วันที่สองของครึ่งปีหลัง

เมื่อคืนนี้ผมได้ไปใช้เวลาอยู่กับตัวเองพร้อมกับ แก้วกาแฟ และ หนังสือเล่มหนึ่งที่ร้าน สตาร์บัค มาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ ผมจมตัวเองลงไปกับเบาะนุ่มที่วางหลบมุมไว้ ผมปล่อยกายใจให้ไหลไปกับบรรยากาศรอบตัว ด้วยหวังว่าความอ่อนล้าที่เกาะกินทั้งกาย ใจ จะหลุดลอยไปกับเวลาแต่ละนาทีที่ไหลผ่าน กว่า 4 ชั่วโมงที่มุมเดิมมุมนั้น ผมได้คิดตรึกตรองถึงความเหน็ดเหนื่อยมากมาย …ที่เหนื่อยที่สุดคงไม่พ้นเรื่องงานที่ผมทำอยู่ ตอนนี้ทุกๆอย่างที่ผมทำอยู่มันดูแย่ไปหมด เพื่อนร่วมงานก็ค่อยๆหาโอกาสที่ดีกว่า จากไป ทีละคนๆ ผมก็ได้แต่หวังว่าผมจะเจอสิ่งที่ผมอยากทำ และ fit in กับผมจริงๆในเร็ววัน
 
เช้าตรู่วันนี้ผมตื่นมาด้วยเสียงโทรศัพท์ปลุกให้ไปงานซ้อมรับปริญญาของคิม ผมรีบแต่งตัวไปงาน …ออกเดินทางไปด้วยความเหนือยล้าจากการพักผ่อนที่น้อยเกินไป เมื่อไปถึงผมก็ไปรวมกลุ่มกับน้องๆเพื่อไปงานของคิม เดินถ่ายรูปกันได้พักๆ ก็ได้ข่าวจากโบ๊ตว่ามาไม่ได้แล้ว ต้องกลับไปทำงานที่ออฟฟิซ ผมเลยเดินหน้าไปเข้าร่วมประชุมกับน้องๆตัวแทนนิสิตที่ศศินทร์ นั่งไปถึงบ่ายสามผมก็แบกสังขารไปดู war of the world ที่ Central World Plaza จะไม่ไปก็ไม่ได้เพราะ อ้อ เพื่อนที่แสนดีอุตส่าห์เก็บบัตรไว้ให้ จากนั้นผมก็เดินทางกลับบ้าน และก็มานั่งนึกอะไรไม่ออกอยู่หน้าคอม ตรงนี้ …มันช่างเป็นชีวิตที่ว่างเปล่าจริงๆ วันนี้ของผม…
 
 
Advertisements
    • Parisa
    • July 3rd, 2005

    กาแฟทีสตาร์บัคอร่อยมาก และสาขาที่คุณอยู่ ฉันก็เคยไปนั่งมาแล้ว สาขานี้ก็คงเหมือนสาขาอื่นทั่วๆไปแต่สำหรับฉันไม่คงไม่ใฃ่ เคยมีชายคนนึงนัดเดทครั้งแรกกับฉัน ฉันสายไป 2 ชั่วโมงได้ เขาไม่ว่าอะไรซักคำ เขากลับมีความสุขที่ได้เจอฉัน จนลืมการมาสายไปก็เป็นได้ แต่ฉันยังประทับใจ ไม่เคยลืม ฉันชอบกินชาเขียวปั่นมากๆ แต่ชายข้างฉัน เขาไม่ได้ชอบมากนัก ฉันบังคับให้เขากินแก้วเดียวกัน เพราะฉันกินนิดเดียว เกือบทุกครั้งฉันอ่านเรื่องที่คุณเขียนแล้ว คุณคงเหงามาก กาแฟของคุณวันนั้นอาจไม่อร่อยเหมืนครั้งก่อน คุณว่ามั้ยวนแรกในครึ่งปีหลัง ฉันอ่านแล้วอยากให้กำลังใจคุณมาก

    • Lost
    • July 3rd, 2005

    เมื่อวานพี่ผ่านไปที่ Starbucks ทองหล่อ คนเยอะมาก จนต้องหาที่ปักหลักใหม่สุดท้ายมาเป็นบ้านใร่กาแฟที่เอกมัยพี่ชอบนั่งร้านกาแฟเหมือนเรานั่นหล่ะหลาย ๆ ครั้งที่พี่เหนื่อย พี่จะเอาหนังสือ 1 เล่ม ติดตัวไปและทุกครั้ง พี่จะจมอยู่ที่ร้านไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง บางทีก็ไม่ได้อ่านหนังสือเล่มที่เอามาหรอกแค่มานั่งเฉย ๆ แค่อยากนั่งนาน ๆ คิดอะไรเพลิน ๆ และหลาย ๆ ทีที่ลุกออกไป สภาพจิตใจมันก็ดีขึ้นแต่ก็ไม่ทุกครั้งหรอก3 วันก่อนที่พี่จะบินกลับมาเมืองไทยพี่ก็จมตัวเองอยู่ที่ Starbucks ที่ City ใน Melbourne พี่อยู่ที่นั่นนานกว่าทุกทีอาจเป็นเพราะว่าพี่รู้ว่า คงไม่ได้มานั่งที่นี่แล้วแต่อีกสาเหตุหนึ่ง คงเป็นเพราะว่า พี่กำลังต้องกลับมาเผชิญความเป็นจริงที่รอพี่อยู่ที่เมืองไทยพี่จึงต้องคิดและทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย เพื่อตอกย้ำการตัดสินใจของตัวเองพี่เดินออกจากร้านมาด้วยความรู้สึกเศร้า ๆ มองหน้าร้านเป็นครั้งสุดท้าย คงเพราะพี่คิดถึงมัน และก็ยังขบคิดเรื่องนั้นไม่ออกเมื่อวานนี้พี่ไปที่ร้านกาแฟอีกครั้ง เพราะว่าอยากอ่านหนังสือ (จริง ๆ ) ตั้งแต่พี่หาทางออกให้กับตัวเองได้ ร้านกาแฟไม่ได้หมดความหมายลงพี่ก็ยังไปเยี่ยมเยือนมันอย่างต่อเนื่องเหมือนเพื่อนที่ยังต้องการการเอาใจใส่กันเพราะว่าไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข เพื่อนย่อมเคียงข้างกันดังนั้น การที่เราไปจมอยู่ที่ร้านกาแฟ เพื่อทบทวนหรือว่าคิดอะไรบ้างอย่างพี่ว่า มันคงไม่ได้หมายความว่า เราใช้เวลาไปอย่างเลื่อนลอยหรอกในทางตรงกันข้าม พี่ว่า มันเป็นการเยียวยาความรู้สึกของเรามากกว่าเมื่อเราลุกออกไป พี่ว่า เราคงได้คำตอบหรือได้เข้าใจอะไรมากขึ้นหรือถ้าไม่ ก็กลับบ้านนอน ตื่นมา มันก็เป็นวันใหม่ ที่เราอาจจะได้ทางออกดี ๆ ก็ได้ว่าแต่ว่า เมื่อไหร่จะว่างไปกินกาแฟกับพี่สักทีหล่ะ นี่พี่กลับมาได้ ครึ่งปีแล้วนะเนี่ย ยังไม่ได้เจอหน้าเราเลย

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: