียงใครสักคนที่มาเข้าใจ

        Ab                         Fm                          Db           Cm                  Bbm         Db
หนึ่งคน  ไม่ขอมากไปใช่ไหม  บอกฟ้าข้ามไปหาเธอ   ว่าฉันรออยู่   อยากพบเจอ   เธออยู่ไหน

       Fm                Cm             Db                        Eb
ก็วันนี้     มันเหน็บหนาว  มันปวดร้าวเพียงใด  ใครจะรู้

(ซ้ำ * )

Intro Db/Cm/Bbm/Eb (2 times)

 
( ซ้ำ * )

        Bbm    Eb              Ab
หนึ่งคนที่ฉันรอ  มีจริงใช่ไหม…

 

……………………………………………………………………………………………………………………

เมื่อคืนนั่งแกะเพลงนี้ แล้วก็ฟังซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายชั่วโมง

 

ยิ่งฟังยิ่งว่างเปล่า ไม่รู้ว่าการฟังเพลงนี้มันจะไปทำให้โพรงตรงหัวใจกร่อนลึกลงไปอีก

 

แต่ไม่เป็นไร เพราะยังไงก็ตาม ผมก็ยังเชื่อว่า คนคนนั้นที่ผมรอ มีจริง เขาอาจจะเป็นคนที่อยู่ตรงนี้ก็ได้…

 

วันนี้น้องชายผมกลับมาถึงเมืองไทยแล้ว เมื่อกี้เราไปนั่งทานอะไรมาด้วยกัน แล้วก็พูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆ ในช่วงที่เราไม่ได้พบเจอกัน เวลาไม่นานสำหรับบางคน แต่เราลงความเห็นกันว่า 6 เดือน มันนานแสนนานสำหรับคนที่รัก และ รอ ใครสักคน

 

น้องชายผมผ่านอะไรดีๆ และไม่ดี มาเยอะ หลายเรื่อง บางเรื่องผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย บางเรื่องผมไม่ได้อยู่…

 

แต่ทุกครั้งที่ผมมองกลับไปที่เขา หลังจากเขาได้เจอ คนคนนั้น ของเขา ผมปลาบปลื้ม ในรักแบบนั้น…

 

น้องชายผมเดินทางไปแคนาดาเมื่อเดือน สิงหาคม ปีที่แล้ว คืนก่อนเดินทาง เขาโทรมาหาผม เล่าให้ผมฟัง …ว่าเขาร้องไห้

 

ผมพึ่งเห็นน้องชายผมร้องไห้ ร้องไห้เพราะไม่อยากไป แคนาดา ที่ซึ่งอาจจะเป็นอนาคตของเขา…

 

ผมเข้าใจเขาดี แต่ไม่สามารถพูดอะไรได้ ผมรู้ว่าการต้องจากคนที่รักไปนั้นเป็นยังไง…

 

เขาร้องไห้ เพราะไม่อยากไปจาก คนคนนั้น ผมปลอบเขาด้วยคำพูดที่แสนธรรมดาในวันนั้น

 

มันก็แค่แปปเดียว แค่ 6 เดือนไม่ใช่เหรอ

 

เขาไม่ตอบ แต่ผมรู้ว่า เขาไม่ได้เห็นด้วยสักเท่าไรหรอก …เพราะลึกๆในใจ ผมก็ไม่ได้เห็นด้วยกับคำพูดของตัวผมเอง

 

มันก็แค่แปปเดียว แค่ 6 เดือนไม่ใช่เหรอ

 

ไม่นานมานี้ ผมได้ฟังประโยคนี้ ซึ่งทำให้น้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน ผมพึ่งรู้ว่า ตัวผมเองทนไม่ได้กับคำๆนี้ แล้วผมเองก็ไม่มีสิทธิที่จะไปห้าม หรือ ขวางอนาคตของใคร ขัดขวางกับสิ่งที่เขารอมาทั้งชีวิต…

 

