Archive for August, 2005

ละครชีวิต Drama Drama Drama

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนกับเพื่อนๆอยู่เสมอ โดยเฉพาะในระยะหลังๆนี้ ปัญหา ที่เกิดจากเรื่องความสัมพันธ์นี้ก็ดูจะยิ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆในชีวิตของคนเรา มันอาจจะเป็นเพราะคนสมัยนี้พูดคุยกันน้อยลง และ ก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูงขึ้น ทำให้หน้าต่างแห่งความสัมพันธ์มันเปิดแคบลง อย่างไรก็ตามผมมีเรื่องราวที่ได้กลั่นกรองจากเรื่องราวเหล่านี้ที่จะเล่าให้ฟังกัน…
 
 
เรื่องของฉัน
ความรักของผมที่เกิดขึ้นกับเธอมันช่างหอมหวาน ผมไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับใครมาก่อน ผมรู้แค่เพียงว่า ช่องโหว่ ที่อยู่ตรงกลางตัวของผมได้ถูกเติมเต็มอย่างพอดิบพอดี…
 
…ใช่ผม เคย รู้สึกอย่างที่กล่าวมา ในช่วงปีแรกที่เรารู้จักกัน แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่าชิ้นส่วนที่มาเติมเต็มตัวของผมนั้นมันไม่ได้พอดีเหมือนที่เคย มันกลับมีขอบขรุขระที่กระทบกระแทกและสร้างรอยแผลให้กับตัวผม …ไม่เข้าใจเลย
 
วันหนึ่งผมไม่สามารถจะทนความเจ็บจากการเสียดสีที่เกิดขึ้นได้ ผมโทรไปหาเธอ…
 
ผม : สวัสดี ยุ่งอยู่มั้ย
เธอ : อืมๆ ติดงานอยู่ เดี๋ยวโทรกลับได้มั้ย
ผม : แต่… ขอเวลาสักแปปเดียวเองนะ
เธอ : อืมๆ ได้ๆ ว่ามาเลยค่ะ
ผม : ผมรู้สึกว่าเราไม่ค่อยได้คุยกันเหมือนเดิมเลยนะ เวลาผมโทรไปคุณก็มักจะยุ่งอยู่เสมอ ทั้งๆที่เราเคยมีเวลาให้กันมากกว่านี้ ผมอยากจะให้เราเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย
เธอ : นี่ ไม่อยากจะคุยเรื่องนี้ตอนนี้ เดี๋ยวรอฉันอารมณ์ดีกว่านี้ก่อนได้มั้ย เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ
ผม : ผมขอไม่ยอมคุณได้มั้ยวันนี้ ผมอยากให้คุณฟังผมบ้างนะ ผมยังรักคุณเหมือนเดิม แต่ผมไม่อยากให้คุณเหินห่างผมอย่างนี้เลย ผมรู้สึกเหงาเวลาไม่มีคุณ
เธอ : ฉันยังรักเธอเหมือนเดิมนะ เข้าใจหน่อยสิ ฉันมีเรื่องที่ต้องคิดต้องทำนะ อย่าให้ต้องเอาเรื่องเครียดของคุณมาใส่ฉันอีกได้มั้ย
ผม : นคุณอย่าเอาเรื่องของคุณมาทิ้งที่ผมได้มั้ยล่ะ มันไม่ใช่เรื่องเหมือนกันนะ คุณเครียดเรื่องงาน ผมรู้ คุณเครียดเรื่องส่วนตัว ผมก็รู้ แต่เคณเครียด คุณจะชอบหนีไปอยู่ตัวคนเดียว แล้วผมล่ะ ผลอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ …เรารักกันเพราะเราอยากมีกันและกันไม่ใช่เหรอ
เธอ : คุณไม่เข้าใจฉันฉันยังรักคุณเหมือนเดิมนะ เข้าใจฉันบ้างซิ ฉันรู้ว่าคุณรักฉัน แล้วฉันก็เชื่อว่าคุณรู้ว่าฉันรักคุณ ฉันยังรักคุณนะ เข้าใจฉันบ้าง
ผม : คุณก็ไม่เข้าใจผม ผมอยากมีคุณอยู่ด้วยตลอดเวลา ผมอยากโทรไปหาคนที่ผมรักแล้วเจอตัว ผมไม่อยากโทรไปเจอเสียงสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีคนรับ หรือ เครื่องฝากข้อความ ผมขอแค่นี้ได้มั้ย…
 
อีกไม่กี่ประโยค การสนทนาครั้งนั้นของเราก็จบลง จบลงเหมือนเดิม จบลงด้วยคำสัญญาลมๆแล้งๆที่มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เกิดซ้ำไปซ้ำมา…
 
ผมก็ได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจในสิ่งที่ผมอยากได้มากกว่านี้ ผมแค่อยากได้ใครสักคนที่มองเห็นผม และทำให้ผมรู้สึกได้ว่า ผมมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้…
 
เรื่องของเธอ
วันนี้ฉันรับโทรศัพท์จากเขา เป็นอีกครั้งที่เขาเรียกร้องในสิ่งที่ฉันก็รู้ และก็พยายามอยู่ แต่ครั้งนี้มันดูรุนแรงมากกว่าทุกๆครั้ง ฉันไม่รู้ ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว ฉันทำดีที่สุดได้เท่านี้ ชีวิตฉัน ฉันไม่เคยยอมใครเท่ายอมให้เขาแล้ว ฉันตัดสินใจโทรกลับไป…
 
