Archive for July, 2005

The blower’s daughter

My favourite song of this tired week. I feel so confuse about my work, what I’m doing here? This song is get along with my mood right now. The Blower’s Daughter, Damien Rice.

 

And so it is
Just like you said it would be
Life goes easy on me
Most of the time
And so it is
The shorter story
No love, no glory
No hero in her sky

I can’t take my eyes off of you
I can’t take my eyes off you
I can’t take my eyes off of you
I can’t take my eyes off you
I can’t take my eyes off you
I can’t take my eyes…

And so it is
Just like you said it should be
We’ll both forget the breeze
Most of the time
And so it is
The colder water
The blower’s daughter
The pupil in denial

I can’t take my eyes off of you
I can’t take my eyes off you
I can’t take my eyes off of you
I can’t take my eyes off you
I can’t take my eyes off you
I can’t take my eyes…

Did I say that I loathe you?
Did I say that I want to
Leave it all behind?

I can’t take my mind off of you
I can’t take my mind off you
I can’t take my mind off of you
I can’t take my mind off you
I can’t take my mind off you
I can’t take my mind…
My mind…my mind…
‘Til I find somebody new

Advertisements

อยู่ๆกูก็ผิด

แม่งเอ๊ย…กูไม่ได้ทำห่าไรเลย อยู่ๆแม่งก็โกรธกู
 
เฮ้ย…มึงจะบ้าเหรอ เพื่อนกันนะเว้ย อย่าคิดมากซิ
 
สัตว์ …มึงจะเอางั้นเลยเหรอ เออ…แล้วแต่มึงจะคิดว่ะ
 
ประโยคเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยๆในชีวิตคนหลายๆคน ผมด้วย ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เคยพูดประโยคพวกนี้ด้วยอารมณ์ หลายๆครั้งเราไม่รู้ว่าเพื่อนของเรา เขาคิดอะไรอยู่ถึงต้องมาโกรธอะไรเรากันนักหนา จากการที่เราเลิกทำอะไรบางอย่างที่เราเลือกทำ
 
ผมเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาด้วยหยาดเหงื่อจากการทำงาน เรียนรู้มันด้วยน้ำใจที่ซื้อมาด้วยความบริสุทธิ์ซื่อตรง และ สูญเสียมันไปด้วยความหวั่นไหวของอารมณ์ที่ไร้เดียงสาของสมองที่ไม่พัฒนาเต็มที่
 
ผมเคยเป็นคนที่ เคย ทุ่มเทให้เกินร้อยกับคำว่า มิตรภาพ ผมเคยเป็นคนที่เสนอตัวทำทุกอย่างเพื่อไม่ต้องการให้ใครลำบาก เป็นคนที่ยอมรับทุกๆอย่างแทนเพื่อนได้ แม้แต่ความผิด …แน่นอน มิตรภาพนั้นทำให้ผมได้รับการยอมรับ ทำให้ผมซื้อใจคนได้มากมาย ทำให้ผมกลายเป็นที่พึ่งของใครหลายต่อหลายคน และผมก็เคยพอใจกับมัน…
 
ผมยังคงเป็นคนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้คาดหวังว่า return มันจะเท่ากับสิ่งที่ผม Give ไป ผมแค่ภูมิใจ และพอใจในสิ่งที่ผมทำแล้วคิดว่าดี…
 
วันหนึ่งผมไม่สามารถทำในสิ่งที่ผมเคยทำได้ ผมอาจจะให้เวลากับตัวผมเองมากขึ้น ใส่ใจกับพวกเขาน้อยลง ผมไม่ได้คิดอะไร แน่นอนอยู่แล้ว ไม่ได้คิดว่าเป็นการไปทำร้ายใคร ผมแค่หยุดในสิ่งที่ผมเคยเสียสละ ทั้งๆที่การเสียสละนั้นก็ไม่ได้มอบอะไรให้ผมมากนัก ผมแค่หยุดในสิ่งที่จริงๆผมไม่ต้องทำก็ได้
 
วันที่ผมหยุดเสียสละ …วันนั้นมุมที่ทุกคนมองผมก็เปลี่ยนไป
 
นี่ๆวันนี้ไปส่งที่บ้านด้วยนะ …ไม่ได้เหรอ อ้าวแล้วพวกเราจะกลับกันยังไง เห็นแก่ตัวว่ะ ไปส่งเพื่อนก็ไม่ได้…
 
นี่ๆเดี๋ยวแกช่วยขับรถไปรับพวกเราหน่อยซิ …ไม่ได้เหรอ อ้าวแล้วพวกเราจะไปกันยังไงล่ะ
 