บางทีมันอาจเป็นเหตุผลเดียวกันกับเขาก็ได้ ผมไม่อาจละทิ้งสิ่งที่ผมรอมาทั้งชีวิตเหมือนกัน

เพียงแต่สิ่งที่ผมรอมาทั้งชีวิตก็คือเขา ส่วนสิ่งที่เขารอทั้งชีวิตก็คือ 6 เดือนนั้น…

 

ผมคงเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง ที่ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป จะห้ามเขาไม่ให้ไป ก็ทำไม่ได้ แต่จะทนอยู่อย่างไรในเวลานั้น…

 

มันก็แค่แปปเดียว แค่ 6 เดือนไม่ใช่เหรอ

 

ผมปลาบปลื้มสิ่งหนึ่งที่ คนคนนั้น ของน้องชายผมทำ คนคนนั้นของน้องชายผมเป็นคนสวย เป็นนางแบบ เป็นนางเอกมิวสิควีดีโอ เป็นทุกๆอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะเป็นได้ ทั้งรูปฐานะ และ ทรัพยฐานะ…

 

เธอคนนั้น เลือกน้องชายผม และแสดงออกมาอย่างนั้นจริงๆ ตลอดเวลาตั้งแต่เดือน สิงหาคม ที่น้องชายผมเดินทางไปอยู่แคนาดา…

 

วันละ 4 ครั้ง คือสิ่งที่ทั้งคู่โทรหากันข้ามประเทศ โดยไม่ได้อิดออดว่าจะเป็นการสิ้นเปลืองหรืออย่างใด ผมปลาบปลื้มที่วันทุกวันทั้งสองคิดถึงกันได้ขนาดนั้น

 

ทั้งสองคนต่างมีภาระ หน้าที่ เธอ ต้องเรียนหนังสือ น้องชายผมต้องเข้ากะในฐานะวิศวกรขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งทำงานทีละเป็นวัน…

 

ทั้งสองคนให้เวลาพิสูจน์กันโดยระยะทางไม่อาจจะขวางกั้นใดๆได้ เวลาที่ไม่ตรงกันไม่ได้ทำให้ทั้งสองลืมที่จะโทรพูดคุยกัน ก่อนน้องชายผมนอนน้องชายผมโทรไป พอตื่นน้องชายผมก็โทรหา พอเธอจะนอนเธอก็โทรหาน้องชายผม และตอนเธอตื่นเธอก็โทรหาน้องชายผมเช่นกัน…

 

ผมไม่รู้ ว่าทั้งคู่จะรักกันนานแค่ไหน ผมรู้แต่ว่าที่ทั้งงคู้ได้รักกันไปแล้ว มันทำให้ผมอบอุ่นหัวใจทุกทีที่นึกถึงเรื่องของทั้งสอง

 

พี่อวยพรให้โชคดีนะ รักกันนานๆ อย่าให้ความเป็นตัวเองมาทำลายความรักของทั้งสองคนนะ

อย่าให้คำว่า ฉัน หรือ เธอ มาทำลายคำว่า เรา

 

สำหรับตัวผมเองนั้น

 

มันก็แค่แปปเดียว แค่ 6 เดือนไม่ใช่เหรอ

 

ผมจะเชื่อแบบนั้น

 

สำหรับตัวผมเองนั้น

 

…หนึ่งคนไม่ขอมากไปใช่ไหม 

บอกฟ้าข้ามไปหาเธอ   ว่าฉันรออยู่  

อยากพบเจอ เธออยู่ไหน

ก็วันนี้ มันเหน็บหนาว  มันปวดร้าวเพียงใด  ใครจะรู้

หนึ่งคนที่ฉันรอ  มีจริงใช่ไหม…

 