ฉัน : เมื่อกี้โกรธหรือเปล่า
เขา : เปล่า ไม่มีอะไรหรอก ผมแค่หัวเสียไปหน่อย ผมรู้สึกว่าอยากจะอยู่กับคุณได้มากกว่านี้
ฉัน : แต่ฉันพยายามแล้วนะ ทำไม ฉันทำอะไรก็ดูผิดไปหมด… ฉันไม่ไหวแล้วนะ จะร้องไห้อยู่แล้ว อย่ากดดันฉันอีกได้มั้ย
เขา : … … ผมทำให้คุณรู้สึกแย่ ผมผิดเองแหละ อย่าไปคิดมากเรื่องของผมเลย ปล่อยผมบ้าของผมไปคนเดียวแหละ อย่าเอาเรื่องของผมไปใส่หัวของคุณอีกเลย คุณยุ่งมากแล้วนะ เรื่องของคุณก็เยอะพอแล้ว อย่าเอาเรื่องไร้สาระของผมไปใส่หัวคุณอีกเลย
ฉัน : อย่าทำอย่างนี้ได้มั้ย ฉันรู้สึกแย่มากแล้ว พอเหอะนะ พอเถอะ…
 
ฉันเสียใจมาก ฉันไม่รู้ว่าประโยคต่อไปที่พูดคืออะไรบ้าง ฉันวางสายตอนไหนก็ไม่รู้ตัว ฉันหนีคนที่ฉันรักมาอีกครั้ง…
 
ฉันอยากให้เขาเข้าใจฉัน เขาไม่เคยเข้าใจฉันเลย…
 
มันไม่มีทางออกสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ นอกเสียจากการโยนความผิดใส่กัน มีแต่การป้องกันตัวเอง และบอกกันว่า ฉัน ไม่ผิด เพราะคำว่าไม่ผิดนี่แหละที่ทำให้คนไม่ผิดกลายเป็นคนผิดอยู่เสมอๆ
 
บางครั้งการหยุด หยุดมองตัวเอง (อย่าเหมาเอาการหยุดเป็นการวิ่งหนี หนีเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดที่ควรจะทำ) ลองมองดูว่าสิ่งที่เราเคยรักในตัวของคนรักเราคืออะไร อย่าลืมความรักที่เราเคยมีให้กับเขา คนเราผิดได้ หัดยอมรับความผิด พูดันให้มากขึ้น ใส่ใจกันมากขึ้น อย่าไปคิดว่าคนรักกันต้องเข้าใจกันมากขึ้นแต่เพียงอย่างเดียว เอาใจเขามาใส่ใจเราเสมอๆ น่าจะเป็นทางออกที่ดีนะ ผมว่า…

ป่วย

ที่หายไปนานกว่าสัปดาห์ มันเป็นเหตุว่าผมป่วยครับ ไม่ได้มาทำงาน ไม่ได้เปิดคอมเลย ไม่ได้ป่วยหนักอย่างนี้มานานแล้ว นอนซมไปตั้งแต่เสาร์ที่ผ่านมา อาการที่ผมเป็นก็คือ มีเชื้อไวรัสตัวหนึ่งเข้าไปในก่อกวนระบบการทำงานของร่างกายทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานผิดปกติ ซึ่งทำให้เรามีอาการของไข้สูงอยู่ตลอดเวลานั่นเอง… ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยดีมากนัก แต่ว่าต้องมาทามงานล่ะ เด๋วมีแรงจะมาอัพเพิ่มเน้อ
 

เรื่องไม่ควรทำแต่ก็ยังทำ เวอร์ชั่น Bangkokian

46 เรื่องไม่ควรทำแต่ก็ยังทำ!!! เวอร์ชั่นของ Bangkokian 
1. โทร.หาแฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว
2. กินข้าวมื้อเย็นตอน 4 ทุ่ม…แล้วบ่นว่าอ้วน (เดี๋ยวนี้ไม่ทำแล้วว่ะ fit and firm)
3. บีบสิว แม่ง ก็มันมันส์
4. หลับทั้งชุดทำงานซะงั้นน่ะ
5. ขับรถฝ่าไฟแดง..ก็แหม มันติดพัน คันหน้าแม่งช้า
6. รักคนมีเจ้าของ…เฮ่อ มันก็ต้องมีกันบ้าง
7. สูบบุหรี่ …(กูไม่บอกใครว่าเลิกแล้วนะ กูแค่ไม่สูบตลอดเวลาว่ะ 555)
8. ไม่แปรงฟัน และไม่อาบน้ำก่อนเข้านอน
9. รับโทรศัพท์ในโรงหนัง..ใครยังทำอยู่เลิกซะ
10. โทร.หา(ผู้หญิง)อีกคน ด้วยเหตุผลที่ว่าคุณโทร.หาคนที่อยากคุยด้วยไม่ได้ อืม… ก็… นะ…
11. เมา..เพื่อลืมคนรัก
12. เถียงแม่หรือพ่อ..ยังไงซะผู้ใหญ่ก็ถูกเสมอ แต่ก็ขอหน่อยเถอะ
13. แอบส่งสายตาให้แฟนเพื่อน ก็บางทีของๆเพื่อนสวยจนระงับใจไม่ได้จริงๆ ขำๆน่า
14. ลงรูเดียวกันกับเพื่อน (เรียกอีกอย่างว่าซ้ำรอย…) เอ่อ…มันคืออาการถูกหลอกซ้าไปซ้ำมาไง
15. แอบร้องไห้ตอนอยู่คนเดียว ทำเป็นเข้มแข็งต่อหน้าธารกำนัล