เลิกงานแล้วจะรีบกลับทำไมล่ะ อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนซิ พวกพี่ยังไม่กลับเลย
 
เลิกงานแล้วจะรีบไปไหนล่ะ แหม…เลิกงานปุ๊ปเด้งเลยนะ
 
วันนี้อยู่ช่วยงานคณะรึเปล่า ไรอ่ะ แค่นี้ก็ไม่ยอมอยู่ให้กำลังใจกัน แย่ว่ะ
 
แล้ว ตัวกูเองล่ะ
 
 
ผมได้บทเรียนที่ว่า คนเราทำงานของเราให้ดีที่สุดก็พอแล้ว อย่าเป็นเทพผู้เสียสละ เมื่อใดที่เราสร้างความคาดหวังในตัวเราให้เกินจริง วันที่เราทำได้แบบนั้น วันที่เราฝืน เราคือที่รักของทุกคน แต่ในวันที่เราหยุดฝืน วันนั้นเราก็คือไอ้ คนเห็นแก่ตัว
 

10 things I hate about U.

 

10 Things I Hate About You

 I hate the way you talk to me. And the way you cut your hair.

 I hate the way you drive my car. I hate it when you stare.

 I hate your big dumb combat boots. And the way you read my mind.

 I hate you so much it makes me sick– it even makes me rhyme.

 I hate the way you’re always right. I hate it when you lie.

 I hate it when you make me laugh — even worse when you make me cry.

 I hate it that you’re not around. And the fact that you didnt call.

 But mostly I hate the way I don’t hate you — not even close, not even a little bit, not any at all.

It’s a Harry day.

 
วันนี้เป็นวันที่สาวกแฮรี่คงตื่นแต่เช้ามาเฝ้ารอกันอย่างใจจดใจจ่อ เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ เล่มล่า ของหนังสือเด็กเรื่องยาวนี้จะได้ออกมาให้แฟนๆทั่วโลกได้ยล และ ร่วมผจญภัยไปกับจินตนาการที่แสนบรรเจิดในโลกแห่งเวทย์มนต์ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจว่าจะไปร่วมงานนนี้ ที่เริ่มจัดตั้งแต่ 5.30 น. …แล้วผมก็ไม่ตื่นอยู่ดี ขำๆ เอาน่าๆบ่ายๆนี้เจอกัน
 
เมื่อวานกับวันก่อนไปงานรับปริญญาที่จุฬาฯมา นึกถึงเมื่อสองปีก่อนตอนที่เราเป็นบัณฑิตหมาด (เอ…หรือสามปีหว่า… ช่างมันๆ) ทำให้เราอยากกลับไปเรียนหนังสืออีกครั้งจริงๆ อยากกลับไปงานรับปริญญาจัง อยากกลับไปใส่ชุดครุย อยาก…
 
เอาล่ะๆ ออกไปซื้อแฮรี่ให้อินเทรนด์ล่ะนะ…บายยยยย
 
 

ฤดูเหงา

   
 
เมื่อยามที่ลมพัด มาให้รู้ว่าเป็นฤดูเหงา
ลมเพียงแผ่วเบา ก็ทำให้หนาวสั่น
แต่พอฤดูร้อน ดวงอาทิตย์ ที่สาดแสงตอนกลางวัน
ก็ทำให้ฉันแทบทนไม่ไหว
 
* แต่ตอนนี้มันแปลกๆ ไม่รู้เป็นอย่างไร
ไม่หนาวไม่ร้อน เหมือนเมื่อตอนเธออยู่ใกล้
แม้ลมจะพัด แดดทอแสงแรงเท่าไหร่
ฉันก็ไม่เห็นเป็นอย่างเคย
 
**เพิ่งจะรู้ ว่าตอนนี้ฉันอยู่ในฤดูเหงา
ร้อนก็ไม่ร้อน หนาวก็ไม่หนาว ตั้งแต่คราวที่เธอจากไป
อยากจะรู้ว่าฉันต้องอยู่อย่างเงียบเหงา นานซักเท่าไร
เธอคงไม่รู้ทรมานแค่ไหน…เมื่อความเหงาเข้าปกคลุมถึงตรงกลางใจ
 
เธอเคยอยู่ตรงนี้ในหน้าหนาว ทุกคราวที่ลมพัด
ภาพเธอยังชัดเจน ดูเหมือนวันเก่า โฮ…
เธอจะได้ยินไหม คำว่ารัก ฝากกับสายลมเบาๆ
บอกเธอว่าเหงา เหงาจนจับใจ
(ซ้ำ *,**)