กูว่ากูก็หน้าตาดี(ระดับนึง)นะ

ในค่ำคืน หลังงานฟุตบอลประเพณีจบลงด้วยผลแข่งขันที่แสนประทับใจ 2-0 ขอพูดหน่อยนะ 2-0 2-0 2-0
ผม โบ้ท(นามสมมุติ) และ ทศ(นามสมมุติ) 1 เด็ก จุฬา 2 เด็กธรรมศาสตร์ ก็ตัดสินใจเดินทางจากพารากอนไปลิเบอร์ตี้บ้านแห่งที่ 2 ของพวกเรา เพื่อไปร่วมพบปะสังสรรค์พูดคุยกับเพื่อนๆท่านอื่นตามประสา
 
ระหว่างเดินบนรถ taxi หัวข้อสนทนาหัวข้อหนึ่งก็ปรากฏขึ้นแก่พวกเรานั่นก็คือ
 

 
ผม : เฮ้ย ทศ(นามสมมุติ) มึงมี HI5 เปล่าวะ (ผมกับทศ(นามสมมุติ)พึ่งรู้จักกัน แต่เราเป็นชนเผ่าเดียวกัน เราสัมผัสกันได้ เลยเหมือนรู้จักกันมานาน)
 
ทศ(นามสมมุติ) : มีๆมึง เด๋วมึงแอดผ่านไอ้โบ้ทไปละกัน กูใช้ชื่อว่า อาจหาญ… (เซ็นเซอร์)
 
ผม : เออๆ ได้ๆ พูดถึง พวกมึงเคยสังเกตุเปล่าวะว่า HI5 เนี่ย แม่งหญิงเพียบ แล้วคนเล่นที่เป็นผู้ชายเนี่ย (ยกเว้นพวกเรานะ) แม่งหน้าหม้อกันสุดๆ มึงดูอย่างกู เพื่อน 360 กว่าคน มีคน view กูแค่ 500 คน แต่ดูของน้อง…ดิ มีเพื่อนแค่ 100 นิด แต่คน view เหยียบ 1000
 

 
โบ้ท(นามสมมุติ) : กี้มึงก็ต้องเข้าใจนะ มึงดูรูปหญิงที่เอามาขึ้นแต่ละคนดิ เหี้ย หน้าตาระดับโลกทั้งนั้น แล้วหน้าตาอย่างพวกเราเนี่ย ใครเขาจะเข้ามาดู
 
ผม : เออจริง เออจริง เฮ้ย แต่กูก็ว่าพวกเราหน้าตาดีในระดับนึงนะ
 
ทศ(นามสมมุติ) : ก็จริงอยู่ แต่มึงต้องเข้าใจนะ คนเล่นเนี่ยกูว่าร้อยละเก้าสิบ มันเป็นชายว่ะ ที่สำคัญในเก้าสิบเปอร์เซนต์ของเก้าสิบเปอร์เซ็นต์นั้น แม่งหม้อแตกด้วย
 
ผม โบ้ท(นามสมมุติ) : เออ จริง
 
โบ้ท(นามสมมุติ) : ว่าไป กูเคยสังเกตุนะมึง หญิงที่เอารูปมาลงใน HI5 เนี่ย รูปแม่งหลอกลวงว่ะ แม่งสวยเกินจริง เกือบทุกคน
 
ผม : เออ agree เพื่อนกูนะมึง หน้าตาก็ธรรมดาๆ แต่รูปในนั้นแม่ง กูเห็นยังหลงเลย พอกูไปถามมัน มันก็บอกว่า คนเราต้องสร้างโอกาส 555
 

 
ทศ(นามสมมุติ) โบ้ท(นามสมมุติ) : เห็นด้วยๆ
 
ผม : จะว่าไปนะ รุ่นพี่กูคนนึง แม่งเพื่อนเป็นพัน ผู้หญิงปาเข้าไป 900 กว่าคน กูก็โทรไปแซวแกใช่ม่ะ แกก็บอกว่า อ้อ บางทีเขาก็ขอแอดแกมาเอง แล้วจริงๆแกก็ไม่ได้อยากไปแอดใครนะ แต่ที่แอดก็คนรู้จักทั้งนั้น กูก็แอบๆขำๆ เพราะที่กูโทรไปแซวเนี่ย เรื่องมันมีอยู่ว่า น้องที่กูรู้จักคนนึง เขาถามกูว่าพี่คนนี้คือใคร เพราะเขาไม่รู้จัก แต่พี่คนนี้เล่นแอดเด็กผู้หญิงคนนู้นคนนี้ไปทั่ว มั่วไปหมด พอกูฟังพี่แกแก้ตัวกูก็เลยขำซะ 555
 