16. แคะขี้มูกในที่สาธารณะ
17. ไม่ดูแลตัวเองตอนไม่มีใคร ปล่อยตัวเอง ซึม เศร้า ทรุดโทรม (แล้วใครจะเอามึงว่ะ ปล่อยตัวเองโทรม)
18. ขอยืมเงินแม่ แต่ไม่มีกำหนดคืน
19. ขาใหญ่ แต่อยากใส่สั้น…555 ให้เพื่อนๆเลย
20. กินขนมที่หมดอายุไปแล้ว เพราะเสียดาย… ท้องเสีย
21. เกาๆๆๆๆเวลายุงกัด และบางทีก็เหวี่ยงไม้ตียุงอย่างเมามันถึงจะบาปยังไงก็เถอะ …บาปบุญมันอยู่ที่ใจ
22. แอบเอาของที่ซื้อให้คนอื่นมาใช้ก่อน
23. บอกว่า "เปล่า" ทั้งที่ในใจมีอะไรจะระเบิดเต็มที่
24. กลับไปถึงบ้านแล้วนั่งแช่มันอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมลุกไปทำอะไรสักที
25. ใส่กางเกงยีนส์ซ้ำ 4 วันติดๆๆกัน (บางทีก็ 5 วัน)
26. โทร.บอกเลิกนัดตอนถึงเวลานัด
27. เม้าท์เพื่อน
28. โทร.ผัดผ่อนชำระบัตรเครดิต ตอนเลยกำหนดไปแล้วหลายวัน(มันไม่ช่วยไรนะ)
29. จอดรถในที่ห้ามจอด…ระวังละกัน
30. แต่งตัวเป็นเด็กแนว แนวกูเอง ไม่เกรงใจใคร ร้องเท้าสีแดง ถุงเท้าสีเขียวสะท้อนแสง แนวนั้น…
31. ทิ้งแก้วกาแฟไว้ที่โต๊ะทำงาน แล้วใช้ต่อโดยไม่ล้างในวันถัดไป
32. คุยโทรศัพท์ระหว่างนั่งถ่ายท้องในห้องน้ำสาธารณะ (เสียงดังด้วย)
33. กลั้นอึตอนออกจากบ้าน อ้างว่าขี้เกียจ แล้วต้องมาอดทนทีหลัง
34. กินหนังไก่ทอด คอหมูย่าง เนื้อติดมัน กากหมู แหนมสด มาม่าแห้ง
35. เอาลิ้นดุนๆเศษอาหารที่ติดฟันในเดทแรก…มันทนไม่ได้จริงๆ
36. "ลดอีกบาทน่ะเฮีย.." บาทนึงก็ยังขอต่อหน่อยเถอะ

37. รู้มานานว่าเราเท้าบาน แต่ยังใส่รองเท้าเปลือย
38. ทำเป็นหลับบนรถเมล์ เวลามีเด็กนักเรียนขึ้นมา
39 เถียงกับตำรวจจราจรกลางถนน…เฮ่อ เถียงไงก็ต้องจ่ายจะมากจะน้อยก็จ่าย
40. แอบดึงกางเกงในออกจากร่องก้นในที่สาธารณะ
41. ออกเดทกับคนที่คุณไม่ชอบ เพราะหวังว่าเขาจะชอบขึ้นมาสักวัน
42. ซื้อไว้ก่อน ก็มัน SALES นี่นา
43. ไม่มีตังค์..ก็รูดบัตรเครดิตไปก่อน
44. ไม่มี

45. โทร.หาคนที่แอบปิ๊ง…เวลาเมา

46. ตื่นสาย..ไปทำงานสาย…เข้าประชุมสาย!!

จะรู้ได้ยังไงว่า..เขาเจ้าชู้

อ่านดูๆ น่าคิดนะ…

 

 

จะรู้ได้ยังไงว่า..เขาเจ้าชู้ ??
จะดีหรือไม่ หากคุณสามารถระบุได้ว่าผู้ชายคนนี้เจ้าชู้ ก่อนที่เขาจะได้ลงมือทำจริงๆ? ลองจินตนาการว่า ถ้ามีรายการลักษณะนิสัยต่างๆที่จะเตือนคุณได้ว่าผู้ชายที่คุณกำลังสนใจอยู่นั้นมีสายตายุบยับและมือไม้ไม่อยู่สุข นักจิตวิทยาคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญในการบำบัดทางเพศบอกว่า "ผู้ชายบางคนไม่คิดจะนอกใจเลย คุณไม่สามารถใช้การเดาสุ่มและเหมาเอาว่าเขานอกใจ คุณต้องไว้ใจสัญชาตญาณตัวเอง" ดังนั้นคุณลองสำรวจลักษณะนิสัยและพฤติกรรมที่เรารวบรวมมาต่อไปนี้ เพื่อดูว่าคนรักของคุณมีแนวโน้มจะนอกใจในอนาคตหรือเปล่า และอย่าเพิ่งตื่นตระหนก หากตัวตนของเขาดูจะเข้าข่ายที่เราระบุไว้ เราจะแนะวิธีให้คุณรับมือสถานการณ์นี้เอง (บทความนี้อาจจะยาวสักหน่อย แต่เราผู้หญิงนะคะดอทคอมอยากให้ผู้หญิงทุกคนได้อ่านและทำความเข้าใจ ซึ่งอาจจะเป็นผลดีกับคุณเองก็ได้ค่ะ)