ฝนตกไม่ทั่วฟ้า น้ำตาตกท่วมใจ

 
ฝนตกหยดเล็ก กลั่นตัวจากน้ำหยดน้อยในอากาศ รวมตัวหลั่งริน ร่วงหล่นลงพื้นดิน
น้ำตาหยดน้อย กลั่นตัวจากความเศร้าในใจ รวมตัวเกาะกิน ร่วงหล่นลงกลางใจ
 
ฝนตกลงพื้นดิน มอบความชุ่มชื่น แทรกตัวลงดิน มอบความอุดมสมบูรณ์
น้ำตาตกลงใจ มอบความเจ็บช้ำ แทรกทะลวงผิวใจ มอบรอยแผลที่ยากเยียวยา
 
ฝนตกอาจทำให้รถติด รถราไม่อาจวิ่งได้สะดวก แต่ฝนหยุดการจราจรก็เคลื่อนไหว
น้ำตาตกมักทำให้ชีวิตหยุด ความคิดไม่อาจเคลื่อนไหว แม้น้ำตาจะเหือดหายชีวิตก็จมอยู่ที่เดิม
 
ฝนตก ใบไม้ฉ่ำ กิ่งก้านเขียวชะอุ่ม ลำต้นอุ้มน้ำแข็งแรง
น้ำตาตก ใจเฉา ร่างกายไม่มีแรงเคลื่อนไหว ไร้ชีวิตชีวา
 
ฝนตกอากาศเย็นสบาย ฝนหยุดท้องฟ้าโปร่ง
น้ำตาตกใจเหน็บหนาว น้ำตาหยุดทิ้งไว้แต่ความว่างเปล่า
 
ฝนตกยังเลือกมุม เลือกตกไม่ทั่วฟ้า ด้วยว่ายังเหลือที่ให้หลบพ้นละออง
น้ำตาตกไม่เคยเลือกที่ มีแต่ตกท่วมใจ ไม่เหลือไว้แม้ที่ให้พักพิง

ชีวิตเป็นของเรา ใช้มันสิ เวลาไม่รอให้เรามาตั้งหลักหรอก!!!

 
เคยมั้ยที่ลังเลในการตัดสินใจ เคยมั้ยที่เสียดายกับการตัดสินใจที่เราไม่ได้เลือก …ผมเป็น และ เป็นบ่อยมากๆในช่วงที่ชีวิตเหนื่อยหน่าย ฟันเฟืองชีวิตเก่าๆตัวเดิมเริ่มเดินช้า อาการอยาก หยุด เกิดขึ้นกับชีวิตผม เวลาแบบนี้ผมอยากจะหนีไปจาก ที่นี้ อยากจะไปในที่ๆไม่มีใครรู้จัก อยากตะโกน อยากวิ่งลงทะเล อยากที่จะทุบตีพื้นดิน เผื่อว่า ความเจ็บ จะลดอาการเหนื่อยหน่ายที่เกิดขึ้นนี้ได้
 
ผมเคยมองดู และอิจฉาพวกที่วันๆไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องตั้งใจเรียนมหาวิทยาลัย ไม่ต้องทำอะไรนอกจากให้พ่อแม่แย่ๆของพวกมันเลี้ยง วันๆเอาแต่อยู่ให้เปลืองทรัพยากรโลก …แล้วผมก็สมเพชตัวเอง ที่ไปอิจฉาความสบายปลอมๆของขยะพวกนั้น …แล้วผมก็คิดได้
 
ในเมื่อเรามีโอกาสที่ดีกว่าคนอื่นๆ เรามีโอกาสเรียนมหาวิทยาลัยดีๆ มีโอกาสที่เจอะเจอสังคมที่ถูกคัดเลือกแล้ว เราน่าจะใช้โอกาสนี้ให้ดีที่สุด…
 
เมื่อเราอยากทำอะไรที่มันไม่ได้ไปรบกวนจิตใจของใคร ไม่ได้ไปขัดหูขัดตาใครมากนั้น …เราต้องทำ จะรออะไรนัก ชีวิตหนึ่งอยู่แค่ไม่กี่ปี ถ้าเราไม่รีบใช้มันให้คุ้มเราก็คงเป็นได้เพียงขยะอย่างที่เราไม่ชอบ เราก็คงลังเลๆกับการตัดสินใจ เพราะความกลัว อย่ากลัว …จงทำในสิ่งที่เราเชื่อ อย่าให้ใครมาหยุดยั้งเราได้ เราทำแล้วเสียใจ ดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
 
จงอยู่อย่างไม่ติดค้างใคร จงอยู่ด้วยตัวของเราเอง จงเข้มแข็งพอที่จะดูแลตัวเอง และ จงทำทุกอย่างให้ดีที่สุด
 
ชีวิตเป็นของเรา ใช้มันสิ เวลาไม่รอให้เรามาตั้งหลักหรอก!!!