แล้วรถก็มาจอดที่ลิเบอร์ตี้ การสนทนาของเราเลยจบลง…
 
ว่าแต่ เพื่อนๆมี HI5 กันมั้ยครับ

ขอแค่ 1 นาที

 
ชายหนุ่มไฟแรง .. มุมานะทำงาน..อย่างมุ่งมั่น

เขามีความฝัน..จะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์..กับแฟนสาว

เธอจะมารอ..หลังจากที่เขาเลิกงาน ..ที่หน้าประตูบ้าน..ของเขา

เขาพบเธอ..ก็ยิ้มแย้ม ..ยินดีต้อนรับ.. สนทนากัน

แล้วเธอ..ก็กลับไป

วันนี้..เขากลับถึงบ้าน ..ช้ากว่าปกติมาก

แต่แปลก..ที่ยังเห็นเธอ..ยืนรอที่หน้าบ้านเขา..เช่นทุกวัน

โทษทีนะที่รัก ..วันนี้มีงานด่วน ..เลยกลับมาช้าไปหน่อย

เธอยังยิ้มให้เขา

คุณทำงาน..จนมีรถ..มีบ้าน..อย่างที่ตั้งใจแล้ว ทำไม..ยังทำงานหนักอีกล่ะ?”

ผมอยากมีบ้าน..ที่มีบริเวณมากกว่านี้ มีรถที่ดูโอ่อ่ามากกว่านี้ ..เพื่อคุณนะจ๊ะ

เวลาผ่านไป 1 ปี ..

หญิงสาว..มาหาเขาบ้าง
..ไม่มาบ้าง

แต่..เขาไม่มีเวลามาใส่ใจ..กับเรื่องอย่างนี้

วันหนึ่ง..เธอเอ่ยถามเขา

คุณมีเงินมากพอ..จะซื้อบ้านหลังใหญ่รึยัง?”

ขอเวลาอีกสักหน่อย ..ผมอยากซื้อแหวนวงใหม่ ..มาเปลี่ยนให้คุณด้วย

เขาจุมพิต..มือที่สวมแหวนทองวงเล็ก..เบาๆ

ฉันบอกหรือว่า ..ฉันอยากได้วงใหม่?”

ผมอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ…ที่รัก

3 เดือนแล้ว..ที่เขาไม่เห็นเธอ..ที่หน้าประตูบ้าน

วันนี้ ..เขามีบ้านหลังใหญ่ เขาจึงตัดสินใจลางาน 1 วัน ..เพื่อไปหาเธอ

เขาขับรถคันหรู .. ผ่านเส้นทางที่ขรุขระ..อย่างยากลำบาก

เธอต้องใช้ทางเส้นนี้..มาหาเราทุกวันเหรอเนี่ย…เขารำพึง

เมื่อมาถึง ..