มาตรวัดความเจ้าชู้ 1 ::
ประวัติวัยเด็ก
ก. เขาถูกตามใจตั้งแต่เด็ก (เขาอาจเป็นลูกคนเดียว)
ข. เขาไม่เคยลำบากกับเรื่องใดๆ (เรื่องเรียน กีฬาและอื่นๆ)
ค. เขาเคยทำตัวเลวร้ายกับผู้หญิงอื่นมาก่อน

ถ้าเขาไม่เคยฝ่าฟันอุปสรรคใดๆเลยในชีวิต ก็จงระวังเขาให้ดี เพราะเขาจะเป็นคนที่ทำอะไรตามใจตัวเอง มักไม่ให้ความสำคัญกับคนรักและหวังจะได้แต่สิ่งที่ดีที่สุด ถ้ามีคนป้องสิ่งที่เขาต้องการถึงปาก เขาก็จะคิดเอาเองว่าไม่มีอะไรที่เขาจะไม่สามารถเอามาได้ ดังนั้นเมื่อเขามีคุณ และเห็นผู้หญิงอีกคนที่เขาต้องการ แล้วทำไมจะไม่เอาไว้ทั้งคู่ล่ะ? "ผู้ชายที่ทำตัวเหมือนว่าความต้องการของเขาคือสิ่งสำคัญที่สุดสิ่งเดียวในความสัมพันธ์นั้นจะไม่คิดถึงคนอื่นเลย และการนอกใจคนรักก็เป็นเรื่องของความเห็นแก่ตัวอย่างที่สุดเสียด้วย"

ถ้าเขาเคยทำในสิ่งที่ "บอกใครไม่ได้" กับหญิงคนอื่น ก็จงยิ่งระวังเป็นสองเท่า และพูดอีกว่าเขาเคยไม่ซื่อสัตย์กับแฟนคนก่อนๆอย่างไร และเขาไม่มีวันทำเช่นนั้นกับคุณแน่ "ถ้าผู้ชายคนหนึ่งเคยใช้ชีวิตแบบหนุ่มเพลย์บอยมาก่อน การที่เขาจะผูกมัดกับใครจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สุดโต่งเกินไป" คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าประวัติของเขาจะมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของคุณสองคน? ถ้าการใช้ชีวิตของเขาทำให้คุณกังวลใจ ก็ขอให้พิจารณาปฎิกิริยาของเขาทุกครั้งที่เขาทำให้คนอื่นไม่พอใจ เขาแสดงความเสียใจที่ทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นอย่างจริงใจหรือไม่? เขายอมรับความผิดเวลาที่เขาทำลายความสุขของคนอื่นหรือเปล่า? ถ้าอย่างนั้นก็เป็นไปได้ว่าความผิดชอบชั่วดีของเขาจะหยุดยั้งไม่ให้เขาทำร้ายจิตใจคุณ ขอแนะนำให้คุณคุยกับเขาตรงๆ "บอกเขาว่าสำหรับคุณแล้ว คุณพร้อมจะรับหรือไม่รับอะไร และคุณจะต้องคุยกันถึงเรื่องความซื่อสัตย์และมีทัศนะใกล้เคียงกัน ถ้าคิดจะสานสัมพันธ์ต่อไป"

มาตรวัดความเจ้าชู้ 2 ::
พูดเก่ง
ก. เขาสามารถพูดจูงใจคนอื่นเพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะในร้านอาหารยอดนิยม ไปจนถึงตัวเพื่อนรักของคุณ
ข. เขาจะหว่านเสน่ห์เต็มที่ไม่ว่าจะไปที่ไหน รวมทั้งแม่บ้านคุณ หรือที่ทำงานของคุณ
ค. เขาเป็นหนุ่มสังคมขาประจำปาร์ตี้ ผู้สามารถหาเพื่อนใหม่ได้ทุกมุมของงาน

เขาเป็นผู้ชายมีเสน่ห์ อาจะเป็นหน้าตาดี ครอบครัวคุณรักเขา เพื่อนของคุณคิดว่าเขาดีเลิศและคุณเองก็บูชาเขาเหลือเกิน เขาเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคนปรารถนา ปัญหาคือผู้ชายปากหวานคนนี้ต้องการความชื่นชมและกระหายความสนใจจากคนอื่นเป็นอันมาก แค่ผู้หญิงคนเดียวไม่พอไม่สามารถทำให้เขารู้สึกพอ "ผู้ชายหลายคนที่นอกใจคนรักจะเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ พวกนี้จะมีบุคลิกนิสัยที่โดดเด่น พูดจาคล่องแคล่วและมีเสน่ห์ การนอกใจของเขาไม่ใช่แค่เรื่องเซ็กซ์ แต่เป็นความต้องการที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษมากกว่า"

ถึงแม้เขาจะมีความตั้งใจดีที่จะซื่อสัตย์ต่อคุณ แต่เขาทนทานแรงกระตุ้นไม่ไหวแน่ ถ้าทัศนะของการเป็นลูกผู้ชายของเขาผูกติดกับการพิชิตเพศตรงข้าม เขาไม่เพียงแค่พอใจที่ได้รับความสนใจจากผู้หญิงเท่านั้น เขาจะใช้เสน่ห์ของตัวเองดึงดูดผู้หญิงเข้าหาด้วย การตัดสินว่าเขาเจ้าชู้หรือไม่นั้น ให้คุณมองวิธีที่คุณสองคนเข้าร่วมงานสังคม ถ้าเขาผละจากคุณทันทีที่คุณเดินเข้างานปาร์ตี้สักงาน หรือแสดงอาการอยากเข้ากลุ่มกับคนอื่นโดยไม่มีคุณคอยกวนใจ คุณก็น่าจะหลีกเขาไปไกลๆ แต่ถ้าเขาชักชวนคุณเข้ากลุ่มที่เขากำลังคุยด้วยอยู่นั้น หรือดูมีความสุขที่ได้แนะนำคุณกับผู้หญิงเพื่อนร่วมงาน ก็เป็นไปได้ที่เขาจะไม่เฉไฉนอกทาง