 
แม่ของเธอ..ออกมาต้อนรับ

และมอบกล่องไม้ใบหนึ่ง..ให้เขา

และบอกเส้นทาง..ที่เป็นสถานที่..ที่เธออยู่

ที่ซึ่ง..เขาจะพบเธอได้

เนินเขาเล็ก ๆ ..รายล้อมไปด้วยดอกไม้

มีแท่นหิน..สลักชื่อหญิงสาว..ตั้งอยู่กลางเนิน

น้ำตา..ของลูกผู้ชาย .. ไหลริน..ออกมาเป็นทาง

มือสั่นเทาของเขา ..เปิดกล่องไม้อย่างช้า ๆ

ข้างในกล่อง..อัดแน่นไปด้วย..กระดาษแผ่นเล็ก ๆ

เขาเริ่มอ่านข้อความ..ทีละใบ

 
วันนี้ ..คุณกลับมาช้า..ฉันรอ 2 ชั่วโมง .. ไม่เป็นไร ..ฉันรักคุณ

วันนี้ฝนตก ..ฉันยังรอ ..แต่ไม่เจอคุณ.. ไม่เป็นไร..แต่ฉันยังรักคุณ

วันนี้ ..คุณบอกจะเปลี่ยนแหวนวงใหม่ ..คุณคงลืมว่า..ฉันตอบตกลง..จะแต่งงานกับคุณ..เพราะแหวนวงนี้ ..ไม่เป็นไร..แต่ฉันยังรักคุณ

ฉันเริ่มป่วย.. จนไปหาคุณไม่ได้..คุณคงไม่ทันได้สังเกต..ไม่เป็นไร..แต่ฉันยังรักคุณ

ชายหนุ่ม..เรียนรู้แล้วว่า บางที..สิ่งที่เขาไขว่คว้า..มาตลอดชีวิต

อาจเทียบไม่ได้..กับสิ่งเล็กน้อยที่เขาเคยได้รับ…จนเป็นเรื่องปกติ..ของทุกวัน

รถคันหรู.. แล่นไกลออกไป เหลือไว้เพียง..

กล่องแหวนเพชร..ราคาแพง..หน้าหลุมศพ ที่ดูไม่เหลือค่าอะไร..สำหรับเขา..อีกต่อไป

ผมมีบ้านหลังใหญ่.. แต่คงกว้างไป..สำหรับการที่จะต้อง..อยู่คนเดียว

 
ผมมีรถ..ราคาแพง .. แต่ไม่รู้จะขับไปรับใคร..ให้มานั่งเคียงคู่.. เพื่อไปที่ไหน ..ด้วยกัน
 
ผมมีเวลาอยู่กับงาน..ครึ่งชีวิต แต่ไม่เคยมีเวลา..ที่จะได้อยู่กับคนที่..ผมรัก
 
ตอนนี้.. ผมมีเงินมากมาย.. แต่..ไม่อาจซื้อเวลาเพียง 1 นาที ..ที่จะบอกว่า..รักเธอ’..

ผมมีทุกอย่าง..เพียบพร้อม แต่..ขาดส่วนที่สำคัญที่สุด ..ที่จะทำให้ครอบครัว..สมบูรณ์ได้

ผม..ผม..ขอแค่ 1 นาที ให้ย้อนกลับมา..ได้ไหม?”

อ่านแล้วรู้สึกว่า

 
คนที่รักกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ  หัวใจ ความรัก และคนที่เรารัก

เวลาที่อยู่กับคนที่เรารักสำคัญยิ่งกว่าสิ่งไหนๆ

วันนี้คุณได้ให้เวลากับคนที่คุณรักแล้วหรือยัง

หดหู่ที่สุดในรอบปี

ดร.คลิฟ อาร์แนล นักจิตวิทยาชาวอังกฤษได้คิดค้นสูตรการค้นหาวันที่แย่ที่สุดในรอบปี ปัจจัยหนึ่งคือช่วงเวลาหลังคริสตมาส ที่ความสดใสของเทศกาลได้หมดลงไป แต่สิ่งที่มาแทนคือใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต อากาศฤดูหนาวที่หดหู่ กลางวันสั้นและการทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ตอนปีใหม่ไม่สำเร็จล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งในการคำนวณของดร.อาร์แนลทั้งสิ้น คาดว่าในปีที่แล้ว
 
วันที่ 24 มกราคมจะเป็นวันที่ "หดหู่ที่สุดในรอบปี"
 
 

 
 
…ได้บทความนี้มาจากการเฝ้าเดี่ยวเมื่อเช้าครับ มานาประจำวัน
 
วันนี้ ปวดหัวมาก เหมือนว่าหน้ามืดอยู่ตลอดเวลา
ปวดหัวหงึบๆตลอด เกิดอะไรขึ้นกับเรานะ วันที่หดหู่ที่สุดในรอบปี…
 

2-0, so SORRY, 2-0!!!