มาตรวัดความเจ้าชู้ 3 ::
การทำงาน
ก. เขาทำงานกับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่
ข. เขากลับบ้านสายประมาณ 2-3 ชั่วโมงประจำ
ค. เขาทำธุรกิจในต่างจังหวัดบ่อยมาก

เป็นความจริงที่น่าเศร้า เรามักใช้เวลาส่วนใหญ่กับการทำงาน และที่น่าเศร้าอีกอย่างเกี่ยวกับผู้ชายนอกใจคือ ผู้ชายประเภทนี้จะแอบมีคู่รักลับๆในที่ทำงาน เหตุผลง่ายๆก็คือเขามีโอกาส แต่ความจริงคือผู้ชายคิดถึงเรื่องเพศเป็นส่นใหญ่ พวกเขาจะคิดถึงการร่วมเพศได้เป็นล้านๆครั้งต่อวัน เวลาที่เขาทำงานนานหลายชั่วโมงในที่ทำงานที่เต็มไปด้วยผู้หญิง หรือการที่เขาเป็นผู้ชายที่มีความทะเยอทะยานผลักดันตัวเองเพื่อความก้าวหน้า ทำงานหนักดึกดื่น แสดงว่าจะต้องไปสู่พฤติกรรมการนอกใจของคุณหรือเปล่า ก็ไม่จำเป็นต้องใช่เสมอไป ถ้าเขาโทร.หาคุณสม่ำเสมอ ขณะที่ทำงานล่วงเวลา และเขาพอใจให้คุณไปหาเขาที่ออฟฟิศ และบอกเล่าความคืบหน้าเรื่องงานให้คุณฟังเสมอ ก็วางใจได้ว่าคุณไม่มีคู่แข่งอื่น

การเดินทางทำงานต่างจังหวัดก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันให้กับทุกคู่รัก แต่ไม่ใช่แค่เพราะเขามีโอกาสที่ดีเท่านั้น เนื่องจากผู้ชายมักจะมีเซ็กซ์เพื่อบรรเทาความว้าเหว่ ถ้าเขารู้สึกโดดเดี่ยว เขาจะไม่ยอมรับปัญหานี้ แต่เขาจะมองหาความสัมพันธ์อื่นๆเพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้น ถ้าขณะที่เขาเดินทางออกต่างจังหวัด เขาโทร.คุยกับคุณปนเซ็กซ์นิดๆ ทีละนานๆ คุณก็ไม่น่าจะกังวลอะไร แต่ถ้าคุณไม่สามารถติดต่อเขาได้เลย อันนี้น่าสงสัย!!!

มาตรวัดความเจ้าชู้ 4 ::
กลุ่มเพื่อน
ก. เขามักจะรวมกลุ่มกับชายโสด
ข. เขาเป็นผู้ชายประเภทที่ชอบทำตามเพื่อน
ค. กลุ่มเพื่อนของเขาดูจะไม่จริงจังกับผู้หญิง

คุณคงเข้าใจลักษณะของการเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนผู้หญิงกลุ่มโต ที่มีการเต้นรำกินดื่มและหว่านเสน่ห์ ผู้ชายก็ทำเช่นนั้น เราจะกังวลว่าการรวมกลุ่มเที่ยวกลางคืนของพวกผู้ชายจะมีศีลธรรมน้อยกว่าเช่นเรา แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเพื่อนๆของเขาดูอยากทำลายชีวิตคู่ระหว่างคุณกับเขานัก "เป็นเรื่องปกติที่เวลาผู้ชายรวมกลุ่มเที่ยว พวกเขาอาจก่อสถานการณ์บางอย่างขึ้นซึ่งทำให้ผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดจะนอกใจคนรักมาก่อนเลยเป็นไปได้ที่พวกเขาจะจีบสาว โดยเฉพาะเมื่อเขาต้องการเอาชนะกันและกัน"

หมายความว่าทุกครั้งที่คนรักของคุณออกจากบ้านไปหาเพื่อน เขากำลังมุ่งหน้าไปอี๋อ๋อกับนักเต้นระบำเปลื้องผ้าเพียงเพราะเพื่อนคนอื่นทำแบบนั้น?? เพื่อนๆอาจหยอกล้อเขาที่มีห่วงผูกคอแล้ว หรือบางครั้งเขาอาจถูกเพื่อนท้าทายให้นอกใจ เขาอาจมีความสุขที่คุณออกเที่ยวกับเพื่อนฝูงเป็นครั้งคราว และถ้าเขากันคืนวันศุกร์สำหรับอยู่กับคุณอย่างสม่ำเสมอ ก็พอไว้ใจได้ว่าคุณยังอยู่ในความคิดของเขามากพอ คุณควรทำความรู้จักเพื่อนของเขาด้วย และทำให้พวกเขาให้เกียรติคุณเพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ผลักดันคนรักของคุณออกนอกทาง

มาตรวัดความเจ้าชู้ 5 ::
รักความตื่นเต้น
ก. เขาชอบเสี่ยงและรักความท้าทาย
ข. กับเรื่องบนเตียง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเขาที่ต้องการความตื่นเต้นแปลกใหม่ ไม่ใช่ต้องการความใกล้ชิดกับคุณ
ค. เขาดูไม่พอใจหรือยินดีกับชีวิตที่เป็นอยู่ และมักมองหาเป้าหมายต่อไปเสมอ

สาเหตุของปัจจัยนี้คือฮอร์โมนเพศชาย ผู้หญิงที่มักจะพูดว่าผู้ชายทุกคนเจ้าชู้หมดมักจะมีประสบการณ์ที่ถูกทำร้ายจิตใจทำนองนี้มาแล้ว แต่ความจริงคือผู้ชายส่วนมากไม่คิดจะนอกใจคนรัก

"ถ้าเขารักความท้าทาย ตื่นเต้น ขอให้คุณพิจราณาดีๆ เขาจะมุ่งบรรลุเป้าหมายจากสิ่งนี้ไปสิ่งนั้น เพื่อค้นหาความตื่นเต้นครั้งต่อไป" ลักษณะนิสัยแบบนี้อาจแสดงออกในเรื่องบนเตียงด้วย เขาจะคิดถึงแต่ตัวเองและการมีเซ็กซ์ที่เร้าใจ เขาต้องการความหลากหลายและสีสัน เขาอาจเริ่มบ่นว่ารู้สึกถูกกักขัง ถ้าคุณเร่งรัดให้ใกล้ชิด แต่การอยู่กับผู้ชายแบบนี้อาจไม่เลวร้ายขนาดนั้น ถ้าผลงานสะสมเรื่องบนเตียงอันหลากหลายมากหน้าสาวๆของเขา ถ้าจู่ๆเขาเสนอแนะความคิดใหม่ ก็อาจเป็นเพราะเขามีคู่รักคนใหม่คอยสอนอยู่ ถ้าคุณมั่นใจว่าดีพอที่จะยึดเขาติด ซึ่งหมายถึงสามารถจุดไฟรักให้คุโชน และสร้างสีสันให้กับชีวิตทุกด้านของเขาได้ เขาก็น่าจะเหมาะกับคุณ

ทำอย่างไร..ถ้าเขานอกใจคุณ
ความรู้สึกที่ 1….ฉันอยากเลิกกับไอ้เลวคนนี้
ฉะนั้น…..ทิ้งไอ้เลวคนนั้นซะ
ความรู้สึกที่ 2….แต่ฉันรักเขาและคิดว่าเราน่าจะแก้ปัญหานี้ได้
ฉะนั้น…ทำตามขั้นตอนต่อไปนี…

ขั้นตอนที่ 1: โกรธ และโกรธให้มากเข้าไว้
อย่าเก็บกดความรู้สึกของตัวเอง โดยเฉพาะในช่วงวันที่รู้แรกๆ แต่ถึงที่สุดแล้วคุณก็จำเป็นต้องก้าวต่อไป ผู้ชายมักจะบอกว่า "ผู้หญิงคนนั้นไม่มีความหมายสำหรับผม" และอยากกลับมาคืนดีกับคุณ สิ่งสำคัญคือเขาต้องยอมให้คุณแสดงความรู้สึกโกรธออกมา

ขั้นตอนที่ 2: เอาชนะความโกรธที่ว่านั้น
ถ้าจำเป็นก็ให้คุณกำหนดเวลาพูดคุยกับเขาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นประมาณ 30 นาทีต่อวัน โดยในขณะนั้นคุณสามารถตะโกนด่าเขาอย่างหยาบคายได้ แต่ความโกรธของคุณอาจไม่หายไป ซึ่งหมายความว่าคุณจำเป็นต้องคุยกับเขาโดยใช้เหตุผล

ขั้นตอนที่ 3: หาทางแก้แค้น
เราไม่ได้แนะให้คุณทำลายข้าวของของเขา หรือทำอะไรน้ำเน่าแบบที่เคยดูในโทรทัศน์ ก็แค่แนะนำให้คุณหว่านเสน่ห์กับผู้ชายอื่นบ้าง เพื่อรื้อฟื้นคุณค่าในตัวเองกลับมา แต่ควรเข้าใจว่าขั้นตอนนี้ไม่ได้ช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณดีขึ้น และอาจถึงขั้นทำให้มันเลวร้ายกว่าเดิม ถึงอย่างนั้น มันก็จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้จริงๆ

ขั้นตอนที่ 4: เลิกซักถามรายละเอียด
คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเซ็กซ์ระหว่างเขากับผู้หญิงคนนั้นเป็นอย่างไรอีกต่อไป เพราะคุณได้ถามคำถามนี้แล้ว และคุณจะไม่มีวันเข้าถึงหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ได้ เพราะมุมมองของคุณต่างจากเขาอยู่ดี ยิ่งปล่อยให้มันผ่านไปได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งฟื้นความสัมพันธ์ได้เร็วขึ้นเท่านั้น

ขั้นที่ 5: เรียนรู้ที่จะไว้ใจอีกครั้ง
ไม่ว่าคุณจะคบกันต่อหรือแยกกัน การไว้ใจหมายถึงการยอมรับว่าไม่มีใครสมบูรร์แบบและชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน และเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่กับมัน ดังนั้นคุณควรยุติความหึงหวงเกินขอบเขต และปล่อยให้เขาไปไหนมาไหนตามลำพังอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 6: เลิกประณามเขา
การต่อว่าเขาไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมา และการรับผิดชอบเสียเองก็ไม่ได้ช่วยอีกเช่นกัน การสร้างอนาคตคือคุณจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้า ทุกอย่างย่อมต้องเปลี่ยนแปลงและคุณสองคนก็ต้องช่วยสร้างอนาคตร่วมกัน