แล้วก็ผ่านไปสำหรับกิจกรรมที่นิสิต จุฬาฯ และ นักศึกษาธรมศาสตร์ โดยส่วนใหญ่เฝ้ารอกันมาตลอดทั้งปีการศึกษา นั่นก็คือ งานฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ผลการแข่งขันเป็นที่น่าประทับใจเด็ก จุฬาฯอย่างเราๆมากๆ 2-0 ขอโทษจริงๆนะครับเพื่อนๆ มธ. 2-0
 
ไปชมภาพงานกันเลยดีกว่าครับ
 
วีน้อย น้องสาวตัวแสบ เธอเห็นว่าโควต้าแต่งหน้าเหลือ เลยขอสวยซะหน่อย 🙂
 
วันนั้นเป็นวันที่พวกเรากลุ่มตัวแทนนิสิตผู้อัญเชิญพระเกี้ยว ทั้งหลาย มากมายรุ่น ได้กลับมาพบปะกันอย่างอบอุ่นครับ 🙂
 
 
 
 
 
 
 
 
2-0 เย้ๆๆๆๆๆ 2-0 เย้ๆๆๆๆๆๆ
 
ช่วงเวลาแห่งเกียรติยศ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
… ปลาบปลื้ม
 
 
ตรี นางฟ้าชาขาว กี้
 
พวกเราเป็นกลุ่มตัวแทนนิสิตรุ่นที่ 59
 
ปีต่อมาลูกตาลก็ไปเป็นเชียร์หลีดเดอร์รุ่นที่ 60 ครับ 🙂
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2-0 555 นานๆที 555 ชนะแล้ว ชนะแล้ว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
กี้ กับ เป็ดน้อย                              กลุ่มตัวแทนนิสิต จุฬาฯ และ ฑูตผู้บำเพ็ญประโยชน์ ธรรมศาสตร์
 

น้องซิน ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวรุ่น 61 อุ๊ กี้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
รูปกลุ่มตัวแทนนิสิตชายครับ ดูไกลๆก็พอ 555
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 กี้ กับน้อง มีน                                                  น้องเมย์ CU กับน้องเมย์ TU
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โบ้ต กับ กี้ พวกเราไม่ชอบเที่ยวกลางคืนครับ มันเปลืองเงิน…
 
ลูกบัวน้องสาวอีกคนที่ไม่ค่อยได้เจอกัน ปีนี้เธอก็เป็นบัณฑิตแล้วสินะ ยินดีล่วงหน้านะ 🙂
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โยชิ คุ้นๆหน้าน้องมั้ยครับ                                    กับ น้องแพรว ครับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  เอาอีกประตูๆๆๆๆๆ โว้วววววๆๆๆ                          กับน้องโรงเรียน !!!
 
 ตอนนี้เราเริ่มว่างกันแล้วครับ เลยมาถ่ายรูปกันซะ เอ้า แชะๆๆๆๆๆ !!!
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
กี้ กับ น้องแนกซ์                                                 กับ น้องแปม
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 แต่งหน้าๆ เดี๋ยวจะไม่สวยนะคะ                             ซินค่ะ !!!
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 กับ น้องลิป                                                       วี กับ ลูกตาล
 

หมดวันซะทีครับ รูปสุดท้ายกับน้องสาวสุดเลิฟที่พารากอน นั่งกินข้าวจนห้างปิดต้องออกมานั่งกันอยู่ตามบันไดทางเดิน ดูหน้าดิครับ เหน็ดเหนื่อยกันสุดๆ

 

ขอบคุณที่ดูกันจนจบครับ ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย GALLERY