ขั้นตอนที่ 7: เลี่ยงการยื่นคำขาด
คุณอาจตัดสินใจได้ว่าถ้าเขาทำอีกครั้ง ทุกอย่างจบกัน แต่คุณไม่ควรขู่เขาด้วยการตัดสินใจนี้ เพราะมันเป็นการตัดสินใจของตัวคุณเอง

ขั้นตอนที่ 8: ทำความรู้จักเขาใหม่
แท้จริงแล้วคุณรู้อะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้? เห็นได้ชัดว่าคงไม่มากเท่าที่คิด เมื่อมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้น คุณก็น่าจะประเมินความรักครั้งนี้อีกครั้ง โดยอย่าลืมว่าคุณทั้งคู่มีทั้งสิ่งดีและเลว

ขั้นตอนที่ 9: สร้างความเปลี่ยนแปลงในแง่ดี
จริงๆก่อนหน้านี้ทุกอย่างปกติดีหรือ? ดูท่าจะไม่สมบูรณ์นักถ้าเขาถึงขนาดไปยุ่งกับผู้หญิงอื่น คุณควรริเริ่มการเปลี่ยนแปลงเพื่อจะได้มีความรักในแบบที่คุณต้องการและในแบบที่คุณควรจะได้รับ

จีบจากความเป็นเพื่อน …อย่าทำ

 
วันนี้ได้อ่านเรื่องนี้จากหนังสือ free copy magazine U are here ที่แจกให้กับวัยรุ่นในสยาม อ่านเจอเรื่องนี้ก็เลยเอามาเขียนถึง เพราะว่าผมก็เคยมีประสบการณ์โดยอ้อมกับเรื่องพวกนี้อยู่บ้าง คือ ผมไม่เคยทำตามทฤษฎีนี้ …ผมเป็นคนเนียนไม่เก่งน่ะ แต่ก็ได้เห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับเพื่อนๆของผมอยู่หลายครา
 
ในบทความสรุปไว้ว่า การที่จะเนียนจากความเป็นเพื่อนเพื่อไปเป็นแฟนนั้นมันยากกกกกกกมากกกกกก็เพราะว่าโดยปกติแล้ว
 
เวลาผู้หญิงเจอกับผู้ชายเขาจะจัดให้เราอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งดังนี้ 3 กลุ่มก็คือ
1.ไม่เอาไม่ยุ่ง
2.เพื่อน
3.มีโอกาสที่จะเป็นแฟน
 
และการจัดแบบนี้ตั้งแต่นาทีแรกที่พบกัน มันก็ยากที่จะเปลี่ยนได้ ดังนั้น อย่าไปคิดเสียเวลาที่จะเข้าไปเนียนเป็นเพื่อนเลย เพราะถ้าไม่ใช่ เราจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาอะไรหนักหนา
 
ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับความคิดนี้นะ ลองคิดดู ถ้าเราชอบใครสักคนอยากเป็นแฟนกับเขา แต่เราใช้วิธีเข้าไปเนียนเป็นเพื่อน มันก็เท่ากับการเริ่มเป็นเพื่อนและเพื่อนเนี่ยมันคือคนที่ต้องรองรับ และก็รับฟังทุกๆเรื่องไง ดังนั้นเวลามีใครมาจีบเธอ เธอก็ต้องมาเล่าให้เราฟัง แรกๆมันก็คงทนได้นะ แต่นานๆเข้าล่ะ เราจะทนได้มั้ยที่คนที่เรารักต้องมาเล่าเรื่องของผู้ชายอีกคนให้เราฟังทุกๆวัน ยิ่งแย่ไปกว่านั้นถ้าการเนียนของเราไม่เป็นผลแล้วเธอก็ไปมีแฟน เราอาจจะต้องไปทนรับฟังเรื่องราวแย่ๆของแฟนเธอจากเธอต่ออีกรอบด้วย คิดดูซิ ทรมาณแค่ไหน…
 
ดังนั้นถ้าตั้งใจจะจีบใคร เราควรแสดงท่าทีให้เขารู้ด้วยว่าเราไม่ได้อยากจะรู้จักกับเขาเพียงแค่เพื่อนด้วย เวลาคุยกันก็รู้จักจ้องหน้าจ้องตา มือไม้ก็สัมผัสเธอบ้างเวลาคุย (บ้างเท่านั้นนะ อย่าลามปาม) อย่าไปคุกคามเธอ และก็ทำตัวสบายๆอย่าไปเกร็ง และก็อย่าไปคาดหวังอะไรมากนักตอนจีบกัน ปล่อยไปเรื่อยๆอย่าเครียดมาก…
 
จำไว้ว่า ให้เธอรู้สึกสบายๆเหมือนอยู่กับเพื่อนเวลาที่เจอเรา แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องแสดงความสนใจทางเพศออกมาให้เธอได้รู้บ้าง มองตาเธอบ้าง สัมผัสเธอบ้างเวลาคุย โน้มตัวไปหาเธอ การทำแบบนี้มันก็ทำให้เธอไม่สามารถจัดคุณไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนได้แล้ว …มันก็น่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้คุณได้มากกว่าเดิม…

อยากมีใครให้ดูแล

 
เมื่อวานได้ไปเลี้ยงส่งน้องชายที่แสนสนิทคนหนึ่ง เนื่องด้วยเขาต้องจากพวกเราไปทำงานไกลถึงแคนาดา และอาจจะต้องออกไปอยู่บนแท่นขุดน้ำมันในกลางทะเลที่เงียบเหงาบ้างเป็นครั้งคราว กว่าจะได้พบกันก็คงเป็นปีหน้าอย่างเร็ว เรารวมตัวกันได้ 4 คนที่สนิทๆ ก็มีผม โบ้ต บอย และก็ส้ม ไปนั่งกินกันที่ร้านบ้านหญิง นั่งทานกันไปก็คุยกันไป และก็พูดถึงเรื่องชีวิตที่เป็นไปของแต่ละคน แน่นอนเรื่องงาน เรื่องอนาคต แล้วก็เรื่องความรัก
 
พวกเราคนหนึ่งพึ่งเลิกกันกับแฟน…
พวกเราคนหนึ่งเลิกกับแฟนมาได้ 7 เดือน และ สับสนกับความสัมพันธ์ที่เหมือนเกมส์ครั้งใหม่…
พวกเราคนหนึ่งมีรักที่ไม่อยากต้องพบกับบททดสอบด้วยระยะทาง
และ พวกเราอีกคนหนึ่งก็ไม่คิดที่จะแสวงความรัก…
 
เราเคยคุยเรื่องนี้กันหลายครั้ง จะว่าไปแล้ว เราก็คุยกันแต่เรื่องพวกนี้น่ะแหละ มีประเด็นน่าสนใจที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอยู่หลายประเด็น ผมเก็บมาคิด น่าคิดๆ เลยเอามาให้ช่วยกันคิดนะที่นี้
 
พวกเราคนหนึ่งถามขึ้นมาว่า เบื่อกับการที่ต้องอยู่คนเดียวมั้ย เบื่อกับการที่ต้องเริ่มต้นใหม่มั้ย เบื่อมั้ยที่ไม่มีใครให้ดูแล จริงอยู่เรามีครอบครัว พ่อ แม่ พี่ น้อง ให้ดูแล …แต่ว่า …มันก็ไม่เหมือนกันอยู่ดี เพราะเราอยากดูแลใครสักคนที่จะมาให้ความพิเศษกับชีวิตของเรา…
 
พวกเราคนหนึ่งตอบกลับไปว่า เบื่อ รักกัน เลิกกัน อายุพวกเราก็ขนาดนี้แล้ว เราจะอยู่คนเดียวไปนานๆทำไม รักๆเลิกๆ มันเสียเวลา… ก็จริงกับคำตอบนี้ ผมเห็นด้วย
 
พวกเราอีกคนหนึ่งเสริมขึ้นมาว่า ชีวิตเราก็แค่นี้ เราอยากจะจริงจังกับใครสักคนซะที อยากเดินเข้าไปในบ้านของเขาในฐานะคนสำคัญ เราอยากให้เขาบอกกับที่บ้านของเขาว่าเราเป็นใคร เราอยากออกไปไหนต่อไหนกับเขาได้โดยไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ ดีจะตาย ไม่เห็นต้องเก็บเรื่องของเราไว้เป็นความลับกันสองคนเลย… ผมก็เห็นด้วยอีก
 
เราต่างคนต่างมีเรื่องให้กังวลคนละแบบ เราต่างคนต่างมีเรื่องให้กังวลคนละเรื่อง…
 
แต่ความคิดสำคัญที่พวกเรามีเหมือนกันทุกคน ก็คือ เราอยากมีใครสักคนที่เราอยากจะดูแล เราอยากจะเป็นใครสักคนสำหรับเขา เราไม่อยากเป็นแค่เพื่อนสนิทในสายตาของคนรอบข้างเขา
 
…เราอยากเป็นใครสักคน
 
เห็นด้วยกับความคิดนี้มั้ย…

เข้าใจ ไม่ได้แปลว่า ต้องทำตาม

เข้าใจ ไม่ได้แปลว่าต้อง ทำตาม
เรื่องราวง่ายๆ ที่ไม่ง่ายของคนสองคนที่ต้องมามีส่วนเกี่ยวพันกัน
หลายๆครั้ง มันก็มีเรื่องที่เข้าใจ และ ไม่เข้าใจ อยากทำตาม แต่ทำไม่ได้
เพราะการอยู่เคียงข้างกันของคนสองคน มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างที่ใครๆหลายๆคนคิด
ไม่ใช่แค่เรื่องของความรักเท่านั้น แต่เรื่องการอยู่ร่วมกันของคนหลายๆคนก็เป็นได้เช่นกัน
 
 
 
เธอบอกว่าเธอต้องการอะไร ฉันเข้าใจ แต่บางอย่างฉันก็ให้ไม่ได้ …ฉันทำตามเธอไม่ได้
เธออยากอยู่กับเพื่อนๆของเธอ ฉันเข้าใจ แต่ฉันก็อยากอยู่กับเธอ …ฉันทำตามเธอไม่ได้
เธออยากให้ฉันเข้าใจเธอมากกว่านี้ จะได้ให้เธอทำตามใจของเธอมากขึ้น ฉันก็อยากให้เธอเข้าใจฉัน ว่าฉันยอมเธอทั้งหมดไม่ได้ เพราะฉันก็ต้องการเธอ …ฉันทำตามเธอไม่ได้
เธอบอกว่ารักเธอต้องอดทนได้ทุกอย่าง ฉันเข้าใจ แต่ฉันก็อยากให้เธออดทนฉันได้ทุกอย่างเหมือนกัน …ฉันทำตามเธอไม่ได้
เธอบอกว่าฉันไม่เข้าใจเธอ ฉันว่าไม่ใช่ เพราะฉันเข้าใจ แต่ไม่ได้ทำตามต่างหาก…